Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ: Chapter0015 ตอนที่ 15
ตอนที่ 15
เหมือนว่าเรื่องจะเป็นเช่นนี้
หลิงซีเฉวียนเริ่มจำได้ลางๆ ว่าตอนนั้นเธอกำลังหาวิธีมัดเชือกรองเท้าไอซ์สเกตให้แน่นอยู่ จึงไม่ได้ตั้งใจฟังว่าคนอื่นพูดอะไร
เธอรู้ว่าตัวเองไม่มีเหตุผล และรู้สึกละอายใจที่พูดฉอดๆ ไปเมื่อสักครู่ จึงมองซ้ายมองขวาไม่กล้าสบตาหลี่ว์ซีหนิง ขณะที่กำลังจะเปลี่ยนเรื่องคุย เสียงแหลมๆ ของหลินเสี้ยวฉีก็ตะโกนมาแต่ไกล “นี่! พวกเธอเสร็จกันหรือยัง!”
“มาแล้วๆ!” หลิงซีเฉวียนหันไปมองเธอด้วยแววตาลุกโชน แล้วยิ้มตาหยีพูดกับหลี่ว์ซีหนิงว่า “เราไปกันเถอะ”
หลี่ว์ซีหนิงร้องหา?ขึ้นมาอย่างงงๆ เธอเห็นหลิงซีเฉวียนเดินเกาะราวไปช้าๆ ทีละก้าวอย่างกระตือรือร้นเพื่อไปหาพวกหลินเสี้ยวฉี
เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมเพื่อนร่วมโต๊ะของตัวเองถึงได้ตลบตะแลง ทำเหมือนตอนนี้ไม่มีอะไร ประหนึ่งว่าคนที่พูดจาเกรี้ยวโกรธเมื่อสักครู่นี้ไม่ใช่เธอ
พวกหลินเสี้ยวฉีสเกตลงไปตรงทางเข้าอย่างคล่องแคล่ว แล้วมองพวกเขามาแต่ไกล หลี่ว์ซีหนิงเก็บความเคลือบแคลงใจไว้แล้วเกาะราวเคลื่อนตัวตามหลิงซีเฉวียนไปตรงทางเข้า
“ฮ่าๆ เห็นเธอหน้าเครียดมาแต่ไกลเชียว ตัวนี่เกร็งไปทั้งตัว” หลิงซีเฉวียนเพิ่งจะมาถึงทางเข้า หลินเสี้ยวฉีก็ลูบผมหางม้าข้างหนึ่งของเธอพลางหัวเราะฮิฮิแล้วพูดหยอกล้อ
คนในลานสเกตมีอยู่จำนวนไม่น้อย แต่ไม่มีสักคนที่เกาะราวเดินเตาะแตะไปเช่นเธอ
หลิงซีเฉวียนไม่ได้สนใจคำหยอกล้อของเธอ เธอกวาดตามองไปรอบลานกว้างหนึ่งรอบ ก่อนจะยกธงขาว
“งั้นฉันรอเธอตรงนี้ดีกว่า”
“ฮ่าๆ ที่แท้หลิงซีเฉวียนก็กลัวสเกต! ขำจะตายชัก!” ขณะที่หลินเสี้ยวฉีกำลังจะพูด หลี่ว์ซีหนิงก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวมาต่อแถวข้างหลังหลิงซีเฉวียน เธอเห็นเพื่อนร่วมโต๊ะของเธอหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม มือก็เกาะราวแน่นไม่ปล่อย ท่าทางเหมือนต่อให้เอาช้างสักแปดเชือกมาลากก็คงไม่ไป เธอจึงหุบยิ้มลงทันที แล้วช่วยหาสาเหตุที่หลิงซีเฉวียนเสียศูนย์ไปเมื่อสักครู่
เธอกลัวสเกตน้ำแข็ง
หลิงซีเฉวียนกลัวสเกตน้ำแข็งเสียที่ไหน เธอกลัวการหกล้มต่างหาก ตั้งแต่เด็กเธอกลัวการบาดเจ็บเป็นที่สุด เมื่อมองไปยังพื้นน้ำแข็งสีขาวแวววาวตรงหน้า เธอก็อดสงสัยไม่ได้ว่าถ้าหกล้มลงไปแล้วจะเจ็บสักแค่ไหน
“หลิงซีเฉวียน ไม่ต้องกลัว เธอเดินเกาะราวไปสักสองสามรอบเดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้ว” เมื่อหลินเสี้ยวฉีเห็นว่าเธอกลัวจริงๆ จึงปลอบอย่างเป็นห่วง “ตอนฉันเล่นสเกตครั้งแรกก็กลัวเหมือนเธอนั่นแหละ แต่หลังๆ พอล้มสองสามครั้งก็เล่นเป็นเอง”
ล้มสองสามครั้ง...
หลิงซีเฉวียนไม่พูดไม่จาอีก
ทางด้านนั้น ผู้ชายสี่คนตามกันเข้าไปในลาน แต่สิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจก็คือ นอกจากฉีย่าหลิงที่เกาะราวสเก็ตไปข้างหน้าช้าๆ แล้ว สามคนที่ต่างเหลือปล่อยมืออย่างรวดเร็วแล้วสเกตไปบนพื้นน้ำแข็งอย่างคล่องแคล่ว เซียวซุ่นสเกตมาตรงลานรอบนอกแล้วชะลอลงข้างหน้าผู้หญิงสองสามคนที่เกาะราวอยู่ข้างๆ
“พวกเธอเข้าไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันค่อยๆ ตามไปเอง” หลิงซีเฉวียนก้าวเข้าไปในลานช้าๆ โดยทุ่มแรงที่มีทั้งหมดกว่าครึ่งไว้บนราวจับ ความรู้สึกที่ก้าวขาไม่ออกทำให้เธอวางใจไม่ลงสักขณะเดียว
“ให้ฉันสอนเธอไหมล่ะ” หลินเสี้ยวฉีเดินคล่องแคล่วบนพื้นน้ำแข็งไปได้ไม่กี่ก้าว ก็เหลือบขึ้นมาเห็นหลิงซีเฉวียนก้าวขาเก้ๆ กังๆอยู่ จึงจะไปช่วยประคอง
“ไม่ๆๆ ไม่เป็นไร ฉันค่อยๆ เดินไปนี่แหละ” หลิงซีเฉวียนเห็นมือสองข้างยื่นมาข้างหน้า จึงรีบส่ายหน้า ทว่ากลับเกร็งไปทั้งตัวราวกับจะไปออกรบ
เธอไม่กล้าปล่อยมือ
“ตามใจ” หลินเสี้ยวฉีถอยหลังไปสองสามก้าวอย่างช่วยไม่ได้ เธอเอาหลังพิงราวจับแล้วยืนชมลีลาการเล่นของนักสเกตที่อยู่กลางลาน
ส่วนหลี่ว์ซีหนิงจับราวเดินไปได้สองสามก้าวก็เริ่มรู้สึกอะไรบางอย่าง จึงเริ่มปล่อยมือทีละนิดๆ เนื่องจากไม่มีที่ให้ประคองตัว เธอจึงโซเซอยู่สักพัก ก่อนจะเริ่มค่อยๆ ทรงตัวบนพื้นน้ำแข็งได้
“ใช้ได้นี่ หลี่ว์ซีหนิง” เสียงเซียวซุ่นดังขึ้นกะทันหัน ทำให้หลี่ว์ซีหนิงที่เพิ่งทรงตัวได้กลับไปโซเซอีกครั้ง เธอคว้าราวจับข้างๆ ได้หวุดหวิด จึงตบหน้าอกอย่างเสียขวัญ
เธอกลอกตาใส่เซียวซุ่นด้วยความโมโห “จะพูดตอนไหนไม่พูด อยู่ๆ โพล่งมาอย่างกับผี นายอยากให้ฉันหัวใจวายตายรึไงเซียวซุ่น!”
เซียวซุ่นกอดอกพิงราวจับมองเธออย่างไม่สะทกสะท้าน “เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเธอบ้ายอเอง มาโทษฉันเพื่อ?”
หลิงซีเฉวียนเหลือบมองเขา
ใบหน้าของเซียวซุ่นแต้มด้วยรอยยิ้มเบิกบาน เขายิ้มหยีจนตาเหยี่ยวเรียวเล็กกว่าเดิม ซึ่งช่วยขับให้รอยยิ้มนี้ดูมีเสน่ห์เหลือร้ายจนจินตนาการไม่ออกเลยว่า เมื่อหนึ่งชั่วโมงกว่าก่อนหน้านี้เขาเงียบเชียบเสียจนแทบไม่รู้สึกว่าเขามีตัวตน
เขาในตอนนี้ กับเขาที่อยู่ในความทรงจำแรกของหลิงซีเฉวียนคือภาพเดียวกัน เวลานี้เขารู้สึกราวกับได้ก้าวออกมาจากความห่อเหี่ยวที่มีตลอดหลายวันที่ผ่านมา
เพียงแต่มันกะทันหันเกินไปจนคิดไม่ถึง
“เซียวซุ่น ชิลจังนะนาย” เมื่อเห็นหลี่ว์ซีหนิงเชอะใส่แล้วไม่สนใจเขาอีก หลินเสี้ยวฉีก็ยืนตรงขึ้นแล้วบิดตัวมาเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีไปเหน็บแนมต่อหน้าเขา
ทว่าเซียวซุ่นกลับปฏิบัติต่อหลินเสี้ยวฉีอย่างหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว เขาไม่ได้ทะเลาะกับเธอเหมือนเมื่อก่อน แต่แค่หุบยิ้มลงแล้วเม้มปากอย่างสงบ ราวกับไม่อยากคุยกับเธอด้วยสักประโยค
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเสี้ยวฉีตึงขึ้น
ตี๋ฉินมองทั้งสองคนสลับไปมาอยู่หลายรอบ ทันใดนั้นก็พูดกับเซียวซุ่นขึ้นว่า “นี่ เซียวซุ่น ชิลขนาดนี้มาสอนฉันเล่นสเกตดีกว่าไหม”
เซียวซุ่นมองเธออย่างแปลกใจ
“ทำไมล่ะ ไม่เต็มใจงั้นเหรอ” ตี๋ฉินเห็นท่าดังนั้นจึงทำหน้าเหยเกใส่เขา แล้วถอนหายใจทีเล่นทีจริง “เฮ้อ! เสียแรงที่ก่อนหน้านี้เคยส่งเฉลยการบ้านให้นายใน QQ ทุกวัน นึกไม่ถึงว่าแค่สอนเล่นสเกตนายยังไม่ยอมสอนฉันเลย เสียใจ๊เสียใจ...”
“ทุกวันอะไรกัน แค่สองสามครั้งเอง” เซียวซุ่นได้ยินดังนั้นจึงปฏิเสธเสียงแข็ง พลางค่อยๆ สเกตไปหาเธอ
เขาหยุดตรงหน้าราวจับข้างตี๋ฉินแล้วมองขึ้นลงหนึ่งครั้ง ก่อนจะยักคิ้วขึ้นแล้วถามย้ำซ้ำๆ “เธอจะให้ฉันสอนจริง เหรอ”
“ฉัน...”
“ตี๋ฉิน เธอจะให้เขาสอนเธอทำไม ฉันสอนให้ก็ได้” ตอนนี้เองหลินเสี้ยวฉีก็ขัดจังหวะตี๋ฉินขึ้นมา แล้วมองเธออย่างไม่พอใจ
“ก็ฉันอยากให้เซียวซุ่นสอนนี่” ตี๋ฉินมองหน้าเธอแล้วยิ้มน้อยๆ หากแต่ยังไม่ใช้โอกาสนี้คิดบัญชีกับเธอ
“เกิดอะไรขึ้น” เหตุการณ์ทางนี้เรียกความสนใจจากสามหนุ่มที่อยู่ไกลออกไป พวกเขาถลาสเกตกลับมา ฉีย่าหลิงมองสลับไปมาเป็นสามเหลี่ยมระหว่างคนสามคนซึ่งยืนดูเชิงกันอยู่ ก่อนจะถามขึ้นอย่างประหลาดใจ
“ไม่มีอะไร แค่แซวกันเล่นน่ะ” เซียวซุ่นยิ้มแห้งๆ ให้เขา
หลินเสี้ยวฉีไม่ได้สนใจเขา แต่กลับจ้องตี๋ฉินเขม็ง พลางโน้มน้าวด้วยน้ำเสียงงอนง้อ “แต่เขาเป็นผู้ชาย ให้ฉันสอนเธอเองเถอะ ไหนๆ ฉันก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว”
“เธอก็สอนหลี่ว์ซีหนิงได้นี่” ตี๋ฉินยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่ใครฟังก็รู้ว่าน้ำเสียงแข็งกร้าว
หลินเสี้ยวฉีทั้งทำตัวไม่ถูกทั้งโมโห ที่ทำตัวไม่ถูกเนื่องจากตี๋ฉินเอาแต่ยืนยันจะปฏิเสธเธอท่าเดียว ส่วนที่โมโหนั้นเป็นเพราะ...ไม่รู้ว่าจู่ๆ อดีตเพื่อนร่วมโต๊ะของตนเป็นบ้าอะไรขึ้นมา ถึงจะต้องให้เซียวซุ่นสอนเธอเล่นสเกตให้ได้
เธอชะงักไปสองสามวินาที หางตาเหลือบไปเห็นเพื่อนข้างๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกัน แม้แต่เซียวซุ่นก็รู้สึกว่าเรื่องระหว่างผู้หญิงสองคน พวกเขาจะเข้าไปขัดจังหวะก็คงไม่ดี แต่จะเข้าไปช่วยใครคนใดคนหนึ่งก็ไม่ได้
แต่แล้วเธอก็เป็นฝ่ายขยับเข้าไปหาตี๋ฉินพร้อมยื่นมือให้เธอ “ไม่เอาน่า เลิกโวยวายในที่สาธารณะได้แล้ว ให้ฉันสอนเธอเถอะ”
คำพูดของหลินเสี้ยวฉีทั้งเกลี้ยกล่อมทั้งจนใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่รู้ว่าไปแทงใจดำอะไรตี๋ฉินเข้า จึงเห็นเธอตอบโต้ด้วยการผลักมือของหลินเสี้ยวฉีที่แตะบ่าของเธออยู่ออกอย่างแรง แล้วขึ้นเสียงตะคอก “ฉันให้เซียวซุ่นสอนเล่นสเกต เธอจะเดือดร้อนอะไรนักหนา ใครไม่รู้ก็คงคิดว่าเธอสนใจเขา เธอชอบเขา!”
การที่ตี๋ฉินสะบัดแขนออกทำให้ตัวเธอพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย เนื่องจากลืมไปว่าตอนนี้ตัวเองยืนอยู่บนพื้นน้ำแข็ง เธอซึ่งไม่รู้วิธีการยืนจึงลื่นและเสียการทรงตัวจนหงายหลังล้มลงไปอย่างแรงบนพื้นน้ำแข็งที่ทั้งแข็งและหนา
อาจเพราะคำพูดของเธอทำให้พวกเขาชะงักไป หลินเสี้ยวฉีและเซียวซุ่นที่ยืนอยู่ใกล้ๆ จึงได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น แล้วมองดูตี๋ฉินล้มลงไปต่อหน้าต่อตา
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------