Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ: Chapter0014 ตอนที่ 14
ตอนที่ 14
ตี๋ฉินสวมรองเท้าโรลเลอร์สเกตนั่งอยู่บนพื้นในลานสเกตน้ำแข็ง ส่วนเซียวซุ่นยืนพิงขอบสนามอยู่ไม่ไกลด้วยสีหน้าแข็งกระด้าง นอกจากหลี่ว์ซีหนิงที่ตื่นตัวรีบไถลมาประคองเธอแล้ว คนอื่นๆ ล้วนเอาแต่จ้องมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ
ผู้คนซึ่งไถลไปมาอย่างคล่องแคล่วในลานสเกตกลายเป็นเพียงฉากหลังที่อยู่ไกลออกไป ไร้ซึ่งเสียง
และหลิงซีเฉวียนก็ดำดิ่งสู่ความเงียบอันน่าประหลาด
20 นาทีก่อน…
หลินเสี้ยวฉีเดินนำหัวแถวไปตามถนนหนานจิงตะวันตกเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย
ไม่ทันไรตี๋ฉินก็หมดแรงเดินต่อไม่ไหว เธอวิ่งหอบเบาๆ ไปหาหลินเสี้ยวฉีซึ่งอยู่ข้างหน้า มือข้างหนึ่งจับบ่าเธออย่างโรยแรง “หลินเสี้ยวฉี ตกลงเราจะไปที่ไหนกันแน่...นี่เราเดินจากสถานีรถไฟใต้ดินมาเกือบ 20 นาทีแล้วนะ!”
หลินเสี้ยวฉีมองตี๋ฉินรวบรวมลมปราณทั้งหมดแบกสังขารมากดดันตนเหมือนจะขาดใจ จึงหยุดเดินแล้วพูดเสียงสูงด้วยประโยคเดิมว่า “ดูเธอเข้า! เดินได้ไม่ทันไรก็หมดแรงเสียแล้ว! คาบพละที่ไรก็ขี้เกียจทุกที ให้วิ่ง 800 เมตรก็ชอบไปแอบอยู่ข้างๆ รอให้เพื่อนวิ่งถึงรอบสุดท้ายแล้วค่อยมาสมทบ ตอนนี้รู้หรือยังว่าไม่ออกกำลังกายไม่ได้แล้วนะ...”
ตี๋ฉินอึ้งอ้าปากค้าง เธอไม่คิดว่าหลินเสี้ยวฉีจะแฉประวัติของตนเอง เมื่อเห็นคนที่ผ่านไปผ่านมาต่างเพ่งมองมาที่ตน จึงรีบตัดบทเธอโดยเร็ว “หลินเสี้ยวฉี เธอนี่บ่นจนจะเป็นแม่อยู่แล้ว!...อุ๊ยไม่ใช่สิ ฉันหมายความว่า ฉันเป็นฝ่ายถามเธออยู่ อย่าเอาแต่พูดเรื่องฉันได้ไหม!”
“เออน่า ใกล้ถึงแล้ว ฉันเห็นว่ายังเช้าอยู่ เลยอยากพาพวกเธอไปเล่นสเกตน้ำแข็งกันก่อนแล้วค่อยไปกินข้าว” หลินเสี้ยวฉีมองเธออย่างเย้ยหยัน อาจเพราะตี๋ฉินกดดันเธอมากเกินไปและมีแนวโน้มว่าจะกดดันหนักขึ้น หรืออาจเพราะตี๋ฉินแสดงออกชัดเจนเกินไปว่าไม่พอใจ เธอจึงพูดเออออกไปเพื่อปัดรำคาญ แล้วมองเพื่อนที่อยู่ข้างหลังพร้อมถามคำถามนี้แทน “พวกเธอมีใครเล่นสเกตน้ำแข็งไม่เป็นบ้าง”
หลิงซีเฉวียนยกมือขึ้นเบาๆ “ฉัน ฉันเคยเห็นแค่ในทีวีน่ะ”
“ฉันเคยเห็นพี่สาวฉันเล่น แต่ฉันไม่เคยเล่น” หลี่ว์ซีหนิงสมทบ
“หลินเสี้ยวฉี ฉันว่าเธอน่าจะถามว่ามีใครเคยเล่นบ้างมากกว่านะ...” ตี๋ฉินแสดงให้เห็นว่าเธอเองก็ไม่เคยเล่นมาก่อน พร้อมเบะปากเงียบๆ
หลินเสี้ยวฉีสำลักกับคำตอบของพวกเขา จึงอดหัวเราะทั้งน้ำตาไม่ได้ “ที่แท้พวกเธอก็ไม่เคยเล่นกัน งั้นเราเปลี่ยนที่กันไหม”
“ไม่ต้องเปลี่ยนแล้ว ไม่เคยเล่นก็จะได้ถือโอกาสไปหัดเล่นเสียเลย” หลี่ว์ซีหนิงส่ายหัวไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอ
ในที่สุดแถวของพวกเขาก็มาถึงลานสเกตน้ำแข็ง New World อันใหญ่โตมโหฬาร
หลิงซีเฉวียนนั่งอยู่ตรงที่สำหรับเปลี่ยนรองเท้า เธอก้มมองรองเท้าโรลเลอร์สเกตของตัวเอง ก่อนจะหันไปเห็นว่านอกจากเธอแล้ว เมื่อกวาดตามองก็เห็นแต่รองเท้าไอซ์สเกตแบบเดียวกันเป็นแถบ จึงดึงแขนเสื้อคนข้างๆ มากระซิบอย่างลังเลว่า “ฉันได้ยินมาว่า คนที่ไม่เคยหัดเล่นสเกตน้ำแข็งแล้วมาเลือกรองเท้าไอซ์สเกตมักจะหกล้มเอาง่ายๆ นะ”
เธอนึกไม่ออกจริงๆ ว่าในเหตุใดหลี่ว์ซีหนิงกับตี๋ฉินถึงยังเลือกรองเท้าไอซ์สเกตที่เล่นยากกว่า ทั้งที่ปากก็บอกเอง ว่าเล่นไม่เป็น เมื่อเป็นแบบนี้เธอแตกต่างจากคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อนานแล้วไม่เห็นหลี่ว์ซีหนิงตอบกลับมาเสียที เธอจึงกระตุกแขนเสื้อของอีกฝ่ายอีกครั้งด้วยความประหลาดใจ สงสัยว่าหรือเธอจะเหม่อลอย จึงหันไปทำท่าจะเรียก แต่ไม่ทันที่คำว่า “ลฺหวี่” จะหลุดปากออกมา เธอก็ต้องหยุดไว้แค่นั้น
เย่ชิงถิงมานั่งข้างเธอตั้งแต่เมื่อไร?
ที่ผ่านมาคนที่นั่งข้างเธอไม่ใช่หลี่ว์ซีหนิงหรอกหรือ?
หรือเมื่อครู่เธอใจลอยไปเอง?
ว่าแต่ตอนนี้หลี่ว์ซีหนิงอยู่ที่ไหน?
ภูติตัวน้อยในหัวของหลิงซีเฉวียนเริ่มตีกันเอง
บางทีอาจจะเพื่อปิดบังอารมณ์สับสนว้าวุ่นหน่อยๆ ของตัวเอง ตาเธอจึงเริ่มมองหาหลี่ว์ซีหนิง แต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจคือ เพื่อนร่วมโต๊ะของเธอไม่รู้หายไปไหนแล้ว
เธอพาสายตาที่ล่องลอยออกไปกลับมา แล้วก็ต้องตกใจเมื่อรู้ว่าระยะห่างระหว่างเธอกับเย่ชิงถิงในวันนี้ใกล้มาก ใกล้กว่าตอนที่เขานั่งหน้าเธอ ใกล้จนเธอได้กลิ่นหอมสะอาดที่โชยมาจากเสื้อผ้าของเขา และใกล้ถึงขนาดที่เธอสามารถมองเห็นใบหน้าอันไร้ริ้วรอยจนน่าตกใจได้อย่างชัดเจน
ณ เวลานี้ เย่ชิงถิงผลุบตาลงเล็กน้อย จนขนตางอนยาวหน่อยๆ แทบจะทิ่มตาเธอ ซึ่งนี่ทำให้เธอหายใจติดขัดจนต้องละสายตาออกมา แต่ก็พบว่าฝ่ายชายไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เนื่องจากเขากำลังมองไปยังที่ที่หนึ่งอยู่อย่างไม่ละสายตา
เธอจึงมองตามไปยังที่ที่เขามอง ซึ่งก็คือมือของตนซึ่งเอาแต่กำแขนเสื้อเขาแน่น
“ขอโทษ” หลิงซีเฉวียนรีบชักมือกลับแล้วยิ้มแหยให้เขา จากนั้นก็ก้มลงตรวจดูอย่างละเอียดว่าตัวเองมัดเชือกรองเท้าแน่นแล้วหรือยัง พลางคิดว่า หากจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ดูจะไม่เนียนเท่าไร สู้เปิดเผยไปเลยดีกว่า เพราะเธอก็ทักผิดคนจริงๆ
ทว่า แม้เธอจะพยายามเก็บอาการเท่าไร ก็ไม่สามารถควบคุมใบหน้าที่กำลังร้อนผ่าวขึ้นได้
สิ่งที่เธอจับเมื่อสักครู่คือแขนเสื้อของเย่ชิงถิง
เธอหยุดคิดแบบนี้ไม่ได้ พลางท้อใจกับความคิดอันเตลิดเปิดเปิงของตัวเอง
เย่ชิงถิงมองผู้หญิงข้างๆ ที่เริ่มจัดการรองเท้าตัวเองอย่างเงียบๆ เธอก้มศีรษะลงต่ำจนมองไม่เห็นสีหน้าอาการใดๆ แต่ใบหูของเธอไม่รอดพ้นสายตาของเขา เขาเห็นหูเธอแดงขึ้นอย่างชัดเจน ทันใดนั้นเขาก็ยิ้มมุมปาก ตามองต่ำ แล้วกระซิบด้วยท่าทางแบบเดียวกับเธอว่า “ฉันได้ยินมาว่า พอล้มสักสองสามครั้งก็จะเล่นสเกตเป็นง่ายขึ้นแล้วล่ะ”
พูดจบเขาก็จับราวข้างหนึ่งลุกขึ้นลองเดินบนพื้นน้ำแข็งสองสามก้าว ก่อนจะสเกตไปข้างๆอิ่นจวิ้นอวี้ด้วยความเร็วพอประมาณ
ตอนแรกหลิงซีเฉวียนคิดว่าเขาคงไม่ตอบคำถามของเธอ เพราะคิดว่าเย่ชิงถิงคงเข้าใจดีว่าเมื่อสักครู่เธอไม่ได้พูดกับเขา...ก่อนหน้านี้ข้อจำกัดของพวกเขาคือการสื่อสารกันด้วยคำพูดสั้นๆ ง่ายๆ ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับการคุยกันสบายๆ ในที่ส่วนตัว
แต่เขาก็ตอบมาแล้ว
หลิงซีเฉวียนคาดไม่ถึงนิดหน่อย แต่ก็แอบรู้สึกเหมือนกันว่าตามหลักก็ควรจะเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือคำตอบของเขา ส่วนสิ่งที่เป็นไปตามคาดก็คือเขาจะต้องตอบคำถาม
ทั้งห่างเหินทั้งนิ่งเฉย แต่กลับไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดใจ
เป็นความอบอุ่นที่ห่างกันเพียงเส้นกั้นบางๆ
ผู้ชายแบบนี้มักทำให้คนถอนตัวไม่ขึ้น การได้เห็นเขา การได้ชอบเขา...ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลิงซีเฉวียนถึงได้รู้สึกกลัดกลุ้มและยอมใจตัวเอง ที่สามารถเอาคำพูดหรือเรื่องราวของคนคนหนึ่งมาทำให้เป็นเรื่องใหญ่ได้ ทั้งยังเก็บมาครุ่นคิดพิจารณาเป็นจริงเป็นจังอีก นี่คงเป็นความรู้สึกชอบพอโดยไม่ต้องสงสัย
“คิดอะไรอยู่เหรอ!”
เสียงใสๆ ดังขึ้นข้างหู พร้อมกับไหล่ซึ่งถูกตบแรงพอประมาณ เธอได้สติ สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือหลี่ว์ซีหนิงที่โผล่พรวดยื่นหน้ามาใกล้ๆ
“เมื่อกี้เธอไปไหนมา”
หลิงซีเฉวียนรู้สึกได้ว่าใบหน้าที่เพิ่งเย็นลงเมื่อสักครู่มีท่าทางที่จะร้อนขึ้นอีกครั้ง เธอขมวดคิ้วและถามอย่างหงุดหงิด
“หา? ฉันบอกเธอไปแล้วไม่ใช่เหรอ” หลี่ว์ซีหนิงมองหน้าเพื่อนร่วมโต๊ะที่กำลังอยู่ในอารมณ์โกรธปนตกใจอย่างสงสัย เธองงเล็กน้อยว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่เข้าใจว่าหลิงซีเฉวียนเป็นอะไรในช่วงเวลาเพียงครู่เดียวที่เธอออกไป เนื่องจากไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรให้เธอไม่พอใจ หลี่ว์ซีหนิงจึงได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ แล้วรีบปะติดปะต่อความทรงจำให้เธอด้วยการเล่าอย่างใจเย็น “ฉันบอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอว่า รองเท้าไอซ์สเกตคู่เมื่อกี้นั้นเล็กไป...ฉันเลยเอากลับไปเปลี่ยนเบอร์น่ะ”
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------