อรุณสวัสดิ์ ท่านประธานาธิบดีที่รัก!: Chapter007 ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 เซี่ยซิงเฉินทำเรื่องขายหน้า
เซี่ยซิงเฉินไม่มีทางเลือกอื่น อยากอยู่ใกล้ลูกก็จำเป็นต้องอาศัยอยู่ที่นี่
แต่ว่า...
หลังจากวันนั้น ดูเหมือนว่าไป๋เย่ฉิงจะหายตัวไปเลย ไม่เคยโผล่มาที่บ้านทรงตะวันตกแห่งนี้นานนับเดือน จนบางครั้งเซี่ยซิงเฉินรู้สึกว่าชายคนนั้นคือคนที่ตัวเองจินตนาการขึ้นมา ทว่า ไม่ใช่
ในโทรทัศน์ มีข่าวเขาอยู่เสมอ
เมื่อก่อนเซี่ยต้าไป๋ไม่เคยสนใจข่าวการเมืองเช่นเดียวกับเธอ แต่ว่าตอนนี้กลับนั่งเฝ้าหน้าจอโทรทัศน์ตั้งแต่บ่ายโมงถึงหนึ่งทุ่มโดยไม่ยอมไปไหน เพื่อดูชายคนนั้นที่อาจปรากฏตัวในหน้าจอเป็นบางคราว
ข่าวฉายจบ เขาจึงกลับไปทำการบ้านอย่างเก้อเขิน
เซี่ยซิงเฉินรู้ว่าเขากำลังคิดถึงพ่อ
คิดไม่ถึงว่าในวันต่อมาเธอจะได้พบเขาที่บ้านทรงตะวันตก
คืนนั้น ยามดึกสงัด เซี่ยซิงเฉินนอนไม่หลับเอาเสียเลย อีกไม่กี่วันกระทรวงการต่างประเทศจะต้อนรับแขกคนสำคัญที่มาเยือนท่านหนึ่ง เธอจำเป็นต้องเตรียมข้อมูลที่จะใช้
ตอนที่เธอเข้าไปในห้องหนังสือ คนรับใช้นอนหลับกันหมดแล้ว บ้านทรงตะวันตกทั้งหลังเงียบเชียบไร้สุ้มเสียงใดๆ อยู่ที่นี่มาแล้วหนึ่งเดือน ห้องหนังสือแห่งนี้เธอคุ้นเคยพอสมควร
หนังสือที่เธอต้องการวางอยู่สูงขึ้นไปหลายเมตร แต่เธอกลับเป็นโรคกลัวความสูง!
หงุดหงิด ทว่ากัดฟันไว้ ยังไงก็ต้องปีนขึ้นบันได
ไป๋เย่ฉิงยุ่งอยู่หนึ่งเดือนเต็มๆ เขากลับมาถึงบ้านทรงตะวันตกพอดี ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวในห้องหนังสือ คนที่ระวังตัวอยู่ตลอดเช่นเขาก็รีบเข้ามาทันที
พอผลักประตูห้องหนังสือออก ทันทีที่เงยหน้าขึ้น ก็เจอกับเธอ
เห็นได้ชัดว่าเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เธอสวมชุดนอนเดรสไหมสีขาว ผมลอนสยายตัวตามธรรมชาติทิ้งตัวลงระบั้นเอว ทำให้ตัวเธอยิ่งดูผอมลงอย่างชัดเจน
ทั้งร่างของเธอเหมือนหมีโคอาล่าที่กำลังปีนอยู่บนบันได ดูเหมือนว่าจะกลัวความสูงอยู่บ้าง ขายาวตรงภายใต้กระโปรงชุดนอนคล้ายจะสั่นเล็กน้อย นิ้วเท้าที่ตอนแรกขาวหมดจดราวกับหยกเปลี่ยนเป็นสีแดงชุ่มชื้นเพราะความตื่นเต้น ยิ่งดู...น่ารัก
ผู้หญิงคนนี้ ดึกดื่นค่อนคืน ท่าทางแบบนี้คิดจะทำอะไร? เธอจะรู้ไหมว่าท่าท่างแบบนี้ต่อหน้าผู้ชาย มันเหมือนกับของหวานน่าอร่อยที่รอให้คนลิ้มลองชัดๆ?
ไป๋เย่ฉิงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคืนวันเหล่านั้นเมื่อห้าปีก่อน แววตาเข้มขึ้นเล็กน้อย เขาสาวเท้าเข้าไปใกล้ทิศทางที่เธออยู่อีกหลายก้าว “คุณทำอะไรอยู่?”
เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นไร้ความรู้สึกเช่นเดิม
เซี่ยซิงเฉินที่ปีนอยู่บนบันไดที่ตื่นเต้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สองขายืนได้ไม่มั่นคงนัก ในมือถือหนังสือหนาหนักสองสามเล่มที่ตัวเองต้องการ กำลังเพลินๆ อยู่ เสียงเขาที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เธอตกใจจนหน้าถอดสี หันกลับมาอย่างรวดเร็ว ในชั่วพริบตาเดียวร่างของเธอก็ล้มลงมาจากบันได หนังสือในมือร่วงตุ้บตามลงมาด้วย
ไป๋เย่ฉิงหัวคิ้วขมวดมุ่น ยื่นมือออกมาตามสัญชาตญาณ พอสติกลับมา กลิ่นหอมสดชื่นวูบหนึ่งก็ลอยมาแตะจมูก ร่างอ่อนนุ่มละมุนของหญิงสาวถูกเขารวบไว้ในอ้อมกอดอย่างแนบแน่น
หลังจากนั้น ทั้งสองก็ล้มลงไปบนพื้นพรมพร้อมกัน
เซี่ยซิงเฉินไม่นึกเลยว่าอยู่ๆ เขาจะมาปรากฏตัวที่นี่ และไม่นึกเลยว่าเขาจะยื่นมือมาช่วยเหลือตัวเอง ดังนั้นเธอจึงจ้องเขาอย่างตกใจอยู่ครู่ใหญ่ ร่างของเธอนั่งคร่อมอยู่บนตักของเขา ในบรรยากาศเงียบเชียบเช่นนี้เซี่ยซิงเฉินได้ยินเสียงหัวใจเต้นที่แข็งแกร่งทรงพลังของเขาได้ชัดเจน ทั้งยังหอมกลิ่นอายบุรุษเพศจากร่างเขา...
ปลายจมูกทั้งสองเกือบจะสัมผัสกัน เครื่องหน้าแต่ละส่วนของเขาล้วนดูดีจนทำให้เซี่ยซิงเฉินไม่อาจละสายตาได้ เขาในความเป็นจริงดูดีกว่าในโทรทัศน์มากทีเดียว ดวงตาที่ลุ่มลึกดุจมหาสมุทรคู่นี้ยิ่งชวนให้ใจสั่นไหว
เซี่ยซิงเฉินลืมแม้กระทั่งเอ่ยขอบคุณขึ้นมาเสียเฉยๆ ซ้ำยังลืมลุกออกจากตัวเขาอีก
“มองพอหรือยัง?” ริมฝีปากบางของชายหนุ่มขยับ น้ำเสียงเย็นชา
เซี่ยซิงเฉินสติกลับคืนมาทันที รู้สึกตัวว่าทั้งสองคนอยู่ในท่าเช่นนี้ โดยเฉพาะตัวเธอที่ยังเอาแต่จ้องเขาเขม็งไม่หยุด ก็เขินจนหน้าแดง
เซี่ยซิงเฉิน เธอมันน่าอับอายจริงๆ!
“ขอ...ขอโทษ ฉัน...จะลุกเดี๋ยวนี้แหละ” ไม่รู้ว่าเพราะโมโหหรือตื่นเต้น จู่ๆเซี่ยซิงเฉินก็ลิ้นพันกันขึ้นมา
พอกันทีจริงๆ!
ไม่กล้าสบตาชายหนุ่ม เธอแสร้งลุกขึ้นจากร่างเขาด้วยท่าทีนิ่งเฉย ทว่าเพิ่งลุกขึ้นได้ความเจ็บปวดก็แล่นเข้าสู่หนังศีรษะทันที
“”อูย...” เธอร้องเสียงเบา แรงดึงนั้นฉุดให้ทั้งร่างของเธอล้มลงไปอีกครั้ง
ครั้งนี้ ใบหน้าเธอล้มลงบนร่างเขาเต็มๆ...
พระเจ้า! เธอรู้สึกว่าอยากเอาหน้ามุดดินขึ้นมาชั่ววูบหนึ่ง!
“เซี่ยซิงเฉิน คุณทำอะไร?!” อยู่ๆ แววตาไป๋เย่ฉิงก็ขรึมลง หายใจแรงขึ้นทันที สีหน้าบึ้งตึง
“ขอโทษ ขอโทษ...”เซี่ยซิงเฉินก้มหน้าลงทันที ใบหน้าแดงก่ำซับสีเลือดด้วยความเก้อเขิน เธออายจนไม่รู้จะมองตรงไหน เพียงตอบอย่างตะกุกตะกัก “ผมฉัน...เกี่ยวอยู่ที่ซิบคุณ...คุณอย่าเพิ่งขยับตัว...”
เซี่ยซิงเฉินพลิกตะแคงตัวเพื่อจัดการกับปลายผมตัวเอง
อยากจะบ้าตายจริงๆ! ตรงอื่นไม่ยอมเกี่ยว ดันมาเกี่ยวที่ซิปกางเกงเขา! ตรงนี้มันน่าอายเกินไปมากๆ! ถ้าเกิดไม่ระวัง นิ้วมืออาจไปสัมผัสเข้ากับที่ๆ ไม่ควรสัมผัส
เธอดึงอยู่หลายรอบ เพราะความรีบร้อนยิ่งทำให้ดึงไม่ออก เซี่ยซิงเฉินรีบจนเหงื่อออกทั่วปลายจมูก ดวงตาทั้งคู่ก็ไม่กล้าเหลือบมองไปที่ซิปเลย
แม้ประสบการณ์เรื่องทำนองนั้นของเธอก็มาจากค่ำคืนเหล่านั้นเมื่อห้าปีก่อน แต่เธอยังรู้สึกได้ว่าร่างกายของชายหนุ่มที่อยู่ใต้ร่างเธอเกร็งขึ้นทุกขณะ
อยู่ๆ เซี่ยซิงเฉินก็รู้สึกลำคอแห้งผากขึ้นมา ไม่กล้าเลื่อนสายตาลงไป ได้แต่มองอย่างขอความช่วยเหลือไปที่ชายหนุ่ม “ทำไงดี?”
ไป๋เย่ฉิงกัดฟัน “ทำเอง ก็จัดการเองสิ!”
“...” ท่านประธานาธิบดีดูจะปัดความรับผิดชอบเกินไปแล้ว! ไม่นึกเลยว่าเห็นคนอื่นเดือดร้อนแล้วไม่ยอมช่วย!
เซี่ยซิงเฉินกัดริมฝีปาก เอ่ยปากอย่างระมัดระวัง “...อาจจะต้องลองรูดซิปลงมา...”
ไป๋เย่ฉิงมองแวบนึงด้วยสายตาอันตราย เอ่ยเตือนเสียงต่ำ “เธอกล้าก็ลองดูสิ!”
“ถ้างั้นให้ทำไง?” เซี่ยซิงเฉินหงุดหงิดจะตายอยู่แล้ว “จะให้อยู่ท่านี้ตลอดก็ไม่ได้นะ ถ้างั้น...ฉันสัญญาว่าจะไม่มองอะไรเด็ดขาด”
ไป๋เย่ฉิงอยากจะหยิบกรรไกรมาตัดฉับที่ผมเธอ เซี่ยซิงเฉินไม่กลัวตายเลยจริงๆ หลับตาเสียแน่น เรียวนิ้วคลำบนซิปเขา
ปรากฏว่า...
ชายหนุ่มส่งเสียงหึ กัดฟัน “เซี่ยซิงเฉิน มือเธอลูบตรงไหนน่ะ?!”
“ขอโทษ ขอโทษ ตาฉันมองไม่เห็น...” สัมผัสถูกความร้อนรุ่ม เซี่ยซิงเฉินตกใจจนหดมือกลับ พึมพำออกมา “ก็บอกแล้วให้คุณทำเอง!”
“เธอยังกล้าโทษคนอื่นอีก?”
“ไม่กล้า...”เธอบ่นอุบ ตัดสินใจยื่นมือออกไปอีกครั้ง คราวนี้ มือกลับสัมผัสกับมือของชายหนุ่ม
เธอลืมตาขึ้น ไป๋เย่ฉิงมองเธออย่างดุดัน แสดงความไม่เต็มใจชัดเจน แต่ก็ยังลงมือรูดซิงลงมาเอง ถ้าให้ผู้หญิงคนนี้ทำเอง ไม่ช้าไม่นานก็คงถูกลูบจนร้อนผ่าวขึ้นมา!
ซิปถูกรูดลง เซี่ยซิงเฉินก้มหน้าดึงผมตัวเองออก สายตาพลันเหลือบไปตรงซิปโดยไม่ตั้งใจ ต่อมาใบหน้าและหูแดงก็เถือกไปหมด
มองแค่แวบเดียว กลับรู้สึกใจสั่นเนื้อเต้น เซี่ยซิงเฉินนึกถึงเรื่องราวเหล่านั้นที่เคยเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาเมื่อห้าปีก่อนขึ้นมา เพียงครู่เดียวลมหายใจก็ติดขัด ฝ่ามือชื้นเหงื่อไปหมด
“คุณมองพอหรือยัง?” เขาเอ่ยติดตลก แต่ในดวงตาที่จ้องเธอกลับลุกเป็นไฟ
พระเจ้า!
เซี่ยซิงเฉินรีบหันหน้ากลับ เอ่ยเสียงแหบแห้ง “ฉันไม่เห็นอะไรทั้งนั้น...”
เขาเปิดโปงเธออย่างไม่เกรงใจ “ใช่...ไม่เห็นอะไร ยังจะจ้องแบบไม่ละสายตา?”
“...” เซี่ยซิงเฉินกระดากอายจนอยากเอาหน้ามุดดินให้รู้แล้วรู้รอด โชคดีที่ตอนนี้ดึงผมออกมาได้แล้ว เธอยันตัวขึ้นอย่างหมดรูป ไม่แม้แต่จะทักทายก็วิ่งเตลิดหนีไป
หนังสือที่อยู่บนพื้นพวกนั้นก็ไม่ทันเก็บขึ้นมา
ไป๋เย่ฉิงมองแผ่นหลังนั้น ลุกขึ้นนั่ง ผ่านไปครู่ใหญ่ลมหายใจก็ยังไม่เป็นจังหวะ
บ้าเอ๊ย!
ผู้หญิงคนนี้ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เหรอ?
……………………
พอกลับมาที่ห้องของตัวเองแล้ว เซี่ยซิงเฉินดื่มน้ำเข้าไปอึกใหญ่ทันที แต่ก็ยังรู้สึกลำคอแห้งผาก
เธอเอาน้ำเย็นตบที่ใบหน้า ใบหน้ากลับยิ่งแดงราวกับลูกมะเขือเทศ
เลวร้าย...สุดๆ!
เมื่อครู่เธอจ้องตรงนั้นของเขาได้ยังไงกัน? อืม ถึงแม้...ผู้ชายคนนี้ดูดีและเซ็กซี่สุดๆไปหมดทุกส่วน แต่มันก็...ลามกเกินไป!
ไม่รู้ว่าใจเขาจะคิดกับเธอยังไง!
“หม่ามี้เซี่ย เป็นอะไร? ทำไมต้องตีตัวเองตอนดึกดื่นด้วย? เซี่ยต้าไป๋ถูกรบกวนจนตื่นขึ้น ลุกขึ้นจากเตียงกึ่งนั่งมองเธออย่างสะลืมสะลือ
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แม่...เอ่อ กำลังบำรุงหน้าอยู่!” เซี่ยซิงเฉินทำทีเป็นตบลงบนใบหน้าตัวเองอีกสองสามที “แบบนี้เลือดไหลเวียนดี เร่งการผลัดเซลล์ผิวด้วย”
“อ่อ แต่ แม่หน้าแดงเหมือนตับหมูเลย เหมือนกับ...กำลังเขินอยู่”
เงิบ
ลูกชายคนนี้ ตาไวนัก!
“เขินอะไรกัน ลูกเลิกพูดมั่วๆ เถอะ รีบนอนลงเร็วๆ เข้า” เซี่ยซิงเฉินปีนขึ้นบนเตียง ดึงลูกชายเข้ามาในอ้อมแขน เซี่ยต้าไป๋ไม่งอแงอีก เพียงแค่โอบลำคอแม่ไว้แล้วหลับไปอย่างว่าง่าย ผ่านไปครู่เดียวก็ละเมอถามว่า
“หม่ามี้ ป๊าไม่ต้องการผมอีกแล้วใช่ไหม?”
เซี่ยซิงเฉินเจ็บแปลบขึ้นมานิดหนึ่ง
ดูท่าทาง พรุ่งนี้เธอควรจะหาโอกาสพูดคุยกับผู้ชายคนนั้นจริงๆ เสียแล้ว
---------------------------------------