Black Peach Z เดิมพันรักสาวแฮกเกอร์: Chapter0017+0018 ตอนที่ 9
ตอนที่ 17
บังอาจทำให้ฉินมั่วคว้าน้ำเหลว...หาต่อไป!
“นี่...แบล็กพีช Z ก็ทิ้งนี่เอาไว้เหมือนกันเหรอ เป็นเพราะเขารู้ว่าพวกเรากำลังตามหาเขาอยู่หรือไง” ถึงกล้าท้าทายอย่างโอหังได้ขนาดนี้
เจ้าหนุ่มเหมียวน้อยมองดูสีหน้าหัวหน้าเจ้านายตัวเองอย่างระมัดระวัง ไม่กล้าเอ่ยประโยคสุดท้ายออกมา
เจ้าอ้วนพยักหน้านิดๆ ไม่กล้าเงยหน้ามองท่านประธาน
เวลานี้ แววตาของฉินมั่วแข็งกระด้างดุดัน ราวกับทะเลลึกในยามค่ำคืนที่ทั้งอันตรายและมืดมิด!
ตั้งแต่ลืมตาดูโลก เขาพรั่งพร้อมไปด้วยอำนาจจนทำอะไรก็ได้ คนที่ทำให้เขาพ่ายแพ้ได้.....
“หาต่อไป!”
ไม่มีอุณหภูมิหลงเหลืออยู่ใน 3 สามคำที่สั่งออกมาช่างเย็นเยียบ เหล่าบอร์ดี้การ์ดเส้นประสาทตึงเขม็งไปตามๆ กัน! พวกระดับสูงทั้งโรงเรียนจึงวุ่นวายกันไปเป็นแถบๆ
และในเวลาเดียวกัน ณ .ทางเลี้ยวตรงระเบียงบนตึกโรงเรียน... ฟู่จิ่วตัดฮอตสปอตที่เชื่อมสัญญาณอินเทตอร์เน็ตจากมือถือที่เชื่อมต่อระหว่างมือถือกับไอแพด แล้วเงยหน้าขึ้น มุมปากปรากฏรอยยิ้ม “K,O!”
พวกที่ตามมาเธออยู่คงกำลังโมโหหนักมากแน่ๆ
เมื่อคิดได้ดังนี้ รอยยิ้มบนหน้าของเธอจึงแย้มกว้างขึ้น!
ฟู่จิ่วชอบเห็นสภาพของคนที่เกลียดตัวเธอ แต่กลับไม่มีปัญญาจะจัดการเธอได้...
แต่ตอนนี้...ไม่มีไอปแพดแล้ว เห็นทีต้องรีบไปซื้ออะไหล่มาประกอบเป็นโน้ตบุ๊กคเครื่องเล็กก่อน ไม่อย่างนั้นงั้นจะทำอะไรก็ไม่สะดวก
อย่างแรก...ต้องหาเงินก่อนอยู่ดี
ส่วนยัยฮั่วซืออวี่ ไว้ว่างๆ ค่อยจัดการก็แล้วกัน
ฟู่จิ่วยัดมือถือลงในกระเป๋า คาบอมยิ้ม ก่อนจะบิดข้อมือ แล้วมุดเข้าไปอยู่ในกลุ่มของคนที่กำลังซื้ออาหารกลางวัน กลับคืนสู่สภาพของเด็กไฮสกูคูลที่ไม่เป็นที่ต้อนรับของคนทั่วไป
อย่างไรก็ตาม... แผนของเธอยังไม่อาจทันบรรลุ
ทานข้าวกลางวันได้นิดเดียว ก็โดนหัวหน้าอาจารย์เรียกให้ไปหาที่ห้องทำงาน
ฟู่จิ่วหน้านิ่ว ...พวกนั้นไม่น่าจะหาเธอเจอ แล้วนี่...มันเรื่องอะไรกัน?...
ที่ห้องทำงานของหัวหน้าอาจารย์นั้น นอกจากเจ้าของห้องแล้ว ยังมีชายคนหนึ่ง อายุ 40 กว่าปี สวมสูทอาร์มานี่ คาดสวมนาฬิกาข้อมือทอง เขามองดูฟู่จิ่วที่เดิรนเข้ามาด้วยสีหน้าโกรธกรุ่น คนๆ นี้ ถ้าไม่ใช่พ่อยอดแย่ของเธอ แล้วจะเป็นใครไปได้
“คุณฟู่ครับ” หัวหน้าอาจารย์ปรายตามองฟู่จิ่ว ใบหน้าบ่งบอกถึงความรังเกียจ “ใจจริงแล้ว ผมไม่อยากจะเชิญคุณมาบ่อยๆ หรอกนะครับ แต่สิ่งที่ลูกชายคุณทำน่ะ มันส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของทางโรงเรียนอย่างรุนแรง! เด็กผู้ชายดีๆ คนไหน จะเที่ยวไปชอบผู้ชายด้วยกันล่ะครับ เนี่ย...พอเห็นเขาก็วิ่งโผเข้าไปซบเขา นั่นน่ะเป็นท่านประธานฉินเชียวนะครับ! เขาเป็นคนที่ใครคิดจะกอดก็เข้าไปกอดเสียได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอครับ?!”
ไฟโทสะลุกท่วมฟู่จงอี้ ยิ่งได้ยินชื่อต้องห้ามออกมาจากปากของอีกฝ่าย สีหน้าจึงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มองลูกตัวเองด้วยดวงตาแค้นกรุ่นโกรธ เงื้อมือขึ้นจะตีฟู่จิ่ว “ฉันเลี้ยงเจ้าคนขายขี้หน้าอย่างแกมาได้ยังไง!งเนี่ย”
“คุณพ่อ... อย่าค่ะ พี่เขาคงไม่ได้ตั้งใจ” คนที่รั้งฟู่จงอี้เอาไว้ ไม่ใช่ใครอื่น คือยัยฟู่เสวี่ยเอ๋อร์เสวี ยะเอ๋อ...ลูกเมียน้อยของพ่อนั่นเอง
ยัยคนนี้คล้ายแม่ หน้าตาสวยสะอาด แต่เจ้าเล่ห์ไม่เบา
ฟู่จิ่วเคยเจอลิ้มรสฝีมือน้องร่วมพ่อคนนี้มาแล้วเป็นอย่างดี ทุกครั้งจะทำเหมือนเข้าข้างเธอ แต่สิ่งที่พูดออกมานั้น กลับทำให้ฟู่จงอี้ยิ่งโกรธหนักขึ้น
“ไม่ได้ตั้งใจ?... งั้นหมายความว่าแกควบคุมตัวเองไม่ได้สินะ” สายตาที่เย็นชาขึ้นของคนเป็นพ่อ จับจ้องมาที่ตัว ‘ลูกชาย’
บ้านตระกูลฟู่ไม่ต้องการไอ้ลูกหน้าไม่อายขายขี้หน้าที่ชอบผู้ชายแบบนี้ !
ยิ่งไปกว่านั้น หนนี้หนักถึงขั้นไปแตะต้องตระกูลฉิน ต่อไปธุรกิจของตนเองจะพลอยซวยไปด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้...
หวนกลับไปคิดถึงลูกชายคนเล็ก ซึ่งก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเหมือนกัน แต่ทำไมถึงได้ต่างกันมากขนาดนี้!
ในเมื่อเจ้าตัวขายขี้หน้ามันไม่เอาไหนถึงขั้นนี้ ก็อย่ามาโทษพ่ออย่างเขาแล้วกัน
“ในเมื่อแกแก้นิสัยบ้าๆ ของตัวเองไม่ได้ งั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แกไม่ใช่ลูกของฉันอีกแล้ว!”
ตอนที่ 18
ฟู่จิ่ว...พวกคุณอย่าเสียใจทีหลังก็แล้วกัน
นี่กำลังตัดขาดเธอใช่ไหม? !
แววตาของฟู่จิ่วเฉยชา ตอบกลับคนเป็นพ่อแค่สาม 3 คำ “แล้วแต่คุณ!”
“ดี!” ทรวงอกฟู่จงอี้สะท้านขึ้นลงแรง เขาหันหน้าไปเอ่ยกับหาหัวหน้าอาจารย์ “อาจารย์ได้ยินแล้วใช่ไหมครับ ผมคงทำอะไรเด็กคนนี้ไม่ได้แล้ว ไม่ว่าทางโรงเรียนจะไล่ออกหรือจะให้ทำเรื่องลาออก จะไม่เกี่ยวข้องกับผมอีกต่อไป!”
เมื่อเฉินเสี่ยวตงวิ่งมาถึง ก็ทันได้ยินประโยคที่ว่าทันที สายตาที่มองฟู่จิ่วเต็มไปด้วยความหวั่นไหว
ทว่าเจ้าตัวกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พูดด้วยเสียงที่กดให้ต่ำว่า “หวังว่าคุณจะไม่เสียใจภายหลังที่พูดอะไรออกไปในวันนี้นะ”
“สิ่งที่ฉันเสียใจดายที่สุดคือให้กำเนิดแกที่ลูกหน้าไม่อายขายขี้หน้าอย่างแก รวมถึงเรื่องที่แต่งงานกับแม่แกด้วย!” ฟู่จงอี้ทิ้งท้ายเอาไว้ ก่อนจะเดินจากไปด้วยความโกรธจนหน้าแดงลามไปถึงลำคอ
เมื่อเห็นดังนั้น หัวหน้าอาจารย์ดันแว่นตาบนใบหน้า เอ่ยต่อฟู่จิ่วด้วยท่าทีระอาที่จะต้องเสวนากับเธอแม้เพียงประโยคเดียวก็แทบจะเหลืออดแล้ว “ไปเก็บข้าวของเถอะ แต่ด้วยความสามารถของเธอ คงเรียนได้แค่สายอาชีพล่ะนะ ยังไงเสียทางโรงเรียนยังมีเมตตาที่จะแนะนำเธอให้ไปเรียนต่อที่นั่น ไปเถอะไปป๊!”
เมื่อพูดจบ เขาจึงโบกมือไล่ราวกับฟู่จิ่วเป็นกองขยะสวะในท่อน้ำทิ้ง
“คุณชายครับ” เฉินเสี่ยวตงถลาเข้ามาหา ความกังวลผุดขึ้นเต็มใบหน้า
ฟู่จิ่วเองก็ไม่ได้อยู่ตรงนั้นอีกต่อไป ได้แต่ยิ้มขึ้น หยิบเอาหนังสือใบแนะนำตัวด้วยแววตาเย็นกระด้าง แล้วเดินกลับไปที่ห้องเรียน
คนทั้งโรงเรียนต่างยืนอยู่ที่ราวระเบียง มองดูเธอหอบหนังสือเรียนลงตึกไป บ้างก็เห็นใจ บ้างก็เย้ยหยัน และบ้างก็สะใจ
แน่ล่ะ หนึ่งในนั้นที่ดีใจเป็นที่สุด คงไม่พ้นฮั่วซืออวี่ เจ้าหล่อนกอดอกพลางหัวเราะออกมา “ผลกรรมนำพาจริงๆ จริ๊งเชียว คนบางคนน่ะนะชอบรนหาที่ แล้วดูสิ ถึงขั้นเรียนต่อไปไม่ได้... สมน้ำหน้า!”
“ได้ข่าวว่าต้องไปเรียนสายอาชีพแทน” คนที่อยู่ข้างหลังฮั่วซืออวี่ยัยคนนี้เย้ยาะหยันตาม “ไม่แน่นะว่าที่แบบนี้ อาจจะเหมาะกับคนอย่างแกก็ได้นะ มีแต่พวกเศษสวะทั้งนั้น ฮะ...ฮะ...ฮะ”
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ ฟู่จิ่วหยุดชะงักฝีเท้า แล้วพุ่งออกไปข้างหน้า!
แต่ด้วยครั้งที่แล้วที่ฮั่วซืออวี่ถูก ‘อัด’ จนกลัวจับใจ ทำให้เจ้าหล่อนก้าวถอยหลังด้วยเนื้อตัวสั่นเทา
อย่างไรก็ดี ฟู่จิ่วกลับไม่ได้มีทีท่าที่จะใช้ความรุนแรง เพียงแค่พูดออกมา “คิดว่าสิ่งที่เธอทำจะไม่มีใครรู้งั้นเหรอ?”
“ประหลาดไร้สาระจริงๆ!” ฮั่วซืออวี่ ‘จัดการ’ คนมานักดต่อนักดจนไม่รู้จักคำว่ามีพิรุธ เจ้าหล่อนเธอมองดูฟู่จิ่วด้วยสายตาร้ายกาจ
ทว่าคนถูกมองกลับยิ้มออกมา ริมฝีปากบางดูชั่วร้ายโหด “ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็คงต้องป่าวประกาศทางอินเทตอร์เน็ตแล้วล่ะ...”
นี่เป็นประโยคสุดท้ายที่ฟู่จิ่วเอ่ยขึ้น ก่อนที่เธอจะเดินออกจากโรงเรียนไป
แต่ฮั่วซืออวี่ไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งที่คู่อริพูดออกมา ไอ้ลูกเศรษฐีใหม่ที่ขนาดพ่อตัวเองมันยังไม่เอา จะมีปัญญามาแผลงฤทธิ์อะไรได้อีก!
วันนี้เฉินเสี่ยวตงเงียบเป็นพิเศษ ด้วยกลัวว่าถ้าพูดอะไรออกมา จะทำให้นายน้อยของตัวเองสะเทือนใจ
ทว่าคนเป็นนายกลับมีท่าทีสบายๆ นิ้วมือขยับแตะไปมาอยู่บนมือถือ... บนหน้าจอนั้นได้บันทึกคลิปที่ ฮั่วซืออวี่ผลักเธอออกไปไว้แล้ว
“คุณชายครับ” ก่อนจะลงรถ เฉินเสี่ยวตงได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง แล้วหันมาพูดกับฟู่จิ่ว “คุณผู้หญิงเร่งกลับมาคืนนี้เพราะเรื่องของคุณเลยนะครับ ดูเหมือนจะยังไม่ได้ทานข้าวเลย เดี๋ยวพอคุณเจอกับคุณผู้หญิงแล้ว อย่าทะเลาะกับท่านอีกนะครับ” พูดถึงตรงนี้ คนเป็นลูกน้องเกิดกลัวว่าเดี๋ยวคุณชายจะโกรธที่ตัวเองพูดมากขนาดนี้ จึงตบท้ายด้วยเสียงแผ่ว “คุณผู้หญิงเองก็ลำบากไม่น้อยเลยนะครับ...”
“รู้แล้ว” ฟู่จิ่ววางมือถือลงด้วยแววตาเฉยเมย
แต่เฉินเสี่ยวตงกลับคิดว่าหูตัวเองมีปัญหา!
“คุณชาย เมื่อกี้นี้ว่าอะไรนะครับ?”
คนเป็นนายเลิกคิ้ว “ฉันพูดว่า ฉันรู้แล้วเรื่องที่แม่ลำบาก... มีอะไรเหรอ?”
“มะ...ไม่มีอะไรครับ” ประหลาดน่ะสิ! นี่เป็นคำพูดของคุณอย่างนั้นเหรอ เมื่อก่อนคุณทะเลาะกับคุณผู้หญิงยังไง... ลืมไปแล้วเหรอ ?!
................................................................