Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ

Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ: Chapter0008 ตอนที่ 8

#8Chapter0008

ตอนที่ 8

“ไม่มีอะไร” อิ่นจวิ้นอวี้มองลึกลงไปในตาของเขา แต่กลับได้ยินฉีย่าหลิงร้องออกมา “จะไม่มีอะไรได้อย่างไร พี่เซียวอาจจะโดนไล่ออกก็ได้!”

“นายพูดเบาๆ หน่อยได้ไหม” ครั้นเห็นว่ามีสายตาต่างๆ นานามองมา อิ่นจวิ้นอวี้ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงหยิบหนังสือใต้โต๊ะเซียวซุ่นออกมาสุ่มๆ เล่มหนึ่ง แล้วแสร้งเอามาถูตรงไรผมด้านหน้าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาเปิด...หนังสือเพลง...ในมือ

“หลินเสี้ยวฉี” ตี๋ฉินละสายตาจากฉีย่าหลิงแล้วเหลือบไปเห็นเพื่อนร่วมโต๊ะหน้าถอดสีขึ้นมาฉับพลัน จึงเอามือโบกไปโบกมาตรงหน้าเธอไม่หยุด

หลิงซีเฉวียนพอจะเข้าใจสาเหตุที่หลินเสี้ยวฉีมีสีหน้าเปลี่ยนไป จึงทำเป็นหันไปมองทางนั้นโดยไม่ตั้งใจ แล้วถามขึ้นว่า “เมื่อกี้ฉีย่าหลิงพูดว่าอะไรนะ เซียวซุ่นจะถูกไล่ออกเหรอ”

“นั่นน่ะสิ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเนอะ” ตี๋ฉินถอนหายใจอย่างหนักอกหนักใจ แต่ปุบปับก็เร่งเสียงสูงขึ้นมา “นี่ๆๆ หลินเสี้ยวฉี แล้วเธอเป็นอะไรไปอีกคน มีสติหน่อยสิ!”

กระทั่งถึงคาบอ่านหนังสือ ซึ่งเป็นคาบสุดท้ายก่อนจะเลิกเรียน เซียวซุ่นก็ยังไม่กลับมาที่ห้อง สายตาหลายคู่จึงคอยเฝ้าสังเกตที่นั่งของเซียวซุ่นซึ่งว่างอยู่เกือบตลอดทั้งบ่าย หลิงซีเฉวียนเองก็ด้วย

ทว่าแท้จริงแล้วเธอมองไปตรงที่ว่าง หรือมองคนที่นั่งข้างๆ ที่ว่างนั้นกันแน่ มีเพียงเธอที่รู้อยู่แก่ใจ

“เมื่อกี้ฉันเดินผ่านห้องครูเหอ เห็นพ่อแม่เซียวซุ่นมาด้วยล่ะ” ฉือช่านฉินผู้เก่งเลขหอบสมุดแบบฝึกหัดกองเบ้อเริ่มเข้ามาในห้อง แล้วพูดกับเพื่อนร่วมโต๊ะของตนด้วยเสียงที่ได้ยินกันทั้งห้อง

“เขาไปทำอะไรมาถึงได้โดนเรียกผู้ปกครองน่ะ”

“ไม่รู้สิ...”

“ฉันได้ข่าวมาว่าเหมือนเขาจะไปทำเด็กห้องสามชื่ออะไรนะ อ้อใช่แล้ว...เซี่ยโย่ว ไปทำเซี่ยโย่วมือหักน่ะ”

“เซี่ยโย่ว? ญาติครูใหญ่นั่นน่ะเหรอ”

ไม่นาน ทั้งห้องก็แตกฮือ ทุกที่มีแต่เสียงซุบซิบนินทา

เอี๊ยด...โครม...

เก้าอี้ครูดไปกับพื้น จากนั้นก็มีเสียงกระแทกเข้ากับโต๊ะแถวหลังดังโครมตามมา ฟังออกว่าคนทำทำโดยเจตนา

“ฉีย่าหลิง” เสียงอันไพเราะของเย่ชิงถิงเตือนขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ เขาจ้องสมุดรายงานของตัวเอง เนื่องจากการกระทำของฉีย่าหลิงทำให้เขาตวัดเส้นเบี้ยวยาวขึ้นไป จนเห็นความแตกต่างระหว่างลายมือบรรจงก่อนหน้านี้ชัดเจน เขาเม้มปาก ไม่มีกะจิตกะใจจะเขียนต่อ

เฉิงอีหานได้ยินเสียงฮึดฮัดซึ่งไม่ค่อยได้ยินบ่อยๆ จากด้านหลัง จึงหันไปทางเขา ก่อนจะหยุดมองตรงสมุดรายงาน เธอหยิบน้ำยาลบคำผิดออกมาจากกระเป๋าดินสอ แล้ววางลงบนโต๊ะเย่ชิงถิง “อ่ะนี่”

“ขอบใจ” เย่ชิงถิงมองเธอ แล้วจ้องแผ่นหลังของฉีย่าหลิงที่พิงโต๊ะเขาอยู่ครู่หนึ่งอีกครั้ง ก่อนจะเขย่าขวดน้ำยาลบคำผิดในมือ แล้วค่อยๆ ลบเส้นที่ตวัดเฉียงออกไปจนหมด เขามองดูรอยเส้นสีขาวเป็นทางยาวแล้วก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ หลังจากคืนน้ำยาลบคำผิดให้เฉิงอีหานแล้ว เขาจึงปิดสมุดโยนใส่ใต้โต๊ะในที่สุด

หลิงซีเฉวียนแทบจะรับรู้เหตุการณ์ทางนั้นได้ตั้งแต่เย่ชิงถิงร้องออกมาคำแรก เนื่องจากเธอมักจะแอบติดตามความเคลื่อนไหวฝั่งนั้นผ่านทางหางตาทุกครั้งที่เผลอ

เธอจ้องสมุดตัวเองที่กำลังเขียนอยู่เหมือนกันเงียบๆ ความคิดที่กำลังไหลลื่นในตอนแรกชะงักไปประหนึ่งกระสุนขัดลำกล้อง ทำให้เขียนต่อไม่ได้ สมองเธอตื้อคิดอะไรไม่ออกไปกะทันหัน

ความสนอกสนใจตลบอบอวลไปทั่วทั้งหัวใจ

นอกจากเมื่อเช้าที่เขาเอาการบ้านเลขมาคืนตนอยู่สองสามวินาทีนั้นแล้ว ปกติเธอก็ไม่มีโอกาสได้คุยกับเขาเลยสักประโยค

เย่ชิงถิง...

ขณะที่สมองเธอกำลังว่างเปล่า สุ้มเสียงเย่อหยิ่งซึ่งฟังดูเหมือนไม่คุ้นแต่กลับคุ้นหูก็ลอยมาจากหน้าประตูห้อง “เซียวซุ่น~ออกมานี่หน่อย”

หลิงซีเฉวียนหันไปแวบมองตรงประตู เป็นตานกยูงลายเนี่ยซือเฮ่อนั่นตามคาด

อาจเป็นเพราะที่นั่งของเธออยู่ค่อนไปทางด้านหลัง หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะเหตุผลบางอย่างทำให้จำเธอได้ขึ้นใจ เนี่ยซือเฮ่อจึงหยุดมองอยู่ครู่หนึ่งเมื่อกวาดตาไปเห็นเธอ

เมื่อสังเกตเห็นว่าเขามองมาที่ตน หลิงซีเฉวียนก็ไม่ถอย เธอไม่รู้สึกดีกับผู้ชายไม่เต็มบาทคนนี้สักนิด แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเคยชินหรืออย่างไร ทำให้ตอนที่เนี่ยซือเฮ่อมองมาที่เธอ เธอจึงฉีกยิ้มบางๆ ให้ เป็นรอยยิ้มที่แลดูอ่อนโยนแต่ไม่ดูเกินงาม ซึ่งแม้จะเห็นไม่ค่อยชัด แต่รอยยิ้มแบบหวานอมขมกลืนนี้ก็ทำให้สายตาที่มองกลับไปสวยงามราวกับภาพฝัน

“เซียวซุ่นอยู่ที่ห้องพักครูประจำชั้นห้องเรา ถ้าจะมาหาเขาก็ไปที่ห้องพักครูเถอะ”

เนี่ยซือเฮ่อเหม่อลอยอยู่พักหนึ่ง แต่เสียงนั้นทำให้เขาได้สติกลับมาพอดี เขาหรี่ตากวางลงเพื่ออำพรางความรู้สึกแปลกประหลาดเมื่อสักครู่ของเขา

เขาเบนสายตามายังผู้พูดซึ่งเป็นผู้ชายที่นั่งอยู่แถวหน้า แล้วก็ยิ้มปากฉีกขึ้นทันใด “เขาไปห้องพักครูแล้วนี่เอง งั้นช่างมัน งั้น...เอาเป็นว่าในห้องนี้ใครสนิทกับเซียวซุ่นบ้าง ออกมาหน่อยซิ”

“เนี่ยซือเฮ่อ ห้องสามคาบต่อไปไม่มีเรียนรึไง ยังไม่ทันเลิกเรียนก็มาหาเรื่องแล้วเหรอ” ฉีย่าหลิงยิ้มเยาะ ขณะที่เขาทำหน้าบึ้งตึงกำลังจะลุกขึ้น ก็มีมือข้างหนึ่งกดบ่าเขาไว้จากด้านหลัง

“หาฉันงั้นเหรอ”

เนี่ยซือเฮ่อเลิกคิ้วขึ้นแล้วมองไปยังต้นเสียง จากนั้นก็ค่อยๆ หุบยิ้มลง ใบหน้าระรื่นแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธขึ้งอย่างที่เห็นได้ไม่บ่อยนัก เขาจ้องแววตาเยือกเย็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวของฝ่ายตรงข้ามตาเขม็ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ขึ้นทันใด “ใช่ ฉันหานายนั่นแหละ เย่ชิงถิง”

“พี่เย่!” ฉีย่าหลิงเห็นเย่ชิงถิงลุกขึ้นจะออกไป จึงรีบดึงรั้งเขาไว้ “จะถึงคาบอยู่แล้ว อย่าออกไปเลย”

ได้ยินดังนั้น เนี่ยซือเฮ่อซึ่งยืนพิงประตูอยู่ก็หัวเราะเยาะ เย่ชิงถิงเห็นสีหน้าห่วงกังวลของเพื่อนสนิท จึงดึงเสื้อของตัวเองกลับมาแกมขำ “ที่นี่เป็นโรงเรียน ฉันแค่ออกไปคุยอะไรนิดหน่อย”

ก็จริง อีกอย่างไม่ใช่แค่ที่นี่เป็นโรงเรียน แต่ตอนนี้ก็ยังไม่เลิกเรียนด้วย ดังนั้นต่อให้เนี่ยซือเฮ่อจะพาลแค่ไหนก็ไม่กล้าทำอะไร

ฉีย่าหลิงปล่อยมืออย่างตะขิดตะขวงใจ อยากลุกออกไปกับเขาด้วย

แต่เย่ชิงถิงกลับใช้มือกดร่างที่กำลังพลุ่งพล่านของเขาไว้ แล้วก้มไปพูดอะไรบางอย่างข้างหูของเขา ขณะที่แววตาของฉีย่าหลิงกำลังสับสนงุนงง เขาก็ปรายตามองมาทางหลิงซีเฉวียนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่รู้เหมือนกันว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ

เป็นครั้งแรกที่ดวงตาสวยใสเป็นประกายคู่นั้นปราศจากรอยยิ้ม ปราศจากอารมณ์อื่นใด

หลิงซีเฉวียนติดตามทุกความเคลื่อนไหวของเย่ชิงถิงมาโดยตลอด จึงเป็นธรรมดาที่เมื่อถูกสายตาเย็นชาแบบนี้จับจ้อง หัวใจเธอจึงเต้นแรง ขณะที่รู้สึกกระอักกระอ่วนจนกำลังจะหลบตาออกมา เย่ชิงถิงก็เดินตามเนี่ยซือเฮ่อออกจากห้องเรียนไปเสียแล้ว ราวกับสายตาที่จ้องมองมาเมื่อสักครู่เป็นแค่ภาพลวงตา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

devc-9e6f2c5e-32994Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ: Chapter0008 ตอนที่ 8