Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ: Chapter0017 ตอนที่ 17
ตอนที่ 17
Angus I เป็นภัตตาคารที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ได้รับรางวัลมิชลินติดต่อกันหลายสมัย และได้รับการยกย่องจากลูกค้าในเรื่องอาหารที่หรูหราดูดีทั้งหน้าตาและรสชาติ ภัตตาคารระดับแนวหน้านี้มีสาขาหลักอยู่ที่ฝรั่งเศส ส่วนที่นี่มีสองสาขา หนึ่งในนั้นคือที่ที่พวกหลิงซีเฉวียนกำลังนั่งอยู่
ตัวภัตตาคารเป็นสีเหลืองทองอร่ามตามแบบฉบับของเมืองแวร์ซายส์ พนักงานต้อนรับพาพวกเขาเข้าไปนั่งในห้องพิเศษอย่างสุภาพนอบน้อม โดยไม่ได้ขับไสไล่ส่งเพราะเห็นว่าเป็นเด็กแต่อย่างใด แต่หลินเสี้ยวฉีไม่เหมือนคนอื่น เนื่องจากเธอเคยมากินเลี้ยงงานฉลองวันเกิดครบรอบหนึ่งเดือนของเด็กที่เป็นญาติแล้วที่ร้าน Angus I อีกสาขาหนึ่ง ซึ่งราคาสูงลิบลิ่วจนเด็กอย่างพวกเขาไม่มีปัญญาจ่าย
เธอย่างเท้าช้าๆ ด้วยความกระวนกระวายแล้วหันไปมองข้างหลัง ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงกับตี๋ฉินต่างพากันพินิจพิเคราะห์การตกแต่งร้านที่ทั้งโอ่อ่าหรูหราและคลาสสิกอย่างตะลึงพรึงเพริด หลิงซีเฉวียนสงบเสงี่ยมเรียบร้อยกว่าพวกหล่อนมาก แต่ดูโดยรวมแล้วทุกคนต่างผ่อนคลาย ไม่ต้องพูดถึงผู้ชายสามสี่คนข้างหน้าที่สายตาจับจดไม่วอกแวก เมื่อเป็นเช่นนี้ เธอจึงเบาใจลงไม่น้อย
พวกเขาแปดคนกินข้าวด้วยกัน เธอยังจะต้องกังวลอะไรอีก
พอคิดได้เช่นนี้ หลินเสี้ยวฉีก็โยนความกังวลทิ้งไว้ข้างหลัง
บริกรพาพวกเขามาที่ห้องเล็กๆ แต่แลดูพิถีพิถันห้องหนึ่ง บนตู้ที่ตกแต่งอย่างสวยงามคลาสสิกมีแจกันดอกไม้สีทองหม่นใบหนึ่งซึ่งแลดูหรูหราน้อยลงมาหน่อยหมุนอยู่
“ว้าว ที่นี่ไม่เลวเลยนะ” ตี๋ฉินซึ่งนั่งข้างลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงเอ่ยปากชมด้วยความประหลาดใจ เมื่อนึกอะไรขึ้นได้จึงหันไปถามเย่ชิงถิงซึ่งกำลังเปิดดูเมนูอาหารอยู่ว่า “นี่ เย่ชิงถิง ที่นี่มีเค้กวันเกิดหรือเปล่า”
เย่ชิงถิงหันไปมองบริกรข้างๆ ด้วยแววตาเชิงซักถาม ฝ่ายบริกรเข้าใจทันทีจึงกดกระดิ่งเรียกใช้บริการซึ่งอยู่ข้างๆ บริกรหญิงสวมเครื่องแบบสีขาวดำคนหนึ่งเคาะประตูสามครั้ง ก่อนจะเปิดประตูเข้ามา “มีอะไรหรือคะผู้จัดการ”
“บอกพ่อครัวให้เตรียมเค้กวันเกิดขนาดแปดนิ้วมาก้อนหนึ่ง” บริกร...ไม่ใช่สิ ผู้จัดการหันไปสั่งบริกรหญิง
“ค่ะ” บริกรตอบอย่างมืออาชีพ แล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่พิรี้พิไร
หลินเสี้ยวฉีมองลึกลงไปในตาเย่ชิงถิง ริมฝีปากขยับเล็กน้อยแต่ในที่สุดก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร
มื้อเที่ยงผ่านไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งทุกคนร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงและยกเค้กวันเกิดแสนสวยขึ้นมา...
“ฉันตัดเอง” เมื่อเห็นบริกรเดินออกไปแล้ว ตี๋ฉินก็ออกตัวอาสา เธอถอดเสื้อคลุม พับแขนเสื้อขึ้นไปถึงข้อศอก พลางหยิบมีดตัดเค้กขึ้นมา
“ไม่ได้ๆ!” ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงหรี่ตาลงจนเห็นเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวสองอัน
ตี๋ฉินกลอกตาใส่เธอ ก่อนจะตัดเค้กอย่างตั้งอกตั้งใจ ไม่ทันไร ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงก็ขยับเข้ามาดูเค้กที่ถูกตัดจนเละเทะน่าเกลียดแล้วหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง “ฮ่าๆๆ ตี๋ฉิน ฉันบอกแล้วว่าเธอตัดไม่ได้! นี่เธอตัดเค้กหรือวาดดอกไม้บนหน้าอยู่เนี่ย”
“ชิชะ นี่เรียกว่าศิลปะต่างหากล่ะ” ตี๋ฉินร้องเชอะ ไม่รู้ว่าเธอลงน้ำหนักผิดหรืออย่างไร ถึงตัดได้ไม่สวยแม้จะตัดอยู่นาน ครีมก็เลอะเทอะเต็มโต๊ะ เค้กสวยๆ เละเสียจนอ่านคำอวยพรบนหน้าเค้กไม่ออก
ทันใดนั้นเธอก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง เธอเอานิ้วจิ้มลงบนครีมที่อยู่บนโต๊ะเล็กน้อย ก่อนจะอาศัยจังหวะที่ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงเผลอป้ายครีมลงบนหน้าเธอ
ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงอึ้งไปเพราะไม่คิดว่าเธอจะทำเช่นนี้ เธอลุกขึ้นหัวเราะฮี่ๆ ใส่ตี๋ฉินเตรียมแก้แค้น จากนั้นก็จุ่มนิ้วทั้งห้าลงบนครีมแล้วเข้าไปใกล้เธอทีละก้าวๆ
“นี่ๆๆ ฉันทำแค่นิดเดียวนะ เธอทำแบบนี้มันมากไป” ตี๋ฉินยิ้มให้พลางถอยหลังไปจนติดผนัง “ฉันผิดไปแล้ว ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงฉันผิดไปแล้ว”
หางตาเธอเหลือบไปเห็นหลินเสี้ยวฉียืนเงียบอยู่ทางด้านซ้าย วินาทีที่มือของลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงเอื้อมมาโดนหน้าเธอ เธอร้องขึ้นพลางเข้าไปหลบหลังหลินเสี้ยวฉี หลินเสี้ยวฉีร้องตาม แล้วหน้าเธอก็เลอะครีมเป็นรอยนิ้วห้าจุดในทันใด
“ตี๋! ฉิน!” หลินเสี้ยวฉีกัดฟันกรอดลากเธอออกมาจากข้างหลัง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยิ้มกว้างขึ้น แถมยังเป็นยิ้มที่แฝงความหมายบางอย่าง เธอจึงรีบเอื้อมมือไปหยิบเค้กที่เว้าๆ แหว่งๆ ออกมากำหนึ่ง เสียงดังป้าบดังขึ้น ตี๋ฉินปิดตาลงโดยอัตโนมัติ พอลืมตาขึ้นเอามือลูบหน้าก็พบว่าเป็นครีมมันเยิ้มก้อนหนึ่ง
“หลินเสี้ยวฉีบ้า!” ตี๋ฉินโกรธ เพราะเธอแค่ล้อเล่นกับหลินเสี้ยวฉี แต่หลินเสี้ยวฉีกลับเอาครีมป้ายเธอเต็มหน้า
“เธอทำก่อนนี่” หลินเสี้ยวฉีไม่สนใจที่เธอด่าแม้แต่น้อย
“ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงเป็นคนทำเธอ ทำไมเธอไม่ทำหล่อนล่ะ!”
ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงทำตัวไม่ค่อยถูก
ใบหน้าของตี๋ฉินเต็มไปด้วยครีมมันๆ นอกจากลูกตาที่สามารถมองเห็นแล้ว แม้แต่คิ้วก็เลอะจนมองเห็นรูปคิ้วเพียงแค่ครึ่งเดียว พอขยับปาก ใบหน้าก็ดูตลกน่าขันไปในทันที ทำให้เห็นได้ว่าเมื่อสักครู่หลินเสี้ยวฉีปาดครีมออกมาเยอะแค่ไหน
ทว่าในเวลานี้ไม่มีใครกล้าหัวเราะออกมาจริงๆ
ไม่ว่าเรื่องตลกที่เกิดขึ้นที่ลานสเกตจะเกิดจากความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจของตี๋ฉิน แต่เธอกับหลินเสี้ยวฉีไม่มีทางหยอกล้อเล่นกันได้เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป เป็นรอยร้าวที่พร้อมจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ได้ทุกเมื่อไม่ว่าด้วยจะเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม จะหลีกก็หลีกไม่พ้น จะลืมก็ลืมไม่ลง
“เค้กยังกินได้อยู่ไหม” อิ่นจวิ้นอวี้จ้องเค้กที่ยุบลงไปครึ่งหนึ่งเหมือนกำลังคิดอะไรในใจ
พี่ใหญ่ ผิดประเด็นไปแล้วนะ!
หลิงซีเฉวียนมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นหยิบกล่องทิชชูตรงกลางโต๊ะ ขณะที่กำลังจะเช็ดหน้าเช็ดตาให้ตี๋ฉิน จู่ๆ ตี๋ฉินก็ปัดมือเธอออกแล้วปาดครีมมาก้อนหนึ่งอย่างหุนหัน จากนั้นก็หันฝ่ามือไปที่หน้าหลินเสี้ยวฉีแล้วเรียกชื่อเธอ หลินเสี้ยวฉีไม่ทันระวัง จึงโดนป้ายเข้าอย่างแรง
“ตี๋ฉิน!” หลินเสี้ยวฉีปิดตาอยู่ ยังไม่ทันได้พูด ฉีย่าหลิงก็ยืนขึ้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
ทว่าพอเด็กผู้ชายซึ่งเงียบมานานเรียกชื่อตี๋ฉินเสร็จ เขาก็นั่งเงียบลงไปดื้อๆ พร้อมมองเค้กที่พังเละด้วยแววตาสับสนโดยไม่กระดุกกระดิกอีกแม้แต่น้อย
การกระทำของตี๋ฉินราวกับไปกระตุ้นอารมณ์บางอย่างที่อัดอั้นอยู่ หน้าอกของหลินเสี้ยวฉีขยับขึ้นลงแรงขึ้น หลังจากที่เงียบมานาน ในที่สุดเธอก็เก็บความโกรธที่อัดอั้นไว้ไม่ไหว จึงหยิบเค้กกว่าครึ่งก้อนปาใส่ตี๋ฉิน แต่ตี๋ฉินเตรียมรับมืออยู่ก่อนแล้ว จึงคว้ามือเธอไว้อย่างไม่ยอมอ่อนข้อ แล้วผู้หญิงสองคนที่มีครีมเลอะอยู่เต็มหน้าก็เริ่มผลักกัน
นี่ไม่ใช่การทะเลาะกันธรรมดาเสียแล้ว หลิงซีเฉวียนกับลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงตกใจมาก ทั้งคู่มองตากันก่อนจะรีบเข้าไปแยกพวกเธอออกจากกัน
“ตี๋ฉิน! ปล่อยมือ!” ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงโอบไหล่ตี๋ฉินซึ่งกำลังตาแดง พร้อมตะโกนด้วยความร้อนใจ
ไม่รู้ตี๋ฉินไปเอาแรงมาจากไหน เธอสลัดตัวออกจากลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิง ขณะที่เอื้อมแขนไปผลักหลินเสี้ยวฉี ก็ไปโดนหลิงซีเฉวียนที่อยู่ข้างๆ หลิงซีเฉวียนรู้สึกเหมือนถูกกระแทกเข้าที่แก้มอย่างแรงจึงปล่อยมือ แล้วจับแก้มที่โดนกระแทกอย่างไม่ทันระวังถอยหลังไปสองสามก้าว
มือคู่หนึ่งประคองไหล่เธอที่ถอยออกมา จนเธอยืนตั้งหลักได้จึงปล่อยอย่างรวดเร็ว
แต่ตอนนี้เธอไม่ว่างหันไปดูว่าใครใจดีช่วยประคองเธอ รวมทั้งไม่มีเวลามาสนใจแก้มที่เริ่มร้อนแดง เนื่องจาก...
หลินเสี้ยวฉีซึ่งไม่มีคนรั้งเซไปล้มลงตรงตู้ประดับซึ่งอยู่ห่างออกไป ทำให้แจกันดอกไม้สีทองหม่นอันล้ำค่าสั่นไปตามแรงที่มากระแทกตู้แล้วตกลงบนพื้นกระเบื้องเคลือบ
เพล้ง
แจกันดอกไม้แตก
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------