Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ: Chapter0019 ตอนที่ 19
ตอนที่ 19
ทันใดนั้นตาเธอก็เหลือบไปเห็นหลิงซีเฉวียนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเย่ชิงถิงเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเอามือปิดหน้า เธอเห็นเสี้ยววินาทีที่ข้อศอกของตี๋ฉินไปกระแทกเข้าพอดี แต่เนื่องจากอุบัติเหตุเกิดขึ้นเร็วมาก เธอจึงได้แต่อึ้งอยู่ที่เดิม จากนั้นจึงค่อยเดินเข้าไปหาเพื่อนร่วมโต๊ะของตนอย่างอดห่วงไม่ได้ “หลิงซีเฉวียน ไม่เป็นไรใช่ไหม”
เนี่ยซือเฮ่อมุ่งความสนใจไปที่ผู้หญิงมัดจุกหางม้าสองข้างที่กำลังเอามือข้างหนึ่งปิดหน้าโดยที่ไม่รู้ว่าคิดอะไร เขามองใบหน้าข้างที่มีมือปิดอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นเธอยิ้มให้ผู้หญิงอีกคนที่กำลังเดินเข้าไปหา “ไม่เป็นไร แค่ชาๆ น่ะ”
เขาหรี่ตาลงแล้วหันไปมองเย่ชิงถิงซึ่งกำลังมองกลับมาที่ตนอย่างกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้มเช่นกัน จากนั้นก็ได้ยินเขาถามขึ้นว่า “ซือเฮ่อ ทำไมวันนี้เยว่เฉินไม่มาเกาะแกะนายล่ะ”
เสียงของเขาสูงขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มของเขาทำให้เนี่ยซือเฮ่อรู้สึกเคืองขึ้นมาอย่างประหลาด ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากพูด ร่างขาวๆ ก็โผล่หน้าออกมาจากข้างหลังแล้วควงแขนเขาอย่างเฉิดฉาย “ฉันก็ว่าทำไมพี่เนี่ยออกมานานแล้วไม่กลับมาเสียที ที่แท้เป็นเพราะพี่เย่กับพี่อิ่นอยู่ด้วยนี่เอง”
เด็กผู้หญิงคนนี้ดูแล้วอายุพอๆ กับพวกเขา ผมทรงเจ้าหญิงของเธอประดับด้วยมงกุฎเพชรอันเล็กๆ แลดูสดใส แต่ก็ไม่ทิ้งความสวยงาม ตอนนี้ปากเล็กรูปกระจับของเธอกระดกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่โตใสมองเย่ชิงถิงตาเป็นประกาย คำพูดออดอ้อนอ่อนหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าทำให้คนใจอ่อนได้โดยไม่รู้ตัว
ดูก็รู้ว่านี่เป็นพวกคุณหนูที่ชีวิตไม่มีอะไรน่ากังวล
“เคอเยว่เฉิน เธอรับปากฉันไว้ว่าอย่างไร” เนี่ยซือเฮ่อขมวดคิ้วมองเด็กผู้หญิงที่กำลังเกาะแขนตนเองอยู่ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสุดเอือมระอา
“อ้อ” เคอเยว่เฉินตอบอย่างเชื่อฟัง เธอคลายมือที่เกาะแขนเขาอยู่ พลางกัดริมฝีปากด้วยสีหน้าไม่เต็มใจนัก ตาของเธอมองไปที่คนที่ยืนข้างๆ เย่ชิงถิงรอบหนึ่ง แล้วจู่ๆ ก็ร้องเอ๊ะออกมา “เธอโดนตีมาเหรอ”
เธอกระพริบตาคู่โตมองปริบๆ ไปที่ใบหน้าของหลิงซีเฉวียนสักครู่ พอหลี่ว์ซีหนิงมายืนข้างๆ หลิงซีเฉวียนจึงเอามือลง เผยให้เห็นรอยแดงบนแก้มขาวๆ ชัดเจน หลิงซีเฉวียนรู้สึกได้ถึงสายตาหวังดีที่อีกฝ่ายมองมา แต่ไม่คิดว่าเธอจะเอ่ยปากถามคนแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จัก
พอเธอเอ่ยปากถาม สายตาทุกคู่ก็มองมาที่ใบหน้าของหลิงซีเฉวียน
กดดันเหลือเกิน...
หลิงซีเฉวียนไม่ชอบความรู้สึกที่ตกเป็นเป้าสายตามาตั้งแต่เด็กแล้ว โดยเฉพาะในสภาพที่เธอบาดเจ็บเช่นตอนนี้
แต่เมื่อเธอเห็นตี๋ฉินหันมาอย่างตกใจ แล้วยิ้มให้เธอเป็นการปลอบใจด้วยแววตาขอโทษขอโพย เธอก็รู้ว่าตี๋ฉินไม่ได้ตั้งใจแต่อย่างใด “ฉันไปชนเข้าโดยไม่ทันระวังเอง”
เธอหันไปมองเคอเยว่เฉิน “ขอบใจนะที่เป็นห่วง”
รอยยิ้มที่ยิ้มให้ตามมารยาทของเด็กสาวเป็นยิ้มที่ดูสง่างามหาได้ยาก ไม่รู้ทำไมเคอเยว่เฉินจึงรู้สึกชอบสาวน้อยผู้เป็นกันเองคนนี้ขึ้นมา เธอเอียงศีรษะเล็กน้อยเหมือนมีผีเสื้อบินมาชนหน้า พลางถามว่า “ฉันชื่อเคอเยว่เฉิน เธอล่ะชื่ออะไร”
“หลิงซีเฉวียน” กลิ่นหอมหรูลอยมาเตะจมูก จนหลิงซีเฉวียนต้องถอยห่างออกมาเล็กน้อยไม่ให้ผิดสังเกต เธอยิ้มให้พอประมาณ ไม่ทราบเพราะเหตุใดจึงไม่อยากสนทนากับเธอมากนัก และที่ผ่านมาเธอก็ทำตามหัวใจตัวเองมาตลอด
“หลิงซีเฉวียน...เสี่ยวซี...ชื่อเพราะมาก” เคอเยว่เฉินยิ้มหวานน่ารัก ดวงตาเป็นประกายเปี่ยมด้วยความชื่นชมจากใจจริง หลี่ว์ซีหนิงซึ่งยืนข้างๆ หลิงซีเฉวียนไม่อาจทนมองรัศมีแสงนวลแต่แสบตาที่ส่องแวบออกมาจากตัวเธอได้ นี่ทำให้เธอรู้สึกดูถูกตัวเองขึ้นมาจากส่วนลึกของจิตใจ
เธออดไม่ได้ที่จะเบนสายตาไปมองใบหน้าของหลิงซีเฉวียน ซึ่งยังคงยิ้มบางๆ จนแทบไม่สังเกตเห็น แต่ถึงอย่างไรเธอก็รู้สึกดีขึ้นมากทันที
“เยว่เฉิน” ตอนนี้เอง จู่ๆ อิ่นจวิ้นอวี้ซึ่งยืนดูเหตุการณ์เงียบๆ มาตลอดก็เรียกเคอเยว่เฉินขึ้นมา ตาสีดำสนิทมองเนี่ยซือเอ่อด้วยสายตายั่วยุพลางแย้มยิ้ม “วันนี้เธอกับซือเฮ่อเตรียมจะไปเที่ยวไหนกันเหรอ”
เค่อเยว่เฉินชะงัก ก่อนจะไล่นิ้วขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว “พี่เนี่ยบอกว่ากินข้าวเสร็จจะพาฉันไปเล่นที่ร้านเกม จากนั้นช่วงบ่ายก็ไปดูหนังที่โรงหนัง พอตกเย็น...”
อิ่นจวิ้นอวี้ไม่ได้สนใจแผนของพวกเขาสองคนจริงจัง จึงรีบขัดจังหวะเธอ “งั้นพวกเธอก็รีบสินะ”
หลังจากเห็นเธอพยักหน้าอย่างงงๆ แล้ว เขาก็เหลือบมองเนี่ยซือเฮ่อ แล้วแสร้งทำเป็นถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “เยว่เฉิน คือพวกเราทำแจกันของที่นี่แตก แล้วซือเฮ่อก็จะให้เราจ่ายเงินชดใช้ให้ได้ ถ้าพวกเราไม่จ่าย เขาก็จะเฝ้าเราไม่ไปไหน”
เนี่ยซือเฮ่อไม่โกรธ แต่กลับเลิกคิ้วสูงแล้วหัวเราะเยาะ “แถต่อสิ”
“นายพูดแบบนี้ไว้ไม่ใช่เหรอ” เย่ชิงถิงมองเขาอย่างแปลกใจ “คงไม่ใช่ว่านายไม่อยากไปกับเยว่เฉินหรอกนะ ถึงได้จงใจกักตัวพวกเราไว้”
หลิงซีเฉวียนเอียงศีรษะไปมองชายหนุ่มข้างๆ ผู้ซึ่งแทบไม่เคยเห็นเขาล้อเล่นมาก่อน รัศมีสีอำพันเปล่งประกายราวกับหมอกที่ทำให้คนคลั่งไคล้ใหลหลง รอยยิ้มของเขาในตอนนี้จริงจังยิ่งกว่าครั้งใดที่หลิงซีเฉวียนเคยเห็น
น่าเสียดายที่รอยยิ้มนี้ไม่ได้ยิ้มให้เธอ
น่าอิจฉาจริงๆ...
หลิงซีเฉวียนหลับตาลง แล้วเธอก็ได้ยินเสียงโวยวายของเคอเยว่เฉินอย่างที่คิดไว้ “พี่เนี่ย ที่พี่เย่พูดมาน่ะจริงหรือเปล่า พี่ไม่อยากไปกับฉันก็เลยไม่ยอมให้พวกเขาไปงั้นเหรอ”
“เปล่า” เนี่ยซือเฮ่อปฏิเสธอย่างจำยอม พลางช้อนคางขึ้นยกนิ้วโป้งให้เย่ชิงถิงกับอิ่นจวิ้นอวี้โดยทำเป็นลูบคอ ครั้นเห็นว่าเคอเยว่เฉินมองมาทางเขาจึงเปลี่ยนไปทำเป็นลูบคางเกร็ง จนเย่ชิงถิงหัวเราะออกมาเบาๆ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------