Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ

Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ: Chapter0016 ตอนที่ 16

#16Chapter0016

ตอนที่ 16

เซียวชุ่นยืนหน้าตายอยู่ที่เดิม หลินเสี้ยวฉีเหมือนจะยังไม่หายตกใจ แม้แต่ฉีย่าหลิง อิ่นจวิ้นอวี้ และเย่ชิงถิงก็ต่างมองตี๋ฉินที่หน้าซีดลงไปกองกับพื้นด้วยสายตาซับซ้อนจนแยกไม่ออก

“ซี้ด...” ตี๋ฉินล้มลงบนพื้นแข็ง ความเจ็บแผ่ซ่านไปตามแขนขาเรื่อยไปจนสุดที่สมอง เธอสูดอากาศเย็นเข้าไปหนึ่งเฮือกหลังจากที่รู้สึกเจ็บ ใบหน้าอันสวยงามยับย่นลงในทันที

ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงเข้าไปหาเป็นคนแรก โดยไม่สนใจว่าตัวเองก็เพิ่งจะหัดยืนบนพื้นน้ำแข็ง เธอรีบไถลไปหาทั้งที่ยังทรงตัวไม่ค่อยได้ โชคดีที่ตี๋ฉินล้มลงไม่ไกลจากราวจับ เธอจึงใช้มือข้างหนึ่งจับราวไว้ อีกมือหนึ่งก็ประคองตี๋ฉินขึ้นมา แล้วถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ไม่เป็นไรใช่ไหม”

ตี๋ฉินจับตรงหลังเอวแล้วยืนขึ้นอย่างระมัดระวัง เธอปรายตาไปที่หลินเสี้ยวฉีด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนจะส่ายหัวตอบลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงเบาๆ ว่า “ไม่เป็นไร เอวคงเคล็ดน่ะ”

ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องให้ไห้ดีกับคำพูดที่ออกมาจากปากเด็กสาวอายุ 12-13 ปีคนนี้

แปลกที่ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงอยากจะหัวเราะออกมา แต่เธอก็กลั้นมันไว้ เนื่องจากบรรยากาศในตอนนี้ไม่เหมาะที่จะหัวเราะ เธอแอบรู้สึกได้ว่าคลื่นใต้น้ำระหว่างกลุ่มคนสองสามคนข้างหน้าเธอกำลังแผ่ขยาย บรรยากาศตอนนี้นอกจากคำว่า ‘“กระอักกระอ่วน”’ แล้ว เธอก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบายได้อีก ทั้งยังหาต้นตอของความกระอักกระอ่วนนี้ไม่เจอ ทำให้เธอรู้สึกอับจนหนทาง แม้ตั้งใจจะมาช่วยผ่อนคลายบรรยากาศอันตึงเครียดซับซ้อนนี้ก็ตาม

หลิงซีเฉวียนรู้สึกเช่นเดียวกับเธอ เพียงแต่เธอมองได้ค่อนข้างทะลุปรุโปร่งกว่า

ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง คำว่า ‘ “ชอบ’” สำหรับคนวัยนี้ทำได้เพียงเก็บเป็นความลับ ไม่อาจพูดออกมาอย่างเปิดเผยและไม่อาจวิพากษ์วิจารณ์อย่างออกหน้าออกตาได้ มีเพียงคนสองคนที่รู้กันลับๆ หากแต่อายที่จะพูดออกมา เป็นสัญญาลับแบบเด็กๆ ไม่มีเหตุผลว่าทำไม

หลินเสี้ยวฉีแอบกำมือทั้งสองข้างแน่น เธอพยายามจะคงสีหน้าผ่อนคลายไว้ แต่ขอบตาแดงๆ กลับฟ้องว่าในใจตื่นตระหนกไม่น้อย

ตี๋ฉินหันหลังให้เธออย่างเย็นชา มือหนึ่งจับราวจับไว้ ส่วนอีกมือจับตรงหลังเอว ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงยืนขมวดคิ้วอยู่ข้างๆ เธอเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้พูดออกมา

ไม่มีสักคนยอมเปิดปากพูดเพื่อทำลายความเงียบแปลกๆ นี้

หลิงซีเฉวียนแอบถอนหายใจ เธอทนกับความลึกลับซับซ้อนนี้ไม่ไหวจริงๆ มือทั้งคู่ที่เอาแต่กำราวจับแน่นจึงคลายลงเล็กน้อย เธอตั้งใจจะก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วก็เป็นดังคาด เสียงดังตุ้บดังขึ้น เธอที่เจ็บจนทำหน้าเหยเก

“หลิงซีเฉวียน!” ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงตกใจกับเสียงข้างหลัง พอหันไปก็เห็นเพื่อนร่วมโต๊ะกำลังจะจับราวจับเพื่อลุกขึ้น

“เดี๋ยวนะ! เธอจับราวแน่นขนาดนี้ยังล้มได้อีกเหรอ ยอมใจเธอจริงๆ...” เธอยื่นมือให้อย่างใจดี

ความจริงหลิงซีเฉวียนล้มเบากว่าตี๋ฉินเยอะ เพราะตอนล้มเธอตั้งใจเอียงตัวด้านข้างลง เพียงแต่เธอเป็นคนกลัวความเจ็บมาตั้งแต่ไหนแต่ไร วันนี้เธอจึงทำหน้าพรึงเพริดอย่างที่ไม่สามารถเก็บอารมณ์เหมือนเคยได้

เธอยื่นมือออกไปข้างหนึ่งด้วยท่าทางน่าสงสาร “มือฉันเป็นตะคริวแล้ว”

ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงถึงกับตาโตอ้าปากค้างเมื่อจ้องไปที่มือที่ยื่นมาตรงหน้าเธอซึ่งสั่นจนควบคุมไม่ได้ เธอเอ่ยปากชมด้วยความนับถือปนประหลาดใจ “หลิงซีเฉวียน เธอนี่สุดยอดจริงๆ ที่สามารถออกแรงจับราวจนมือตัวเองเป็นตะคริวได้ ดีไม่ดีเธอเป็นคนแรกนะเนี่ยที่ทำได้”

ตี๋ฉินเห็นเธอคิ้วขมวดทำหน้าจนใจ จึงอดผลุดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ “เธอเป็นตะคริวนี่ก็เว่อร์ไปนะ”

หลิงซีเฉวียนจ้องเธอ “เธอก็เป็นตะคริวเว่อร์ได้เหมือนกันนะ ลองดูบ้างไหมล่ะ”

“ช่างเถอะ ยังไงฉันก็คงสู้เธอไม่ได้หรอก” ตี๋ฉินเม้มปากอมยิ้ม

บรรยากาศผ่อนคลายขึ้นมาหน่อย

“ไปกินข้าวกันเถอะ”

ทันใดนั้น เสียงเอื่อยของเย่ชิงถิงก็ดังขึ้น

เธอเห็นเขาทำหน้าเหมือนปกติ ดวงตาสีอำพันจ้องมือซึ่งยื่นอยู่กลางอากาศนิ่งๆ สองสามวิ ก่อนจะเปลี่ยนไปมองหน้าหลินเสี้ยวฉีอย่างสงบ

คำพูดของเขาเหมือนมีพลังวิเศษที่ช่วยบรรเทาจิตใจคนได้อย่างไม่น่าเชื่อ

“ฉันรู้มาว่าแถวนี้มีร้านอาหารร้านหนึ่งอร่อยมาก”

เขาพูดพลางมองหลินเสี้ยวฉีตลอดเพื่อขอความเห็นจากเธอ พอเข้าใจในจุดนี้ หลินเสี้ยวฉีก็ตกใจไปชั่วขณะ เพราะไม่ว่าจะที่ไหนเมื่อไร ผู้ชายที่ชื่อเย่ชิงถิงคนนี้ก็วางตัวกับทุกคนเท่าเทียมกัน แต่ตอนนี้เขากลับ...ช่วยกู้หน้าให้เธอ

หลินเสี้ยวฉีสูดหายใจเข้า ไม่นานเธอก็ปรับอารมณ์ตัวเองได้ แต่กว่าเธอจะกลับไปยิ้มให้เย่ชิงถิงได้ ฝ่ายชายก็หันไปมองฉีย่าหลิงซึ่งเอาแต่เงียบไม่พูดไม่จาเสียแล้ว

“ฉันก็หิวแล้ว แล้ว...พวกเธอล่ะ” ไม่ทราบเพราะเหตุใดเธอไม่กล้าหันไปมองฉีย่าหลิงในตอนนี้ ได้แต่หันไปถามคนอื่นๆ ตามที่เย่ชิงถิงปูไว้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่มองตี๋ฉินเด็ดขาด

พอหลินเสี้ยวฉีเริ่มพูด บรรยากาศก็ผ่อนคลายขึ้นทันที

“ไปกันเถอะ” ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ จากที่เมื่อสักครู่แทบจะติดปีกบินหนีออกจากลานสเกตนี้ให้ได้

ทว่า พอเปลี่ยนรองเท้าเสร็จ เดินออกจาก New World ตี๋ฉินก็บังเอิญเหลือบไปเห็นหลิงซีเฉวียนกำมือแน่นอยู่ข้างเธอ จึงถามไปด้วยความแปลกใจว่า “หลิงซีเฉวียน ทำไมยังกำมือแน่นอยู่ล่ะ มือยังสั่นอยู่เหรอ”

หลิงซีเฉวียนมองออกไปสองสามเมตร แล้วจ้องแผ่นหลังของเย่ชิงถิงอยู่สองสามวิ ก่อนจะคลายหมัดที่กำแน่นอยู่ เธอตอบกลับด้วยโทนเสียงผ่อนคลายตามปกติเป็นเชิงล้อเล่นว่า “เปล่า ฉันเองก็ไม่ได้สังเกต ดูท่าฉันคงจะสูญเสียการควบคุมมันไปแล้วล่ะ”

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

devc-bf6b7e94-33021Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ: Chapter0016 ตอนที่ 16