Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ

Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ: Chapter0006 ตอนที่ 6

#6Chapter0006

ตอนที่ 6

ตอนเที่ยง หลิงซีเฉวียนกับพวกหลี่ว์ซีหนิงรวม 3 คน กำลังกินข้าวพูดคุยกันอยู่ในโรงอาหาร แต่แล้วก็มีจานข้าวใบหนึ่งวางกระแทกข้างเธอดังตึง เธอหันไปมองเจ้าของจาน เห็นเซียวชุ่นนั่งลงตรงเก้าอี้ซึ่งอยู่แถวถัดไปจากเธอ พลางเม้มปากเหมือนอารมณ์ไม่ค่อยดี

“เซียวชุ่น นายเป็นอะไร” ตี๋ฉินซึ่งนั่งตรงข้ามหลิงซีเฉวียนถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ จากนั้นก็เห็นฉีย่าหลิง ถือจานมานั่งตรงข้ามเซียวชุ่น ยืนตะเกียบให้เขาคู่หนึ่ง แล้วขยิบตาให้ตี๋ฉินซึ่งอยู่ข้างๆ “จะเป็นอะไรได้ อกหักน่ะสิ”

ตี๋ฉินมองเซียวชุ่นอย่างสงสัย ก่อนจะพบว่าฉีย่าหลิงนั่งอยู่ข้างเธอ เธอจึงลุกขึ้นยิ้มพลางดึงแขนหลินเสี้ยวฉี “หลินเสี้ยวฉี ลุกขึ้น แลกที่กัน”

“อะไรล่ะ กินข้าวเธอไปสิ” หลินเสี้ยวฉีกลอกตา ก่อนจะมองเซียวชุ่นแล้วแซวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า “ว้าว อย่างนายก็อกหักกับเขาด้วยเหรอเนี่ย ฉันนึกว่านายจะไม่มีใครเอาเสียอีก”

ตี๋ฉินเห็นเธอไม่มีทีท่าจะลุกขึ้น ครั้นตนจะเอาแต่ยืนก็กระไรอยู่จึงจำต้องนั่งลง เธอกวาดตามองไปรอบๆ อย่างไม่ตั้งใจ ก่อนจะถามขึ้นว่า “ทำไมวันนี้มีแค่พวกนายสองคน แล้วอีกสองคนล่ะ”

ฉีย่าหลิงก้มหน้าก้มตากินข้าว “โดนครูสอนอังกฤษเรียกไปที่ห้องพักครูน่ะ”

“แม้แต่ข้าวก็ไม่ให้กินเนี่ยนะ” หลินเสี้ยวฉีจิ๊ปาก แต่แล้วทันใดนั้นก็เอาแขนกระทุ้งตี๋ฉิน พร้อมส่งสายตาให้หลี่ว์ซีหนิงกับหลิงซีเฉวียนหันไปมองข้างๆ อย่างตกอกตกใจ

ผู้ชายสวมชุดนักเรียนบุคลิกดีคนหนึ่งคนหนึ่งเดินมาทางพวกเขา เขามีหน้าตาโดดเด่น ผมสีดำขลับรวบตึงไปข้างหลัง เขาหรี่ตาสวยๆ ดุจตากวางลงเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปทางเซียวชุ่นด้วยท่าทางนักเลงสุดขีด

“นี่มันเนี่ยซือเฮ่อห้องสามไม่ใช่เหรอ” หลี่ว์ซีหนิงหันไปทางหลิงซีเฉวียนแล้วถามข้างหูเธอด้วยเสียงที่เบาที่สุด

“ใคร?” หลิงซีเฉวียนหันไปหาหลี่ว์ซีหนิงอย่างงงๆ

หลี่ว์ซีหนิงจ้องเพื่อนร่วมโต๊ะของตนอย่างยอมใจ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก เนื่องจากผู้มาเยือนยืนปักหลักอยู่ข้างเซียวชุ่นท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย

เนี่ยซือเฮ่อแสยะยิ้ม สายตาของคนจำนวนมากที่มองมาทำให้ตากวางสีน้ำตาลอ่อนของเขาเริ่มลาย เขาจึงหันกลับมามองเซียวชุ่น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงประชดถากถางว่า “เซียวชุ่นห้องหนึ่งสินะ ทำคนอื่นเข้าโรงพยาบาล แต่ตัวเองยังมานั่งกินข้าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันล่ะนับถือนายเหลือเกิน”

พอสิ้นเสียง ชายคนนั้นก็สะบัดมือปัดจานข้าวตรงหน้าเซียวชุ่นจนคว่ำ

ท่ามกลางเสียงหวีดร้อง หลิงซีเฉวียนยืนขึ้นผลุนผลัน เนื่องจากน้ำแกงถูกปัดจนกระเด็นมาเลอะชุดนักเรียนของเธอจนเหนียวเหนอะ กอปรกับเธอค่อนข้างมีนิสัยรักความสะอาด จึงหน้าซีดอย่างรับไม่ค่อยได้ขึ้นมาทันที

“ไม่เป็นไรใช่ไหม” หลี่ว์ซีหนิงรีบลุกขึ้นหยิบทิชชูจากกระเป๋าเสื้อยื่นให้เธอแผ่นหนึ่ง ของตัวเองอีกแผ่นหนึ่ง แล้วก้มลงไปช่วยเธอเช็ด

เซียวชุ่นรั้งฉีย่าหลิงซึ่งกำลังหน้าแดงด้วยความโกรธไว้ แล้วลุกขึ้นอย่างสงบ “เนี่ยซือเฮ่อ ถ้าจะเก๊กก็อย่ามาเก๊กต่อหน้าฉัน ส่วนเซี่ยโย่ว เขามาแย่งลูกบอลของพวกเราก่อน อย่าเข้าใจผิด”

“หึ รอครูประจำชั้นพวกนายมาเรียกไปแล้วกัน” เนี่ยซือเฮ่อหรี่ตามองหลิงซีเฉวียนครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองเซียวชุ่นอีกครั้ง เขาพูดประโยคเสียดสีนี้ทิ้งท้าย แล้วเดินออกจากโรงอาหารโดยไม่เหลียวหลังมาอีก

“เซียวชุ่น นาย...” เมื่อเห็นเขาไปแล้ว ฉีย่าหลิงก็ทำหน้าเหยเก เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมเมื่อสักครู่เซียวซุ่นจึงห้ามไม่ให้เขาพูด

“เมื่อเช้านายก็เห็นนี่ว่าฉันทำเซี่ยโย่วมือหักน่ะ” เซียวชุ่นหน้าบึ้ง ตอนนี้ตาเหยี่ยวได้รูปของเขาบุ๋มลึกลงไป “ขืนนายไปมีเรื่องกับเขา เดี๋ยวครูก็ได้เรียกนายไปเทศน์หรอก”

“ฉันขึ้นไปก่อนนะ” หลิงซีเฉวียนเช็ดน้ำแกงบนชุดนักเรียนจนสะอาดแล้ว แต่คราบเป็นดวงๆ ดูน่าสะอิดสะเอียนจนเธอเห็นแล้วขยะแขยงไปทั้งตัว เธอไม่อยากรออีกต่อไป จึงรีบบอกพวกหลี่ว์ซีหนิงแล้วจับชายเสื้อนักเรียนวิ่งไปทางห้องน้ำ

“อื้ม!” กว่าหลี่ว์ซีหนิงจะขานรับ หลิงซีเฉวียนก็วิ่งไปไม่เห็นฝุ่นแล้ว จึงได้แต่มองตากันกับหลินเสี้ยวฉีอย่างช่วยไม่ได้

ยังดีที่คราบติดเฉพาะเสื้อนอกของโรงเรียน

หลิงซีเฉวียนถอดเสื้อออกในห้องน้ำ แล้วขยี้ซ้ำอยู่หลายรอบตรงรอยคราบ กระทั่งกลับถึงห้องเรียนแล้ว ก็ยังขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดงุ่นง่านไม่เลิก

พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกจริงๆ

เนื่องจากเสื้อยังไม่ทันแห้ง เธอจึงได้แต่สวมเสื้อเชิ้ตของตัวเองไปก่อน แม้จะกล่าวได้ว่าใกล้ถึงปลายเดือนพฤษภาคมแล้ว แต่อุณหภูมิกลับยังคงลดลงเรื่อยๆ หากไม่ได้ออกกำลังกายแล้วสวมเพียงแค่เสื้อเชิ้ตบางๆ ย่อมต้องรู้สึกหนาวอยู่บ้าง

ตอนนี้ทำได้เพียงดีใจที่สิ่งที่เธอสวมอยู่ไม่ใช่กระโปรงสั้น

หลิงซีเฉวียนกลับห้องเรียนไปอย่างไม่มีความสุขนัก ตอนนี้เพิ่งจะเป็นเวลาพักเที่ยง ในห้องจึงมีคนอยู่เพียงไม่กี่คน เธอกวาดตามองไปยังที่นั่งบางที่ตามอำเภอใจ เมื่อไม่เห็นคนที่ตนมักอยากเห็น จึงเดินกลับไปนั่งคอตกยังที่ของตัวเอง พลางกอดเสื้อที่เปียกอยู่ครึ่งตัวอย่างห่อเหี่ยว

เนี่ยซือเฮ่อห้องสาม? ต่อไปถ้าเห็นเขามาแต่ไกลเธอจะเดินเลี่ยงแน่นอน

ขณะที่กำลังคิดอยู่นี้ เสียงกระแอมก็ดังขึ้นจากตรงแท่นบรรยาย เธอกวาดตามองด้วยอารมณ์หดหู่ แต่แล้วก็รู้สึกหวั่นๆ ในใจ จึงก้มลงไปดูเงียบๆ

เขาอยู่นี่นา! ทำไมตอนที่ตัวเองเข้ามาในห้องถึงไม่เห็นนะ!

หลิงซีเฉวียนร้องไห้คร่ำครวญในใจ หลังจากจัดการกับอารมณ์ได้แล้ว ก็แอบมองไปตรงแท่นบรรยายอีกครั้ง

ณ แท่นบรรยาย เย่ชิงถิงกับอิ่นจวิ้นอวี้กำลังเขียนอะไรบางอย่างลงในกระดาษข้อสอบที่วางแผ่อยู่มือเป็นระวิงด้วยสีหน้าตั้งอกตั้งใจ

“เย่ชิงถิง พวกนายยังแก้ไม่เสร็จอีกเหรอ” เฉิงอีหานกับจางเสี่ยวผิงเห็นภาพพวกนี้ตอนที่เดินควงแขนกันเข้ามาในห้อง จึงมองพวกเขาอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่เฉิงอีหานจะหยอกพวกเขาด้วยเสียงหวานย้อย

“เยอะจะตายชัก” เย่ชิงถิงตอบส่งๆ มือจับปากกา หน้าไม่ยอมเงย

หลิงซีเฉวียนมองเฉิงอีหานกับจางเสี่ยวผิง เห็นพวกเธอสุมหัวกันเล่นหมากห้าตัวอยู่ จึงมองไปยังผู้ชายที่อยู่ตรงแท่นบรรยายเหมือนกำลังคิดอะไร

เฉิงอีหานกับจางเสี่ยวผิงได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้หญิงสองคนที่หน้าตาดีที่สุดในรุ่นนี้ สำหรับเรื่องนี้ หลิงซีเฉวียนเองก็ยอมรับว่าพวกเธอสองคนสวยเป็นธรรมชาติจากภายใน อีกทั้งรูปลักษณ์หน้าตาก็สวยกันคนละแบบ เฉิงอีหานสวยหวานบริสุทธิ์ ส่วนจางเสี่ยวผิงสวยเด่นสะดุดตา ใครเห็นใครก็ชอบ

เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลิงซีเฉวียนก็นึกถึงเรื่องที่หลินเสี้ยวฉีเคยเม้าให้ฟัง โดยไม่ทันรู้ตัวว่าสายตาที่ตัวเองมองเย่ชิงถิงนั้นเหิมเกริมขึ้นทุกที

เย่ชิงถิงเป็นฝ่ายขอ QQ ของเฉิงอีหานเองเลยหรือ

แต่เขาก็เพิ่มฉันเป็นเพื่อนแล้วนะ

หลิงซีเฉวียนเผลอบุ้ยปากเบาๆ โดยไม่รู้ตัว เธอเอามือเท้าคางขึ้นบนโต๊ะ มองใบหน้าตรงแท่นบรรยายนั้นอย่างตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าที่ทำให้เธอหลงใหล ใบหน้าที่ต่อให้มองเป็นร้อยครั้งก็ไม่เบื่อ

บางทีการมองแบบนี้อาจจะตรงเกินไป ฝ่ายชายเหมือนจะรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงมองมาตรงที่เธอนั่งแวบหนึ่ง หลังจากสบตากันเพียงวินาที เขาก็ละสายตาไปเงียบๆ มือหนึ่งก็ชักข้อสอบภาษาอังกฤษของเพื่อนข้างๆ ผู้ซึ่งกำลังตั้งใจลอกอยู่ลงมา

“เย่ชิงถิง ทำอะไรของนายเนี่ย!” ข้อสอบซึ่งมีคำตอบที่ถูกต้องถูกดึงไปโดยไม่มีเหตุผล อิ่นจวิ้นอวี้จึงโวยวายขึ้น

“มือลื่นน่ะ” เย่ชิงถิงเอากระดาษข้อสอบในมือวางกลับไปบนแท่นบรรยายดังเดิม เขาจิ้มปากกาหมึกซึมลงบนข้อสอบของตัวเองจนหมึกมันซึมเป็นดวงเล็กๆ แต่ก็ยังไม่เขียนต่อเสียที ด้านล่างดวงตาสวยงามคู่นั้นคือริมฝีปากบางสีแดงที่เม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง

ขณะเดียวกัน หลิงซีเฉวียนก็ก้มลงกับโต๊ะอย่างหน้าชา เธอรู้สึกผิดที่ทำอย่างนั้นจนไม่กล้าเงยหน้ามองตรงแท่นบรรยายอีก

ตัวเองทำเรื่องน่าอายแบบนั้นลงไปได้อย่างไร แถมยังมองเขาตาไม่กะพริบอีก!

เย่ชิงถิงจะต้องคิดว่าเธอเป็นคนหื่นแน่ๆ...อ๊าก...

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

devc-75d0bbbd-32992Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ: Chapter0006 ตอนที่ 6