Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ: Chapter0013 ตอนที่ 13
ตอนที่ 13
หลิงซีเฉวียนยืนพินิจตัวเองอยู่หน้ากระจกตั้งพื้น เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีชมพูกับกางเกงยีนส์สีขาวสบายๆ แลดูสะอาดตา ผมหางม้าสองข้างที่มัดไว้ห้อยลงมาประบ่า ผมดำขลับเป็นประกายพลิ้วไหวยามหมุนตัว เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลือกผ้าสีกาแฟสองเส้นมามัดเป็นโบว์ตรงจุกทั้งสองข้างแล้วหันซ้ายหันขวาดูอีกหนึ่งรอบ เมื่อเห็นว่าสวยและดูปราดเปรียวดีแล้วจึงพยักหน้าอย่างพอใจ
เธอมองไปยังนาฬิกาข้างฝาซึ่งบอกเวลาแปดโมงครึ่ง เธอกะเวลาครู่หนึ่งก่อนจะหยิบเสื้อคลุมขนสัตว์บนโซฟาออกจากบ้าน
หลิงซีเฉวียนมาถึงสถานีตอนที่เหลืออีกไม่ถึงห้านาทีก็จะเป็นเวลาเก้าโมงครึ่ง แต่เมื่อหันดูทางออกซ้ายขวาหน้าหลังแล้วก็นึกปัญหาสำคัญขึ้นมาได้ นั่นก็คือ...เธอไม่รู้ว่าทางออกไหนอยู่ใกล้บ้านหลี่ว์ซีหนิง และไม่รู้ว่าควรออกทางออกไหนด้วย
ที่ร้ายแรงยิ่งกว่าก็คือ...เธอไม่มีโทรศัพท์มือถือ หรือพูดให้ถูกก็คือที่แล้วมาเธอไม่เคยคิดจะซื้อมือถือ เพราะก่อนจะถึงวันนี้ เธอไม่เคยนัดเที่ยวกับเพื่อนมาก่อน
ขณะที่เธอกำลังลนลานไม่แน่ใจว่าจะเดินไปดูทั้งสี่ทางออกดีไหม หางตาก็เหลือบไปเห็นร่างคุ้นๆ ร่างหนึ่ง เป็นร่างที่ไม่ว่าจะอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายแค่ไหนก็สามารถหาเจอได้ทันที นั่นก็คือเย่ชิงถิงกับอิ่นจวิ้นอวี้ที่อยู่ข้างๆ
หลิงซีเฉวียนรีบวิ่งไปหาพวกเขา เสียงพื้นรองเท้าเสียดสีกับพื้นยามวิ่งคงจะเร็วมากจนได้ยินชัด อิ่นจวิ้นอวี้จึงหันไปมองต้นเสียงซึ่งใกล้ตนเข้ามาเรื่อยๆ แล้วเอาแขนศอกเย่ชิงถิงซึ่งกำลังก้มดูมือถือ
หนุ่มหล่อทั้งสองจ้องมาที่ตนพร้อมกัน หลิงซีเฉวียนจึงลดฝีเท้าลงทันทีและรีบกล่าวทักทายพร้อมอธิบายด้วยสีหน้าอึกอักว่า “เอ่อคือ...ฉันไม่รู้ว่าควรจะออกทางออกไหนน่ะ”
“ทางออก 2 ฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกัน” เย่ชิงถิงมองหน้าผู้หญิงตรงหน้า โดยที่ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอหน้าแดงเพราะรีบวิ่งมาหรืออย่างไร เขานำทางพลางหันมองหลิงซีเฉวียนโดยปราศจากพิรุธอยู่หลายครั้ง เธอตัวเล็กกว่าเขาครึ่งหนึ่งและจงใจทิ้งระยะตามหลังเขาสองก้าว จากนั้นเขาก็ถามเพิ่มว่า “เธอยืนอยู่ตรงนี้มานานเท่าไรแล้ว”
“หา?” หลิงซีเฉวียนนึกว่าตัวเองหูแว่วจึงเงยหน้ามองข้างหน้า แค่เพียงเห็นเย่ชิงถิงเอี้ยวตัวมามองเธอก็อดจ้องหน้าเขาอย่างเหม่อลอยไม่ได้ กระทั่งอีกฝ่ายมองกลับมาด้วยแววตาสงสัย เธอจึงรู้สึกตัวขึ้นมาว่าตนเองเหม่ออยู่นาน จึงรีบเก็บอาการแทบจะทันที แล้วตอบไปด้วยน้ำเสียงปกติว่า “ไม่นาน ฉันนึกว่าพวกนายมาถึงกันหมดแล้วเสียอีก”
“ฮึ พวกเขามาถึงกันหมดแล้ว ทิ้งฉันกับเย่ชิงถิงไว้สองคนนี่แหละ” อิ่นจวิ้นอวี้ไม่ได้สังเกตเห็นอาการแปลกๆ ของหลิงซีเฉวียนเมื่อสักครู่นี้ พอได้ยินดังนั้นจึงหัวเราะถากถางเหมือนจะสื่อความนัย
ทั้งสามขึ้นบันไดเลื่อนมาจนถึงทางออก 2 แล้วก็เป็นไปตามที่คาด ตี๋ฉิน หลินเสี้ยวฉี ฉีย่าหลิงรวมถึงเซียวซุ่น ทั้งสี่คนมารออยู่ที่นั่นแล้ว ท่าทางดูเหมือนมาถึงได้สักพักแล้วด้วย
ตี๋ฉินเห็นพวกเขาก่อนเป็นคนแรก เธอมองหลิงซีเฉวียนซึ่งทิ้งระยะตามหลังเย่ชิงถิงอยู่สองก้าวด้วยแววตาประหลาดใจอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะเดินไปหาเธอ “หลิงซีเฉวียน เมื่อกี้ฉันเพิ่งว่าหลินเสี้ยวฉีไปหยกๆ ว่าทำไมไม่บอกประตูทางออกเธอ นี่ยังคิดจะลงไปตามหาเธอในสถานีอยู่พอดี”
“ฉันไม่ค่อยได้นั่งรถไฟใต้ดิน เมื่อวานเลยลืมถามเรื่องนี้ไปเลย” หลิงซีเฉวียนเห็นตี๋ฉินสวมเสื้อคลุมหนังและมัดผมหางม้าชี้โด่ จึงระเบิดหัวเราะออกมา
“ก็ฉันลืมนี่” หลินเสี้ยวฉีเดินเข้ามาคล้องแขนหลิงซีเฉวียนอย่างสนิทสนม
วันนี้หลินเสี้ยวฉีแต่งตัวน่ารักสดใส เธอติดกิ๊บคริสตัลสีชมพูอ่อนบนผมที่สั้นเสมอหู ข้างล่างเสื้อคลุมไหมพรมสีอ่อนเป็นกางเกงเลคกิ้งทับด้วยกางเกงขาสั้นสีดำ ตัดกับรองเท้าส้นตึกสีขาว ดูแล้วสวยทันสมัยจริงๆ
“หลินเสี้ยวฉี วันนี้สวยจริงๆ นะเนี่ย” หลังจากมองเสร็จหัวจรดเท้า หลิงซีเฉวียนก็เอ่ยปากชมจากใจจริง หลินเสี้ยวฉีถูกชมเข้าก็ยิ้มเขินๆ พร้อมเหลือบมองเซียวซุ่น พอเห็นเขาทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เดินไปหาเย่ชิงถิงกับอิ่นจวิ้นอวี้ เธอก็ตาตกอีกครั้ง
หลิงซีเฉวียนสังเกตปฏิกิริยาของเธอ แต่พอหันกลับมาก็เห็นตี๋ฉินพอดี ตี๋ฉินมองหลินเสี้ยวฉีนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะละสายตาออกมาอย่างไม่แยแส แล้วหันไปสนทนาฮาเฮกับฉีย่าหลิงอย่างไม่น่าเชื่อ
หลินเสี้ยวฉีกับตี๋ฉิน...รู้สึกเหมือนมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
ไม่สิ ไม่ใช่แค่หลินเสี้ยวฉีกับตี๋ฉิน
หลิงซีเฉวียนมองสลับไปมาระหว่างเซียวซุ่นกับฉีย่าหลิง
เย่ชิงถิงกับอิ่นจวิ้นอวี้แยกตัวออกไปเล่นมือถือนานแล้ว ราวกับไม่รู้เลยว่าเซียวซุ่นกับฉ่าหลิงที่เมื่อก่อนมักจะตัวติดกัน ตอนนี้กลับจงใจยืนห่างกัน กระทั่งคำพูดคำจาก็ยังรักษาระยะห่างต่อกัน
ผู้หญิงสองคนและผู้ชายสองคนข้างหน้า ต่างไม่มีใครแสดงออกทางสีหน้าให้คนนอกเห็น แม้บางครั้งการพบปะพูดคุยอาจดูเหมือนรักใคร่กลมเกลียวกันดี แต่บรรยากาศกลับกระอักกระอ่วนไม่เป็นธรรมชาติ ไม่ว่าใครที่เดินผ่าน ย่อมรู้สึกได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ นี้ แล้วก็ย่อมต้องมองด้วยสายตาประหลาดใจ
หลิงซีเฉวียนมองจุดนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และรู้สึกรับไม่ค่อยได้กับความสงบที่เสแสร้งแกล้งทำเป็นเหมือนเดิมนี้ เธอไม่ได้ตั้งใจจะทำตัวเป็นนักสืบโคนัน และไม่ได้อยากจะทดสอบฝีมือท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ด้วย ดังนั้นเธอจึงต้องหาหัวข้อขึ้นมาพูดคุยเพื่อทำลายความเงียบนี้ ซึ่งต่อมาก็นึกขึ้นได้หัวข้อหนึ่ง นั่นก็คือ “แล้วหลี่ว์ซีหนิงล่ะ”
“ตอนออกมาเธอลืมเอากระเป๋าสตางค์มาด้วย ก็เลยต้องกลับไปเอาที่บ้านทั้งที่ออกมาได้ครึ่งทางแล้ว แต่ก็น่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะ” หลินเสี้ยวฉีเงยหน้าขึ้นมาจากเล่นเกมในมือถือ แล้วแสร้งถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “วันนี้เจ้าของวันเกิดของเรานี่ขี้ลืมจริงๆ”
“ว่าใครขี้ลืมยะ” เสียงตะโกนซึ่งแฝงน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจเท่าไรดังลอยมา หลี่ว์ซีหนิงสวมชุดกีฬาดูทะมัดทะแมง สะพายกระเป๋าเล็กๆ วิ่งเหยาะๆ มา เธอสอดส่องบรรดาเพื่อนๆ รอบหนึ่ง แล้วร้องเอ๊ะออกมาในทันใด เธอค้างเติ่งอยู่นานก่อนจะทำหน้าแปลกใจ “ทำไมมีแค่ฉันที่เอากระเป๋ามาล่ะ”
“สิ่งที่เธอเอามาคือกระเป๋าสตางค์ แต่สิ่งที่พวกเราเอามาคือกระเป๋าเสื้อ” ได้ยินดังนั้น ตี๋ฉินก็กลอกตาหัวเราะอย่างชั่วร้าย
“วันเกิดใครก็คนนั้นเลี้ยงไม่ใช่เหรอ จะเอากระเป๋าสตางค์มาทำไม” หลินเสี้ยวฉีก็แซวด้วยอีกคน
“ก็ได้ๆๆ ฉันเลี้ยงก็ได้” หลี่ว์ซีหนิงหัวเราะตามอย่างไม่ได้ถือโทษโกรธเคือง จากนั้นหัวข้อสนทนาก็เปลี่ยนไป “ว่าแต่ ตอนนี้เราจะไปไหนกันดี”
“ไปจตุรัสประชาชนเลยไหมล่ะ ห่างจากที่นี่ไม่กี่สถานีเอง” หลินเสี้ยวฉีคิดแล้วเสนอไอเดียแรกขึ้นมา
“ฉันยังไงก็ได้” ตี๋ฉินพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ หลิงซีเฉวียนกับหลี่ว์ซีหนิงก็พยักหน้าตาม ส่วนผู้ชายอีกสี่คนต่างมีท่าทีเมินเฉยไม่สนใจ สุดท้ายอิ่นจวิ้นอวี้ก็ยักไหล่ แล้วบอกว่า “พวกเราก็ยังไงก็ได้”
ดังนั้นข้อเสนอของหลินเสี้ยวฉีจึงได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์…
เมื่อตกลงได้แล้วก็ไป คนเจ็ดแปดคนลงบันไดเลื่อนตามกันเข้าไปในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน หลิงซีเฉวียนรู้สึกได้ว่ามีแรงต้านที่แขนคอยรั้งไม่ให้เธอก้าวขาออกไป เธอจึงหันไปมองด้านข้าง พบว่าหลี่ว์ซีหนิงยังคงทำหน้าเฉย แต่มือกลับจับแขนของตนไว้แน่น เพื่อห้ามไม่ให้เธอตามหลินเสี้ยวฉีลงบันไดเลื่อนไป ขณะเดียวกันเซียวซุ่นซึ่งอยู่ข้างหลังพวกเธอก็ไม่รู้ว่าอยู่ในอารมณ์ไหน จึงชนไหล่หลินเสี้ยวฉีอย่างจังลงบันไดเลื่อนไป หลินเสี้ยวฉีร้องเฮ้ยออกมาเพราะเกือบทรงตัวไม่อยู่ เมื่อถูกเซียวซุ่นดึงความสนใจจึงพลอยปล่อยแขนที่คล้องหลิงซีเฉวียน
“นี่ ทำไมผู้ชายสี่คนนั้นก็มาด้วยล่ะ” เมื่อหกคนข้างหน้าลงบันไดเลื่อนห่างออกไปแล้ว หลี่ว์ซีหนิงจึงคลายมือที่จับหลิงซีเฉวียนแล้วจูงเธอลงบันไดเลื่อน พร้อมจ้องเธออย่างแยกเขี้ยวยิงฟัน
“เธอไม่รู้เหรอ” หลิงซีเฉวียนแปลกใจ เธอเข้าใจทันทีว่าทำไมตอนที่เพิ่งเจอพวกเขาหล่อนถึงได้อึ้งไปชั่วขณะ
“ฉันจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ไม่มีใครบอกฉันสักคน เธอเองก็ไม่ได้บอกฉัน” หลี่ว์ซีหนิงกัดฟันกรอดๆ อยู่ข้างหูของเธอ
“ฉันนึกว่า...” หลินเสี้ยวฉีบอกเธอแล้วเสียอีก
หลิงซีเฉวียนเห็นหลี่ว์ซีหนิงมีสีหน้าไม่ค่อยดี จึงไม่อธิบายต่อ เธอลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นถามว่า “หลี่ว์ซีหนิง เธอไม่ดีใจเหรอ”
“ใช่ว่าฉันไม่ดีใจ” แม้จะดูแทบไม่ออกว่าริมฝีปากของหลี่ว์ซีหนิงกำลังขมุบขมิบ แต่น้ำเสียงกลับฟังออกว่าโกรธ “ฉันรู้สึกว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรปิดบังฉันนี่นา เพราะถ้าฉันจำไม่ผิด พวกเธอบอกว่าวันนี้มาเที่ยวเพื่อเป็นการ...ฉลอง...วัน...เกิด...ฉัน”
“ใช่ๆๆ ฉันผิดเอง ฉันคิดไม่รอบคอบ เธออย่าโกรธเลยนะ” หลี่ว์ซีหนิงพูดมีเหตุผล หลิงซีเฉวียนมองหลี่ว์ซีหนิงด้วยแววตาอ้อนวอนขอให้ยกโทษ ทั้งที่ความจริงเธอไม่ได้คิดมากขนาดนั้น อีกอย่างยังแอบเอาสิ่งที่หลินเสี้ยวฉีเรียกว่า “เซอร์ไพรส์” ไปบอกหลี่ว์ซีหนิงแล้วด้วย แต่กระนั้นใบหน้าของหลี่ว์ซีหนิงในวันนี้กลับไม่แสดงออกว่ายินดี มีเพียงความโกรธเท่านั้นที่แสดงออกมา
“ฉันแค่หวังว่าต่อไปเวลามีเรื่องอะไรเธอน่าจะบอกฉันสักคำ ในฐานะที่เราเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกัน” หลี่ว์ซีหนิงเองก็ไม่ได้โกรธจริงจัง เพราะเธอรู้ดีว่าคนที่จะช่วยฉลองวันเกิดให้เธอคือใคร แม้ว่าปกติเธอจะเป็นคนห้าวๆ แต่ก็เป็นคนเอาใจใส่ สำหรับเรื่องวันนี้เธอก็พอเดาออกบ้างแล้ว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงไม่ไปหาตี๋ฉินกับหลินเสี้ยวฉี แต่กลับจงใจมาพูดกับหลิงซีเฉวียน
เธอเข้าใจเพื่อนร่วมโต๊ะของตนอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งแม้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอแสดงออก แต่ก็ทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูกต้องก็แล้วกัน
“ฉันรู้แล้วน่า” หลิงซีเฉวียนแลบลิ้นแบร่ๆ
“พวกเธอคุยอะไรกันอยู่ เร็วๆ เข้า!” หลินเสี้ยวฉีซึ่งอยู่หน้าสุดเดินเข้าไปในสถานี เมื่อเหลือบไปเห็นหลิงซีเฉวียนกับหลี่ว์ซีหนิงรั้งท้ายอยู่ไกลๆ จึงหันมาตะโกนบอกพวกเธอ
หลิงซีเฉวียนกับหลี่ว์ซีหนิงมองหน้ากันแล้วควงแขนวิ่งไปหาพวกเขา
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------