อรุณสวัสดิ์ ท่านประธานาธิบดีที่รัก!: Chapter006 ตอนที่ 6
ตอนที่ 6 คุณคือประธานาธิบดี?
ผู้ติดตามชายหนุ่มก้าวออกมาข้างหน้า จับไหล่ของเซี่ยซิงเฉินเอาไว้แน่น
“คุณกล้ามากนะ!” เหลิ่งเฟยตำหนิพลางเดินเข้าไป ละสายตาจากร่างของเซี่ยซิงเฉินไปมองใบหน้าไป๋เย่ฉิงอย่างระมัดระวัง “ท่าน...”
ไป๋เย่ฉิงโบกมือเป็นสัญญาณว่าไม่เป็นไร สีหน้ายังคงเย็นชาเช่นเดิม ทำให้คนอื่นไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
“พวกแกปล่อยฉันนะ! คนเยอะขนาดนี้รังแกผู้หญิงคนเดียว เป็นลูกผู้ชายประสาอะไร?”
เซี่ยซิงเฉินท่าทางเอาเรื่อง ดิ้นรนสุดแรง แต่ชายสองคนที่จับตัวเธอไว้เป็นชายฉกรรจ์สูงใหญ่ ทั้งยังผ่านการฝึกฝน เธอจะดิ้นหลุดไปได้อย่างไรกัน?
เธอมองไปที่ชายคนนั้น “ให้คนของคุณปล่อยฉันนะ ฉันยังต้องสะสางบัญชีกับคุณ”
พระเจ้า!
ผู้หญิงคนนี้ ไม่เข้าใจอะไรเลยหรือไง? ไม่นึกเลยว่าจะกล้าพูดกับท่านประธานาธิบดีด้วยน้ำเสียงเช่นนี้?!
ทุกคนตกใจมากจนหน้าถอดสี ไป๋เย่ฉิงมองเธอด้วยสายตาแข็งกร้าว สายตาอันเย็นเยียบแหลมคมราวกับจะมองทะลุตัวเธอไป เซี่ยซิงเฉินใจสั่นด้วยความหวาดหวั่น แต่ไม่กล้าแสดงออกทางสีหน้าแม้เพียงนิด ไม่คิดว่าแค้นนี้ยังไม่ทันเริ่มชำระตัวเองก็หมดท่าเสียก่อน
มองผู้ชายตรงหน้าคนนี้อีกครั้ง...
ไม่รู้ว่าเข้าใจผิดหรือเปล่า รู้สึก...เหมือนว่าเขาจะหน้าคุ้นๆ...
“พาเธอตามฉันเข้ามา!” คำพูดของชายหนุ่มขัดจังหวะความคิดของเธอ อีกฝ่ายกล่าวทิ้งท้ายไว้แล้วก้าวเท้าหนักๆ เข้าไปในบ้านทรงตะวันตกด้วยใบหน้าบึ้งตึง เสียงนั้นต่ำเสียจนทำให้เซี่ยซิงเฉินร่างกายสั่นเทิ้ม ชั่วพริบตาต่อมาก็ถูกคนลากเข้าไปอย่างไม่ปรานี
…………
ภายในห้องหนังสืออันกว้างใหญ่ ผู้ติดตามทั้งหมดถอยออกไป เหลือเพียงเซี่ยซิงเฉินและไป๋เย่ฉิงสองคน
สองมือเขาล้วงกระเป๋า ยืนอยู่หน้าชั้นวางหนังสือรูปวงรี มองเธอด้วยหางตาอย่างคนเหนือกว่า ลักษณะอันน่าเกรงขาม อยู่นิ่งๆ ก็ทำให้คนเกรงกลัว ถึงขั้นที่เซี่ยซิงเฉินรู้สึกว่าบรรยากาศอึดอัดจนแม้แต่หายใจก็ลำบาก
เธอกลืนคำโต้เถียงลงคอ มองหน้าชายหนุ่ม พูดไม่ออกอยู่นานทีเดียว
“ไหนว่ามีเรื่องต้องคิดบัญชีกับฉัน เป็นใบ้ไปแล้ว?” คนที่เปิดปากก่อนคือเขา ทันทีที่เขาพูดขึ้น เซี่ยซิงเฉินก็อดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่าหลายปีมานี้เธอเองถูกเอาเปรียบเพราะเขาโดยไม่รู้สาเหตุ เธอรู้สึกแสบจมูก ก้าวออกมาข้างหน้าเงื้อมมือจะตบเขาอีกรอบ รอยตบครั้งก่อนเพื่อชดใช้เรื่องเมื่อห้าปีก่อน แต่รอยตบครั้งนี้เป็นเพราะห้าปีให้หลังเขามาเอาตัวเซี่ยต๋าไป๋ไป!
แต่ว่า...
เพิ่งเงื้อมมือขึ้น ยังไม่ทันฟาดลงไป ข้อมือก็ถูกชายหนุ่มรวบไว้ทันที เขาแรงเยอะมาก ตอนนั้นซิงเฉินรู้สึกราวกับข้อมือจะถูกเขาบีบจนแหลก
“ปล่อยมือนะ!” เธอดิ้นรน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา แรงของเธอก็ไม่ต่างอะไรกับมดตัวหนึ่ง จะดิ้นหลุดได้เช่นไร?
เซี่ยซิงเฉินโกรธมาก ก้มหน้าลงกัดที่หลังมือของชายหนุ่ม กัดแรงมากโดยไม่ปรานี ไม่นานหลังมือของชายหนุ่มก็มีเลือดออก
ไป๋เย่ฉิงหัวคิ้วขมวดมุ่น สายตาที่จ้องเธอเยียบเย็นลงกว่าเดิม ผู้หญิงคนนี้ช่างยั่วโทสะของเขาเสียจริง!
“เซี่ยซิงเฉิน อย่าให้มันมากนัก” เขาเอ่ยอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงแฝงด้วยคำเตือน
“อย่าให้มันมากนัก?” เธอหัวเราะเยาะ ในดวงตาเอ่อล้นด้วยน้ำตา “คุณคะ ฉันต่างหากที่ควรพูดประโยคนี้กับคุณ ฉันไม่มีวันยกต้าไป๋ให้คุณเด็ดขาด คุณเองก็กรุณาอย่าให้มันมากนัก คืนลูกมาให้ฉันซะ!”
“ไม่มีทางหรอก!” สี่คำ ไม่เหลือโอกาสให้แก้ไขสถานการณ์ ถ้าไม่เป็นเพราะเด็กคนนั้นใช้มุกยอมอดอาหารกับเขา ชีวิตนี้เซี่ยซิงเฉินไม่มีวันได้มายืนที่นี่หรอก
เซี่ยซิงเฉินรู้สึกว่าตัวเองใกล้ระเบิดเต็มทน เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ บังคับตัวเองให้สงบลง พยายามพูดอย่างใจเย็น
“คุณเป็นใครกันแน่? โจรเหรอ? อยู่ๆ ก็ลักพาตัวลูกชายฉันไป คุณไม่รู้หรือไงว่ามันผิดกฎหมาย? อีกอย่างนึง พ่อฉันเป็นนายกเทศมนตรี คุณควรจะรู้ไว้ ถ้าคุณไม่คืนเด็กให้ฉันจะได้รับผลตอบแทนยังไง”
เธอไม่อยากใช้อำนาจกดขี่ผู้อื่นเลย แต่ตอนนี้ไม่มีวิธีอื่นแล้ว
“ไป๋เย่ฉิง”
ชายหนุ่มรอให้เธอพูดพล่ามจนจบ แล้วเพียงเผยอริมฝีปาก พูดออกมาเบาๆ สามคำ
“อะไร?”
“ชื่อฉัน”
“ไป๋...เย่...ฉิง?” เซี่ยซิงเฉินคิดทบทวนสามคำนี้ที่รู้สึกคุ้นมาก แล้วมองผู้ชายตรงหน้าอย่างละเอียด โครงหน้าสมบูรณ์แบบ เครื่องหน้านั้นในสายตาเธอชัดเจนขึ้นทีละน้อย หลังจากนั้น...
เธอมึนไปชั่วขณะ
“ท่าน...ท่านประธานาธิบดี?” เธอสั่นเทิ้มไปทั้งตัว นานทีเดียวที่สมองว่างเปล่า รู้สึกได้เพียงวิงเวียนเล็กน้อย
เธอฝันไปหรือเปล่า? ทำไมพ่อของเซี่ยต้าไป๋ถึงได้กลายเป็นไป๋เย่ฉิง ท่านประธานาธิบดีที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งในช่วงก่อนหน้านี้ นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
เธอยืนงงอยู่ตรงนั้น หลุบตาลงมองมือชายหนุ่ม รอยฟันบนมือนั้นลึกมาก นึกถึงสถานะของเขาแล้ว เธอกัดริมฝีปาก ปล่อยมือชายหนุ่มด้วยความเจ็บใจ
ตัวเองถอยออกไปอีกก้าว รักษาระยะกับเขาพอควร
ไป๋เย่ฉิงดูเหมือนจะพอใจกับปฏิกิริยาเธอมาก ร่องรอยเครียดขมึงบนใบหน้าในตอนแรกคลายลงบ้าง
“ต่อไปคุณอาศัยอยู่ที่นี่ มีปัญหาอะไรก็บอกพ่อบ้านได้เลย”
“ทำงานต่อไปได้ตามปกติ ไม่มีใครกักขังคุณไว้ แต่เพื่อความปลอดภัยของคุณเซี่ยเอง คุณต้องปิดเรื่องฐานะของลูกไว้เป็นความลับ ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด”
ถือเป็นคำสั่ง
เซี่ยซิงเฉินค่อยๆ สงบลงจากภาวะตื่นตระหนกเมื่อครู่แล้ว แพร่งพรายเหรอ ถึงตอนนี้เธอจะป่าวประกาศให้ทั้งโลกรู้ว่าลูกของเธอเป็นลูกประธานาธิบดี ก็คงไม่มีใครเชื่อหรอกมั้ง?
“...ฉันยังมีเรื่องอยากถามคุณ” ไป๋เย่ฉิงมองเธอ “ว่ามา”
“ทำไมเป็นฉัน?” เซี่ยซิงเฉินมองดวงตาคู่นั้นที่ลึกราวกับมหาสมุทรของเขา “ทำไมต้องเลือกให้ฉันมีลูกให้คุณ?”
“ง่ายมาก ผู้หญิงที่จะมีลูกให้ฉันได้มีไม่มากนัก และคุณ กรุ๊ปเลือดตรงพอดี”
ช่างง่ายเสียเหลือเกิน!
………………
หลังจากไป๋เย่ฉิงทิ้งระเบิดไว้ให้เธอแล้ว เนื่องจากต้องทำงานทั้งหมดจึงพากันออกไปอย่างเอิกเกริก เซี่ยซิงเฉินนั่งอยู่บนโซฟา พยายามประมวลผลเรื่องที่พ่อของเซี่ยต้าไป๋เป็นประธานาธิบดีของประเทศ
แม้ว่าจะไม่น่าเชื่อ แต่นี่ก็เป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผล ทำไมตอนแรกพ่อเธอถึงได้ตำแหน่งอย่างราบรื่น และทำไมหมอถึงไม่กล้าแตะต้องเธอ
………………
ภายในตัวรถ
เหลิ่งเฟยเห็นรอยกัดบนมือของท่านประธานาธิบดีก็รู้สึกตกใจ ดูท่าคุณเซี่ยจะเป็นพวกเลือดร้อน
เขารื้อยาและผ้าก็อซออกมาจากกล่องยาข้างๆ ช่วยพันแผลให้เขาอย่างชำนาญ ถึงแม้จะเป็นแค่แผลเล็กน้อย แต่พวกรอยกัดนี้ค่อนข้างล่อแหลม ไม่เหมาะสมที่ท่านประธานาธิบดีจะปรากฏตัวในที่สาธารณะ “เซี่ยซิงเฉินทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศเป็นอย่างไรบ้าง?” ไป๋เย่ฉิงพลิกดูเอกสารสำคัญ ราวกับเอ่ยถามไปอย่างนั้นเอง
“ได้ยินว่าความสามารถของเธอไม่เลวเลย ถึงจะเป็นแค่เด็กฝึกงาน แต่รัฐมนตรีก็ชอบเธอมาก ถ้าเป็นไปได้ จะให้เธอเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายแปล”
ไป๋เย่ฉิงตอบ “อืม” คำเดียวอย่างเย็นชา ไม่ได้ถามอะไรต่อ เหลิ่งเฟยก็ไม่ปริปากพูดอะไรอีก เพียงแต่ไม่รู้ว่าต่อไปจะจัดการกับเซี่ยซิงเฉินคนนี้อย่างไรดี
---------------------------------------