Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ: Chapter0005 ตอนที่ 5
ตอนที่ 5
เช้าวันถัดมา หลิงซีเฉวียนสะพายกระเป๋าก้าวเข้ามาในห้องเรียนก่อนถึงเวลาอ่านหนังสือตอนเช้าแค่สิบนาที นักเรียนในห้องมากันเกือบครบแล้ว แต่เนื่องจากการสอบปลายภาคกำลังใกล้เข้ามา ทุกคนจึงเอาแต่นั่งเงียบอยู่กับที่ หรือหากพูดคุยก็จะกระซิบกันเบาๆ
“Hi หลิงซีเฉวียน” ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงควงปากกาอยู่อย่างเบื่อหน่าย พร้อมหนังสือวิชาภาษาจีนกางอยู่บนโต๊ะ พอเห็นเพื่อนร่วมโต๊ะของตนมา เธอจึงดี๊ด๊าขึ้นมาทันทีพร้อมกล่าวทักทายอย่างยิ้มแย้ม
“Hi” หลิงซีเฉวียนยิ้มให้เช่นเดียวกัน ครั้นเหลือบไปเห็นหนังสือภาษาจีนบนโต๊ะจึงบุ้ยปากหัวเราะ “หนังสือวางกลับหัวอยู่น่ะนักเรียนคนเก่ง”
ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงร้องอุ๊ย เธอหันขวับไปทางประตูหลังห้อง เมื่อไม่เห็นวี่แววของครู เธอจึงกลับหัวหนังสือทันควัน แล้วแสร้งกระแอมกลบเกลื่อน “แหะๆ โดนเธอจับได้เสียแล้ว”
“วันนี้อารมณ์ดีเชียวนะ” หลิงซีเฉวียนมองเธออย่างแปลกใจ พลางหยิบการบ้านของเมื่อวานทั้งหมดขึ้นมาวางบนโต๊ะ
จู่ๆ เธอก็ร้องเอ๊ะขึ้นมา “การบ้านเลขฉันล่ะ?”
เธอเอียงตัวพลิกหาการบ้านซึ่งใส่ไว้ลวกๆ ใต้โต๊ะหลังจากทำเสร็จเมื่อวาน หลังจากพลิกหาสองสามรอบไม่เจอก็เริ่มลนลาน “ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิง เธอเห็นการบ้านเลขของฉันไหม”
“ไม่เห็นนี่ เธอหาการบ้านไม่เจอเหรอ” ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงตกใจ จึงลองควานหาใต้โต๊ะตัวเองดู
“เอ ฉันจำได้ว่าเมื่อวานเลิกเรียนแล้วไม่ได้เอากลับบ้านนี่นา” เธอมองนาฬิกาข้อมือของลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิง อีกสามนาทีก็จะถึงเวลาอ่านหนังสือตอนเช้าแล้ว ถึงตอนนั้นหัวหน้าก็จะมาเก็บการบ้าน
หลิงซีเฉวียนเพิ่งเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างนี้เป็นครั้งแรก ที่แล้วมาพอเธอทำการบ้านเสร็จก็จะตั้งไว้ที่โรงเรียน ไม่เอากลับบ้าน แต่หลังจากเจอเรื่องที่หาการบ้านเมื่อวานไม่เจอ พอนึกว่าครูสอนเลขจะต้องดุด่าว่ากล่าวแน่ๆ เธอก็รู้สึกไม่ดีไปทั้งตัว
ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงเห็นเธอทำหน้าซึม จึงมองอย่างเห็นอกเห็นใจประหนึ่งเข้าใจหัวอกของเธอ ก่อนจะดันหลังเพื่อนผู้หญิงสองคนข้างหน้า “ตี๋ฉิน หลินเสี้ยวฉี พวกเธอเห็นการบ้านเลขของหลิงซีเฉวียนหรือเปล่า เธอหาไม่เจอ”
“หา?” หลินเสี้ยวฉีถูกดันอย่างแรงจากด้านหลังจึงสะดุ้งเฮือก รีบเอาหนังสือนิยายซึ่งกำลังเหน็บอ่านอยู่ที่ขายัดเข้าไปใต้โต๊ะตาลีตาเหลือก แล้วหันมาอย่างพะวักพะวน เมื่อเห็นว่าเป็นลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงจึงถลึงตาใส่ “ทำเสียฉันหัวใจจะวายตาย”
“นี่ จะถึงเวลาอ่านหนังสือตอนเช้าอยู่แล้วเธอยังกล้าอ่านนิยายรักนั่นอยู่อีกเหรอ เมื่อวานซืนครูเหอก็เพิ่งจะริบหนังสือของหลี่ซินเหยียนไปนะ” ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงเหลือบมองใต้โต๊ะของเธอ เห็นหนังสือนิยายซ่อนอยู่ใต้หนังสือเรียน จึงเตือนเธอด้วยความหวังดี
“ลืมไปแล้วหรือไงว่าตอนนี้เวลาอะไร” หลินเสี้ยวฉีพึมพำ ก่อนจะตอบรับสิ่งที่ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงถามเมื่อสักครู่ด้วยการควานหาดูในกระเป๋าและใต้โต๊ะไม่หยุด ก่อนจะมองหลิงซีเฉวียนซึ่งกำลังหน้าถอดสีด้วยสายตาแปลกใจ “ไม่นะ เธอทำการบ้านวิชาครูเฝิงเหมยหลานหายหรือ” ครั้นเห็นสีหน้าของหลิงซีเฉวียนแย่ลงจึงรีบปลอบว่า “ไม่เป็นไรหรอก ก่อนหน้านี้เธอก็ส่งการบ้านตรงเวลาตลอด ครูคงไม่คิดว่าเธอไม่ได้ทำมาหรอก”
“แต่นั่นการบ้านเลขเชียวนะ ครูคนอื่นยังพอเจรจาได้ แต่ถ้าเป็นยัยปิศาจเฝิงล่ะก็...” ตี๋ฉินยังพูดไม่ทันจบก็เห็นหลิงซีเฉวียนทำหน้าฮึดฮัดเอาหัวโขกโต๊ะจึงสงบปากไม่พูดต่อ ขณะที่กำลังจะหยอกเล่นว่าอย่าเครียดกับเรื่องที่พูดแหย่ไปนักเลย ทันใดนั้นเธอก็เขย่าเรียกหลิงซีเฉวียนซึ่งกำลังคอตกว่า “นี่”
“หืม” หลิงซีเฉวียนขยี้หน้าผาก แล้วมองงงๆ ไปยังตี๋ฉินซึ่งเอาแต่ดึงแขนเธอไม่หยุด ครั้นเห็นเธอทำท่าบอกให้ตนมองไปด้านหลัง จึงหันไปมองอย่างเสียไม่ได้
เด็กสาวคลำหน้าผาก สายตางุนงงของเธอสบเข้ากับดวงตาสีอำพันอันงดงามแต่เย็นเยือกคู่หนึ่ง เจ้าของดวงตาคู่นั้นกำลังมองแปลกๆ มาที่ตน เธอเห็นเขาหยุดมองหน้าผากของตนครู่หนึ่ง ก่อนจะลดระดับสายตาลงมาสบตากับเธอ เธอจึงยืดตัวตรงขึ้นเกือบจะทันที
“โทษทีนะ พี่อิ่นหยิบการบ้านของเธอผิดไป เลยเอามาคืน”
ดวงตาแววใสของฝ่ายชายชวนให้หลงใหลได้ราวกับแสงดาวอันพราวพร่าง หลิงซีเฉวียนใจเต้นรัว สิ่งที่เขาพูดทำให้เธอละสายตาจากเขาโดยสิ้นเชิงพลางหันไปมองมือที่ชูขึ้นเล็กน้อยของเขา ในมือเป็นการบ้านเลขซึ่งเธอกำลังลนลานตามหา
สายตาของเธอหยุดมองการบ้านชั่วครู่ราวกับกำลังนึกอะไรบางอย่าง
พี่อิ่น? อิ่นจวิ้นอวี้น่ะหรือ?
แต่การบ้านของเธอวางอยู่ใต้โต๊ะตัวเองไม่ผิดแน่ แล้วอิ่นจวิ้นอวี้จะหยิบผิดไปได้อย่างไร
หลิงซีเฉวียนนึกย้อนกลับไปโดยไม่ได้แสดงอาการเหม่อลอยให้เห็นแม้แต่น้อย รวมถึงไม่ได้ถามข้อสงสัยของตัวเองออกไป เพียงเพราะว่าตอนที่เธอเงยหน้ามองเย่ชิงถิงอีกครั้งนั้น สายตาอันงดงามบริสุทธิ์ของฝ่ายตรงข้ามแสดงอาการระแวงออกมาให้เห็นแวบๆ
ดูท่าแล้ว ถามไปก็คงไม่ได้คำตอบ
“ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง ขอบใจนะที่เอามาให้” เธอเลิกคิ้วแล้วยิ้มให้พอเป็นมารยาท จากนั้นจึงยื่นมือไปรับการบ้านของตนคืนอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด โดยไม่พลาดรอยยิ้มน้อยๆ ของฝ่ายตรงข้ามแม้เพียงเสี้ยววินาที แม้ว่าเขาอาจจะยิ้มตอบเธอโดยไม่ได้ตั้งใจก็ตาม
“อ้อ ฉันนึกออกแล้ว” ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงมองเย่ชิงถิงกลับไปนั่งที่ของเขาอย่างเยือกเย็น ทันใดนั้นก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงเข้าไปกระซิบข้างหูหลิงซีเฉวียน “วันนี้ตอนที่ฉันมาถึงห้อง เห็นอิ่นจวิ้นอวี้กับเย่ชิงถิงกำลังนั่งทำอะไรไม่รู้อยู่ตรงที่นั่งของเราสองคน พอเห็นฉันมาก็เลยลุกออกไป เธอว่า เป็นไปได้ไหมที่เขาสองคนยังลอกการบ้านไม่ทันเสร็จ ก็เลยหยิบการบ้านของเธอไปด้วย”
มิน่าวันนี้ตอนเช้าเธอถึงได้ตื่นเต้นดีใจนักตอนเจอฉัน เป็นเพราะอิ่นจวิ้นอวี้มานั่งที่เธอสินะ
พอนึกถึงสิ่งที่หลินเสี้ยวฉีพูดเมื่อคืน หลิงซีเฉวียนก็จ้องเพื่อนร่วมโต๊ะจอมทะเล่อทะล่าของตนตาไม่ขยับ “แล้วทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้”
“ก็ไม่ได้นึกถึงประเด็นนี้นี่นา” ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงหัวเราะฮิๆ ตี๋ฉินก็เข้ามาร่วมวงด้วยความสนอกสนใจ “ที่จริงเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อย”
“หลิงซีเฉวียน เธอไม่ได้อยู่เวรตอนเช้า เธอไม่รู้หรอกว่าผู้ชายหลายคนในห้องเราไม่เคยทำการบ้านกันหรอก เช้ามาก็มาลอกกันที่โรงเรียนทุกวัน” พอพูดจบคำสุดท้าย ตี๋ฉินก็เบาเสียงลง แล้วทำท่าหันไปทางเฉิงอีหาน “แต่ว่ามีครั้งหนึ่งฉีย่าหลิงบอกฉันว่า พวกเขาชอบไปขอลอกการบ้านของเฉิงอีหาน ใครใช้ให้เธอเกิดมาสวยแล้วยังเก่งภาษาจีนอีกล่ะ”
“แต่ฉันว่าเขาเก่งสู้เธอไม่ได้หรอก” ตี๋ฉินเสริมขึ้นมาหลังพูดจบ
ตอนแรกหลิงซีเฉวียนก็ตั้งใจฟังดิบดี แต่พอฟังถึงตอนสุดท้ายก็อดหัวเราะไม่ได้ “ไปเลย ไม่ต้องมาเอาฉันไปเกี่ยวด้วยเลย”
“แต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันแปลกมาก หลิงซีเฉวียน เธอสนิทกับพวกอิ่นจวิ้นอวี้หรือเปล่า” หลินเสี้ยวฉีได้ยินคนข้างหลังคุยกัน จึงถามอย่างสงสัยใคร่รู้
“ไม่สนิท” หลิงซีเฉวียนส่ายหัวตามตรง “ฉันยังไม่เคยคุยกับพวกเขาสักคำเลย”
“ฉันก็ว่างั้น” หลินเสี้ยวฉีมองเธอทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ แล้วหันกลับไปอ่านนิยายของเธอ
“เป็นอะไรของเขา” ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงบุ้ยปากถามเพื่อนทั้งสองเพราะไม่เข้าใจคำถามของหลินเสี้ยวฉี
ตี๋ฉินมองเพื่อนร่วมโต๊ะของตน ก่อนจะยิ้มแล้วยักไหล่เป็นเชิงว่าเธอเองก็ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเช่นกัน
ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงเหมือนอยากจะพูดอะไร แต่เสียงกริ่งชั่วโมงอ่านหนังสือตอนเช้าก็ดังขึ้นเสียก่อน เหออิงหอบหนังสือเรียนมาถึงหน้าประตูห้องตรงเวลาพอดี ทั้งห้องเงียบลงกว่าเดิมทันตา
หลิงซีเฉวียนเอาการบ้านเลขและการบ้านวิชาอื่นๆ วางไว้ด้วยกัน สายตาของเธอหยุดชะงักตรงรอยยับด้านล่างกระดาษ ทันใดนั้นก็นึกถึงมือของเย่ชิงถิงที่ส่งกระดาษให้เธอ
เธอจับหน้าอกที่กำลังเต้นเบาๆ ตอนนั้นเอง เสียงครูประจำชั้นก็ราวกับจะอยู่ไกลออกไป
ดูเหมือนเธอจะชอบเขาเข้าบ้างแล้วจริงๆ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------