หวนชะตารัก: Chapter 008 ตอนที่ 8

#8Chapter 008

บทที่ 8 พบญาติไม่ยินดี

เพราะโศกเศร้าที่หมดหวังเรื่องแต่งงานหรือ?

แต่ตอนที่นายหญิงกับนายท่านเสีย คุณหนูก็ไม่เคยมีสายตาเช่นนี้มาก่อน

เพียงพริบตาแววตาเช่นนั้นของคุณหนูจวินก็หายไป เปลี่ยนกลับมานิ่งสงบอีกครั้ง

“เอาละ ไม่ต้องพูดจาเลอะเทอะแล้ว” นางกล่าวขึ้น น้ำเสียงนุ่มละมุน “ข้าพูดแล้วว่าเรื่องจบแล้ว ตระกูลหนิงไม่อยากแต่งงาน ข้าก็ไม่อยากแต่ง เงินก้อนหนึ่งจบเรื่องในวันวาน พวกเขาไม่ได้อะไร พวกเราก็ไม่เสียอะไร”

สาวใช้ตัวน้อยระแวดระวัง ลอบมองแววตาของคุณหนูจวิน ให้แน่ใจว่าเมื่อครู่ตนไม่ได้ตาฝาดไป แล้วก็คิดขึ้นได้ไม่มีการแต่งงานคุณหนูก็หมดหนทางย่อมต้องเสียใจ ตนเองเป็นสาวใช้ที่ดีคนหนึ่งไม่อาจโอดครวญ ทาเกลือลงบนแผลของคุณหนู จึงรีบพยักหน้า ไม่พูดเกี่ยวกับการแต่งงานอีกแม้แต่ประโยคเดียว

“ไปเถอะ” คุณหนูจวินยิ้มพูดกับนาง หันกายก้าวเดินไป

สาวใช้ตัวน้อยรีบตามไป เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ทนไม่ได้เปิดปากพูด

“คุณหนู พวกเรา พวกเราไปเมืองหลวงตอนนี้เลย หรือว่ากลับตระกูลฟางก่อนเจ้าคะ?” นางถามขึ้นอย่างระมัดระวัง

คุณหนูจวินหยุดฝีเท้า

“ตระกูลฟาง” นางกล่าวสองคำนี้ซ้ำขึ้นมา ราวกับว่าในความทรงจำคุ้นเคยอยู่

“เดิมทีคิดว่าอีกไม่นานก็จะได้แต่งงาน ชีวิตต่อไปก็ไม่ต้องข้องเกี่ยวกับพวกเขาแล้ว พวกนางจะชอบหรือไม่ชอบพวกเราก็ไม่ต้องสนใจ” สาวใช้ตัวน้อยพูดขึ้นอย่างระมัดระวัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความวิตก “ตอนนี้ถ้ารู้ว่าคุณหนูไม่ได้หมั้นหมายกับตระกูลหนิงแล้ว ไม่รู้ว่าพวกนางจะทำอย่างไรกับคุณหนูบ้าง”

“อีกเดี๋ยวก็รู้” คุณหนูจวินตอบ

อีกเดี๋ยว? สาวใช้ตัวน้อยนิ่งงันไปครู่หนึ่ง เห็นสายตาของคุณหนูจวินมองไปข้างหน้า นางอดไม่ได้มองตามไป ก็เห็นรถม้าสองคันที่มีคนคุ้มครองอยู่หลายคนกำลังแล่นมาอย่างเร็ว คนคุ้มครองรถม้าพูดอะไรบางอย่าง ม่านรถก็แหวกออก หญิงชราผู้หนึ่งมองมาทางพวกนาง

“นายหญิงผู้เฒ่า!” สาวใช้ตัวน้อยหลุดปากร้องขึ้นมา

รถม้าหยุดลงตรงหน้าพวกนาง หญิงชราไม่รอหญิงรับใช้ประคองก็ลงมาจากรถเอง เดินตรงมาหาคุณหนูจวิน

คุณหนูจวินประเมินหญิงชราที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้

หญิงชราอายุราวหกสิบปี ใบหน้ารูปเหลี่ยม ร่างกายเตี้ยอ้วนสวมเสื้อคลุมสีน้ำตาลอ่อนปักดิ้นทองกับกระโปรงสีเขียวทอง เส้นผมสีเทาแซมขาวปักปิ่นกิ่งดอกเบญจมาศทำจากขนนก มองดูแล้วมีกำลังวังชา ราศีความร่ำรวยแผ่กระจาย

คนผู้นี้ก็คือนายหญิงผู้เฒ่าตระกูลฟาง ท่านยายของคุณหนูจวิน

นายหญิงผู้เฒ่าฟางมีเพียงลูกชายหนึ่งคนลูกสาวหนึ่งคน เวลานี้ทั้งลูกชายลูกสาวล้วนเสียไปหมดแล้ว ตอนนี้สีหน้าของนางเคร่งขรึม สายตาคมกริบ ดูทรงอำนาจน่าเกรงขามอย่างยิ่ง ไม่มีทั้งความทุกข์โศกที่คนผมขาวต้องส่งคนผมดำตามๆ กันถึงสองครั้ง ทั้งไม่มีความเมตตาหรือสงสารเมื่อเห็นเด็กสาวกำพร้าที่ลูกสาวเหลือทิ้งไว้

“ได้ยินว่าเจ้าผูกคอฆ่าตัวตาย?” หญิงชรามองนางพูดขึ้นช้าๆ

หมู่บ้านเป่ยหลิวห่างจากอำเภอหยางเฉิงระยะทางนั่งรถม้าครึ่งวัน เดิมทีคุณหนูจวินนัดแนะกับสาวใช้ว่าหลังผูกคอถูกช่วยลงมาแล้ว ให้สาวใช้รีบเชิญคนไปแจ้งข่าวแก่คนตระกูลฟางที่อำเภอหยางเฉิง แต่ไม่คิดว่าการผูกคอของคุณหนูจวินสมจริงเกินไป ทำสาวใช้ตกใจกลัวจนไม่ทันสนใจส่งข่าวไปข่มขวัญผู้อื่น รอจนคุณหนูฟื้นขึ้นมาคุณหนูก็บอกว่าจัดการเรื่องเองได้ สาวใช้ตัวน้อยจึงไม่ได้ไปแจ้งตระกูลฟางอีก

จากค่ำเมื่อวานที่ผูกคอจนถึงวันนี้ยังไม่ถึงเที่ยงวัน ตระกูลฟางก็ได้ข่าวแล้วรีบมา เห็นได้ว่าไม่ใช่อย่างที่พูดก่อนหน้านี้ปล่อยคุณหนูจวินอยากจะไปไหนก็ไปตระกูลพวกเขาไม่สน

คุณหนูจวินเตรียมจะยอบกายเคารพ

“ทำไมยังไม่ตายอีกล่ะ?” นายหญิงผู้เฒ่าฟางพูดตามมาติดๆ อีกหนึ่งประโยค ไม่ปิดบังความประชดประชันในน้ำเสียงแม้แต่น้อย

คุณหนูจวินถอนหายใจ ยืดตัวยืนตรง

สาวใช้ตัวน้อยเบิกตาใบหน้าโกรธขึ้ง

“นายหญิงผู้เฒ่า คุณหนูของพวกเราตายไปแล้วจริงๆ ไม่ง่ายกว่าข้าจะช่วยชีวิตกลับมาได้” นางพูดอย่างคับแค้น

นายหญิงผู้เฒ่าฟางแค่นหัวเราะทีหนึ่ง

“ไม่ใช่ตัวเองอยากตายหรือ? ทำไมยังถูกคนช่วยให้รอดได้อีก?” นางพูดต่อ “เคยได้ยินแต่คนอยากอยู่ไม่ได้อยู่ ไม่เคยได้ยินว่าคนอยากตายไม่ได้ตาย”

คำพูดเช่นนี้กลับพูดออกมาจากปากของสายเลือดเดียวกันผู้เป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวของคุณหนูจวิน ถึงเป็นตระกูลหนิงที่เกลียดพวกนางปานนั้นยังไม่มีใครพูด ช่างทำให้ใจคนหนาวเหน็บ

แต่สาวใช้ตัวน้อยที่เพียงคนตระกูลหนิงมองด้วยสายตาดูถูกทีหนึ่งก็ขอบตาแดงก่ำน้ำตาร่วง ตอนนี้กลับไม่หวาดกลัวเลยแม้แต่นิด เบิกตาโตเท้าสะเอวท่าทางดุร้าย

“คุณหนูของตระกูลข้าถ้าตายก็เป็นพวกเจ้าตระกูลฟางบีบจนตาย” นางแค่นเสียงขึ้นจมูก “พ่อค้าสนกำไรไร้หัวใจไร้คุณธรรม คุณหนูของพวกเราเป็นพวกเจ้าตระกูลพ่อค้าชั้นต่ำทำร้าย”

คุณหนูจวินในใจถอนหายใจอีกครั้ง เห็นชัดว่าคนเราล้วนมีสองด้าน สาวใช้ตัวน้อยคนนี้ก็ไม่ใช่ขี้ขลาดขี้กลัว ดูท่าทางดุร้ายจองหองนี้ แล้วฟังคำดูถูกในคำพูดคำจา ไม่ต้องเป็นคนที่ถูกนางด่า แค่คนเดินถนนล้วนแทบทนไม่ไหวอยากเข้ามาตีนางสักที

ทว่าอาการเสียมารยาทของสาวใช้คนนี้ นายหญิงผู้เฒ่าฟางกลับไม่ตกใจหรือโกรธเคือง หญิงรับใช้สาวใช้ด้านหลังนางก็เช่นกัน ล้วนแต่มีสีหน้าประหนึ่งเห็นบ่อยจนชินชา

คุณหนูจวินคิดดูก็เข้าใจ สาวใช้ตัวน้อยคนนี้คงทำตัวเช่นนี้กับคนตระกูลฟางมาตลอด และที่สาวใช้ตัวน้อยคนนี้ทำตัวเช่นนี้ แน่นอนย่อมเพื่อเป็นกำลังให้คุณหนูของนาง

แม้จะเสียบิดามารดาเดินทางมาพึ่งพิง แต่นายบ่าวคู่นี้ไม่เจียมตัวหวั่นเกรงอย่างผู้อาศัยใต้ชายคาผู้อื่น ตรงข้ามกลับเชิดหน้าหยิ่งยโส เหตุผลหนึ่งก็เพราะมารดาของคุณหนูจวินตั้งแต่ออกเรือนไปแทบจะตัดขาดการติดต่อกับตระกูลฝ่ายมารดา นอกจากส่งขอบขวัญให้กันยามปีใหม่หรือเทศกาล ก็ไม่เคยพบหน้ากัน

นอกจากผู้ที่เรียกว่าท่านยายผู้นี้ คนอื่นในตระกูลฟางกับคุณหนูจวินแทบเป็นคนแปลกหน้า ความผูกพันระหว่างคนแปลกหน้าย่อมค่อนข้างตื้นเขิน ส่วนอีกเหตุผลหนึ่ง และเป็นเหตุผลที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ เพราะในสมัยราชวงศ์ต้าโจวพ่อค้ามีฐานะต่ำต้อย

ถึงแม้ตระกูลของท่านยายจะมีเงินทองมากเท่าภูเขา แต่ในสายตาของคุณหนูจวินผู้ยากจนตกยาก ก็ยังคงดูถูกเหยียดหยามตระกูลพ่อค้า นอกจากนี้คุณหนูจวินยังมีสัญญาหมั้นกับตระกูลที่มีฐานะสูงยิ่งกว่า

ด้วยเหตุนี้ตั้งแต่มาถึงตระกูลของท่านยาย คุณหนูจวินจึงรู้สึกว่าตนจมปลักอยู่ในครอบครัวพ่อค้าต่ำต้อย ทั้งรังเกียจทั้งหยิ่งยโส แน่นอนย่อมทำให้คนตระกูลฟางไม่พอใจ ต่างฝ่ายต่างเกลียดชังกัน คำพูดล้วนหาดีไม่ได้

ช่างเป็นเด็กที่ทำให้คนปวดหัวเสียจริง ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ตระกูลฟางก็เป็นครอบครัวสายเลือดเดียวกันกับนาง จะสนิทสนมกับตระกูลฟางน้อยกว่าตระกูลหนิงได้อย่างไร

ตระกูลหนิงดูผิวเผินมีเมตตา แต่เกือบคร่าชีวิตคุณหนูจวินไป ตระกูลฟางดูไปแล้วไร้หัวใจ แต่รีบมาทันทีหลังได้ข่าว เด็กคนนี้มองครอบครัวผิดเป็นศัตรู มองศัตรูเป็นครอบครัว

ความคิดแล่นผ่าน ในใจคุณหนูจวินก็ราวกับถูกมีดแทง เจ็บจนสีหน้าบิดเบี้ยวไปนิดหน่อย

คนที่มองศัตรูผิดเป็นครอบครัวไม่ใช่แค่คุณหนูจวินคนเดียว ไม่ใช่นางก็ด้วยหรือ มีคุณสมบัติอะไรไปหัวเราะผู้อื่น

สีหน้าบนใบหน้าของคุณหนูจวินเปลี่ยนไปบิดเบี้ยว เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เคียดแค้นและชิงชัง ในสายตาของนายหญิงผู้เฒ่าฟางช่างเป็นภาพที่คุ้นเคยยิ่งนัก นายหญิงผู้เฒ่าฟางไม่มีทีท่าอะไร บรรดาหญิงรับใช้กับสาวใช้ต่างถอยไปข้างหลังหนึ่งก้าว ไม่ปิดบังความเกลียดชังในดวงตาของตนแม้แต่นิด

สาวใช้ตัวน้อยย่อมมองเห็นอยู่ จึงจะเรียกร้องความยุติธรรมแทนคุณหนู นายหญิงผู้เฒ่าฟางก็ขัดนางเสียก่อน

“เจินเจิน ข้ารู้ดีว่าจิตใจของเจ้าสูงส่งดีงาม ตระกูลหนิงทำเช่นนี้ สำหรับเจ้าย่อมไม่อาจทนได้ ...เด็กๆ” นางกล่าวขึ้นน้ำเสียงราบเรียบ

ตอนที่นางพูดคำว่าจิตใจสูงส่งดีงาม คุณหนูจวินเห็นบรรดาหญิงรับใช้ข้างหลังนายหญิงผู้เฒ่าทำหน้าประชดชัดเจน หญิงรับใช้สองคนก้าวออกมา

นายหญิงผู้เฒ่าฟางมองคุณหนูจวิน

“พวกเจ้าเอาเชือกมา ตามรับใช้คุณหนูจวินไปที่หน้าประตูตระกูลหนิง ใช้ความตายแสดงเจตนารมณ์” นางกล่าวขึ้นช้าๆ “บอกตระกูลหนิงว่า จวินเจินเจินยามมีชีวิตก็เป็นคนของพวกเขา ยามตายก็เป็นผีของพวกเขา จะเผาจะฝังให้พวกเขาตัดสินใจ ตระกูลฟางจะไม่เข้าไปยุ่ง”

สาวใช้ตัวน้อยโกรธจนเต้นผาง

คุณหนูเป็นถึงขนาดนี้นายหญิงผู้เฒ่าฟางยังพูดเช่นนี้ นี่เป็นคำที่ท่านยายควรจะพูดเช่นนั้นหรือ?

“อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ พวกเจ้าเห็นคุณหนูของตระกูลข้าไร้ที่พึ่ง ก็จะทำร้ายคุณหนูของตระกูลข้าให้ตาย ไม่ให้มีคนอื่นมาคิดแค้นทำลายการค้าของตระกูลพวกเจ้า” นางก้าวไปข้างหน้าตะโกนเสียงดังต่อหน้านายหญิงผู้เฒ่าฟาง “พวกเจ้าพวกคนชั้นต่ำ...”

ที่นี่เป็นถนน หมู่บ้านเป่ยหลิวแม้ไม่เจริญเท่าอำเภอหยางเฉิง แต่เวลาเที่ยงวันก็มีคนไปมาไม่น้อย ก่อนหน้านี้พวกนางหยุดอยู่ที่ริมถนนก็มีคนไม่น้อยเมียงมองมาแล้ว ตอนนี้เสียงพูดอยู่ดีๆ ดังขึ้นมา ยิ่งเรียกคนไม่น้อยมุงเข้ามา

ช่างขายหน้าผู้คน หญิงรับใช้ข้างกายนายหญิงผู้เฒ่าฟางรีบก้าวเข้ามา สาวใช้ตัวน้อยคนนี้ที่ผ่านมาพูดจาไร้มารยาทก็แล้วไป แต่กล้าชี้หน้าด่านายหญิงผู้เฒ่า ไม่ต้องรอให้พวกนางสอดมือ นายหญิงผู้เฒ่าที่ไม่มองไม่สนใจนายบ่าวคู่นี้มาตลอดกลับยกมือขึ้นมาก่อน

“ตัวก่อเรื่อง!” นางพูดขึ้น มือตีไปที่หน้าสาวใช้ตัวน้อย

สาวใช้ตัวน้อยคิดไม่ถึงว่านายหญิงผู้เฒ่าที่ไม่แม้แต่จะมองนางตรงๆ กลับจะตีนางขึ้นมา

นายหญิงผู้เฒ่าฟางแม้จะอายุมากแล้ว แต่คนยังแข็งแรง หลังจากมาถึงตระกูลฟาง สาวใช้ตัวน้อยยังเคยไปเห็นตอนเช้าตรู่นายหญิงผู้เฒ่าฟางซ้อมต่อยหลักไม้ต้นหนึ่งด้านหลังเรือน นางยังวิ่งเข้าไปดู หลักไม้อันนั้นโดนต่อยจนเป็นเงาเกลี้ยง กลับมายังมาเล่าเป็นเรื่องตลกกับคุณหนูอยู่เลย

หน้านางคงเทียบหลักไม้ไม่ได้ ฝ่ามือนี้ตีลงมา คนต้องล้มโครมไปแน่ ฟันไม่แน่ว่าจะหลุดกระเด็นไปกี่ซี่

แต่ไม่มีโอกาสให้หลบแล้ว สาวใช้ตัวน้อยยืนนิ่ง มองมือตรงหน้าค่อยๆ ใหญ่ขึ้น

มือข้างหนึ่งยื่นเข้ามายึดข้อมือของนายหญิงผู้เฒ่าฟางไว้

มือของนายหญิงผู้เฒ่าฟางหยุดอยู่ข้างใบหน้าของสาวใช้ตัวน้อย

สาวใช้ตัวน้อยพรูลมหายใจออกมา หันไปเห็นคุณหนูที่ก้าวขึ้นมา

“คุณหนู” นางร้องทุกข์

คุณหนูจวินไม่มองนาง แต่มองไปที่นายหญิงผู้เฒ่าฟาง

นายหญิงผู้เฒ่าฟางก็มองนาง ในหน้ายังเหยียดยิ้มอยู่หลายส่วน

“ทำไม? คนชั้นต่ำอย่างข้าตีสาวใช้ของเจ้าไม่ได้งั้นหรือ?” นางถามขึ้น

คุณหนูจวินยิ้ม

“ท่านยาย ไม่ใช่ตีไม่ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องตี” นางกล่าวขึ้น ค่อยๆ ดึงมือที่กำอยู่ของนายหญิงผู้เฒ่าฟางลงมา “เรื่องจบแล้ว ข้ากับตระกูลหนิงไม่ติดค้างกัน ท่านยายไม่จำเป็นต้องเล่นละครให้พวกเขาดูเพื่อปกป้องข้าแล้ว”

นายหญิงผู้เฒ่าฟางมองนาง ร่างแข็งค้างขึ้นมา

……………………………………….

devc-d3c95f58-34223หวนชะตารัก: Chapter 008 ตอนที่ 8