Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ

Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ: Chapter0018 ตอนที่ 18

#18Chapter0018

ตอนที่ 18

“เกิดอะไรขึ้น”

พอแจกันดอกไม้ร่วงลงจากตู้ เซนเซอร์ที่ฐานก็สว่างขึ้นทันที ไม่ทันไรผู้จัดการก็ตะลีตะลานผลักประตูเข้ามา

หลินเสี้ยวฉีกับตี๋ฉินที่อยู่ในห้องสมองตื้อไปหมด ใบหน้าของพวกเธอยังมีครีมติดอยู่อย่างเห็นได้ชัด ผู้จัดการเห็นพวกเธอเข้าก่อนก็ตกใจ จากนั้นก็มองไปรอบห้องด้านหลังที่พังเละระเกะระกะ ไม่ว่าจะบนผนัง บนโต๊ะ บนพื้นกระเบื้องเคลือบ ทุกที่ที่สายตาสามารถสอดส่องไปถึงล้วนมีร่องรอยครีมเลอะเปรอะอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

เขาเห็นแจกันดอกไม้ตกแตกอยู่บนพื้นกระเบื้อง

สีหน้าของผู้จัดการบูดบึ้งจนน่ากลัว ตี๋ฉินใจเต้นตึ้กตักด้วยความหวั่นเกรง

เธอบุ่มบ่ามก่อเรื่องเข้าแล้ว

หลินเสี้ยวฉีก็รู้ตัวในจุดนี้ จึงมองตี๋ฉินอย่างแค้นเคืองด้วยสายตาหวาดหวั่น แจกันดอกไม้ใบนี้ดูแล้วราคาสูงไม่เบา ถ้าเธอไม่ผลักตน จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไร!

แต่ตอนนี้จะจบเรื่องอย่างไร จ่ายเงินชดใช้งั้นหรือ?

เสียงก๊อกๆๆ ดังมาจากทางประตูที่เปิดอยู่ ผู้หญิงเก่งคนหนึ่งในชุดทางการกับกระโปรงแบบตะวันตกเดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างเป็นการเป็นงาน เมื่อทุกคนสังเกตเห็นเธอ เธอจึงหันไปพูดกับผู้จัดการว่า “ผู้จัดการมู่คะ ผู้จัดการใหญ่บอกให้ท่านกลับไปที่ห้องล็อบบี้ค่ะ ส่วนเรื่องทางนี้ดิฉันจะจัดการให้เอง”

ผู้จัดการหยุดมองตรงไหนสักแห่งสักครู่ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้เธอ แล้วเดินหน้ามู่ทู่ออกไป

“ฉันแซ่ฟาง ชื่อเต็มคือฟางยฺหวีฟางอวี๋ เป็นผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ไม่ทราบว่าผู้ใหญ่ที่มากับพวกเธออยู่ไหน” ฟางยฺหวีฟางอวี๋กวาดตามองไปรอบห้องอันเละเทะระเกะระกะ เมื่อไม่เห็นผู้ใหญ่ที่จะเจรจาด้วยได้ จึงทำได้เพียงหันไปถามเด็กๆ

ไม่มีใครตอบเธอ เธอจึงจ้องหลินเสี้ยวฉีกับตี๋ฉินที่มีครีมเลอะเต็มหน้าอย่างรู้แจ้งแก่ใจ

ทางภัตตาคารมีกฎแจ้งชัดเจนว่า ห้ามเด็กที่ไม่มีพ่อแม่มาด้วยเข้าร้าน แต่สิ่งที่กลัวคือสถานการณ์ตอนนี้ ตั้งแต่การตกแต่งไปจนของประดับในร้าน Angus I ล้วนแล้วแต่มีราคาสูงยิ่ง แจกันดอกไม้ที่เพิ่งแตกใบนี้ก็เช่นกัน

แจกันใบนี้เป็นผลงานศิลปะสลักนูนแบบฝรั่งเศส หากจะบอกว่าแพงก็คงนึกภาพไม่ออก แต่เมื่อเทียบเป็นสกุลเงินหยวน RMB แล้วก็ราวๆ เจ็ดแปดหมื่นเห็นจะได้

ฟางยฺหวีฟางอวี๋นึกไม่ออกว่าพนักงานตรงล็อบบี้ปล่อยเด็กกลุ่มนี้เข้ามาได้อย่างไร หากผู้จัดการใหญ่สอบสวนขึ้นมาล่ะก็ ผู้จัดการล็อบบี้มู่เหอต้องตายแน่ๆ

เธอยิ้มเจื่อนลงเล็กน้อย ก่อนจะบอกพวกเด็กๆ ตรงหน้าว่า “ฉันโทรหาพ่อแม่ของพวกเธอได้ไหม ใครก็ได้ ให้พวกเขามารับพวกเธอกลับไปที”

หลินเสี้ยวฉีลูบหน้า ครีมรสชาติหวานมันสองสามหยดไหลลงเข้าปาก แต่เธอกลับรู้สึกหวาดหวั่นสุดขีด

น้ำเสียงของฟางยฺหวีฟางอวี๋ฟังดูสุภาพนุ่มนวล แต่แฝงความเด็ดขาดไว้จนไม่กล้ามีปัญหาด้วย เธอจินตนาการไม่ออกเลยว่าถ้าพ่อแม่ของเธอรู้เข้าว่าตนทำแจกันดอกไม้ของร้าน Angus I แตกจะเป็นอย่างไร ฐานะครอบครัวของพวกเขามีอันจะกินก็จริง แต่ก็ไม่ถึงกับมั่งคั่งร่ำรวย

อีกอย่างแจกันดอกไม้ใบนี้ เห็นครั้งแรกก็รู้ว่าแพงหูฉี่

ความรู้สึกของหลินเสี้ยวฉีตอนนี้ราวกับแผ่นฟ้าทั้งผืนถล่มลงมาใส่เธอ

ในใจของตี๋ฉินก็รู้สึกเช่นเดียวกัน ทันใดนั้นฝ่าเท้าของทั้งสองคนก็ราวกับมีรากงอกออกมา ไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้

“สักครู่ครับ” ทั้งห้องเงียบสงัด เย่ชิงถิงมองฟางยฺหวีฟางอวี๋ก่อนจะก้มลงกดมือถือ

ไม่ทราบเพราะเหตุใด ฟางยฺหวีฟางอวี๋จึงตากระตุกเมื่อเห็นสายตาเย็นชาดูถูกของเขา แต่พอเธอมองกลับไปที่เด็กซึ่งยังไม่โตคนนั้นอีกครั้ง ก็เห็นเขากำลังจ้องมือถืออย่างใจจดใจจ่อด้วยสีหน้าปกติ ราวกับเมื่อครู่ตัวเองตาฝาดไป

“เย่ชิงถิง นายเรียกฉันมาทำไม”

ไม่ทันไร เสียงกร่างแต่คุ้นหูก็ดังขึ้นข้างหลังหลิงฟางยฺหวีฟางอวี๋ เซียวชุ่นหน้าหงอลงไปทันที เนี่ยซือเฮ่อก้าวเข้ามาช้าๆ ตากวางคู่สวยมองกวาดไปรอบห้องก่อนจะขมวดคิ้วขึ้นอย่างสะอิดสะเอียน “เห้ย ทำอีท่าไหนถึงได้มีสภาพอย่างนี้”

จากนั้นเขาก็เห็นเซียวชุ่นจ้องตนไม่พูดไม่จา จึงหัวเราะเย้ยหยัน “ที่แท้ก็นายอีกแล้วสินะ”

เซียวชุ่นกำหมัดดังกรวบๆ อยู่ข้างล่าง แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไร ทั้งยังนิ่งไม่ขยับเป็นท่อนไม้

“นายมาอยู่นี่ได้ไง” ฉีย่าหลิงลุกขึ้นแสดงท่าทีเกลียดชังเนี่ยซือเฮ่ออย่างไม่ปิดบังแม้แต่น้อย

เนี่ยซือเฮ่อหัวเราะเยาะแล้วเหลือบมองโดยไม่ได้สนใจ จากนั้นก็หันไปยักคิ้วให้เย่ชิงถิง “ว่าไง มีเรื่องอะไร”

“นายก็เห็นแล้วนี่ พวกเราทำแจกันบ้านนายแตก”

ตั้งแต่เนี่ยซือเฮ่อเดินเข้ามา ฟางยฺหวีฟางอวี๋ก็เอาแต่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ โดยไม่ปริปากสักคำ เธอรู้จักลูกเศรษฐีจอมอู้ฟู่คนนี้ เนื่องจากเธอเคยเห็นเขาในห้องทำงานของผู้จัดการใหญ่อยู่หลายครั้ง และเคยได้ยินผู้จัดการแผนกอื่นพูดกันว่าเขาเป็นน้องชายแท้ๆ ของผู้จัดการใหญ่ ทั้งยังเป็นลูกของประธานกรรมการบริหาร Angus สาขาใหญ่ที่ฝรั่งเศสด้วย

เขายิ่งใหญ่คับฟ้าคับแผ่นดินเป็นทุนเดิม จึงไม่มีใครกล้าล่วงเกินเขา

ไม่ว่าจะพูดจากมุมไหน พวกเขาก็เป็นลูกน้องที่รับจ้างทำงานให้เขา

แต่ตอนนี้เท่าที่ฟังดู พวกเด็กข้างหน้ากลุ่มนี้ หรืออย่างน้อยก็เด็กที่ชื่อเย่ชิงถิงดูจะรู้จักกันกับเขา

ถ้าเป็นแบบนี้...ฟางยฺหวีฟางอวี๋ลังเล บางทีเธออาจจะเข้าใจได้ว่ามู่เหอรู้ว่าเขาสองคนเป็นอะไรกัน จึงกล้าปล่อยให้เด็กกลุ่มนี้เข้ามา

แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ เรื่องก็คงไม่จบง่ายๆ แค่การจ่ายเงินชดใช้

“ทำแตกแล้วก็จ่ายเงินชดใช้มาสิ” เนี่ยซือเฮ่อเหลือบมองแจกันบนพื้น พร้อมทำเสียงฮึเบาๆ อย่างไม่เห็นด้วย “เศษเงินแค่นี้ไม่มีปัญญาจ่ายเหรอ”

ตั้งแต่เขาเดินเข้ามาและได้ยินว่า Angus I เป็นของครอบครัวเขา หลินเสี้ยวฉีก็ราวกับเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ เธอพุ่งเข้าไปดึงแขนเขาแล้วพูดวิงวอนว่า “เนี่ยซือเฮ่อ พวกเราเป็นเพื่อนกันทั้งนั้น นายช่วยหน่อยนะ เราไม่ได้ตั้งใจทำแตก”

แม้ใบหน้าของเธอจะยังมีครีมติดอยู่นิดหน่อย แต่เนี่ยซือเฮ่อก็มั่นใจว่าเขาไม่รู้จักเธอ

เขาขมวดคิ้วแน่น พลางมองใบหน้าตลกๆ ที่ไม่คุ้นชินนี้ จากนั้นพอเห็นว่ามือของเธอที่จับแขนเขาอยู่นั้นเลอะเต็มไปด้วยครีม เขาจึงชักมือของตนออกโดยไม่แยแสแม้แต่น้อย แล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “ใครเป็นเพื่อนเธอ เธอเป็นใครฉันยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ”

เขาแสดงอาการผลักไสไล่ส่งอย่างรุนแรงจนหลินเสี้ยวฉีไม่กล้าเข้าใกล้เขาอีก แต่เธอก็ยังไม่ยอม คิดเพียงว่าขอแค่เนี่ยซือเฮ่อเอ่ยปากคำเดียว เธอก็ไม่ต้องรบกวนพ่อแม่มาจ่ายค่าชดเชยมูลค่ามหาศาลนี้แล้ว เธอจึงทำตาแดง บีบน้ำตาเปาะแปะแล้วบอกไปว่า “ฉันชื่อหลินเสี้ยวฉี อยู่ห้อง 1…”

“หลินเสี้ยวฉี” ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงที่ยืนข้างๆ เธอเริ่มทนดูไม่ไหวอีกต่อไป จึงขัดขวางไม่ให้เธอพูดต่อ เนื่องจากเธอดูออกว่า ไม่ว่าหลินเสี้ยวฉีจะพูดนอบน้อมถ่อมตัวหรือไม่ เนี่ยซือเฮ่อก็ไม่ใช่คนที่จะเจรจาด้วยง่ายๆ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

devc-a3b5dd88-33025Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ: Chapter0018 ตอนที่ 18