The Nine Cauldrons นักฆ่าข้ามพิภพ

The Nine Cauldrons นักฆ่าข้ามพิภพ: Chapter005 ตอนที่ 5

#5Chapter005

ตอนที่ 5 - ศัตรูที่ทรงพลัง

เถิงชิงซานยังคงนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตรงข้ามหลินชิงในร้านกาแฟไป๋หยุน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านน้ำชาวิวโลว์ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งพระอาทิตย์เริ่มลับจากขอบฟ้า

"เวลาผ่านไปเร็วจริงนะ" หลินชิงจ้องมองผ่านหน้าต่าง วันเวลาหนึ่งวันก็ผ่านพ้นไปแต่เธอรู้สึกว่าเวลาช่างเดินเร็วเหลือเกิน เธอมองไปที่เถิงชิงซานพร้อมรอยยิ้มหวาน เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอมองดูเขามันทำให้เธอรู้สึกโล่งอก หัวใจที่ว่างเปล่าของเธอถูกแทนที่ความเหงากลายเป็นความอบอุ่น

เธอไม่เคยลืมเลือนความรู้สึกในตอนที่เถิงชิงซานอุ้มเธอไว้บนหลังของเขา และเดินทางไปบนภูเขากว่า 30 กิโลเมตร

เธอไม่เคยรู้สึกปลอดภัยหรือรู้สึกสงบจิตใจเทียบเท่ากับตอนนี้

"ฉันหวังว่าจะได้มองดูเขาตราบจนโลกนี้ล่มสลาย" หลินชิงกล่าวพึมพำกับตัวเอง ภาพลักษณ์ของคนที่อยู่ในใจเธอทำให้หัวใจของเธอสั่นสะท้าน "ไม่ ฉันคงไม่อาจยุ่งเกี่ยวกับเถิงชิงซานได้มากกว่านี้ ถ้าอยู่ในเมืองอานอี้ก็คงจะดี แต่นี่คือเมืองหยางโจว ถ้าหากมีใครสังเกตเห็นเถิงชิงซาน เขาคงจะต้องแย่แน่!"

ขณะที่เธอคิดว่าเธอคงจะไม่ได้เจอกับเถิงชิงซานอีก มันทำให้เธอรู้สึกอึดอัดใจมาก

การพบกันที่ภูเขาต้าซิงอานเรียกได้ว่าเป็นโชคชะตา 

การได้เจอกันที่เมืองอานอี้ก็นับเป็นโชคชะตาเช่นกัน 

แล้วตอนนี้ การได้เจอกันอีกครั้งหนึ่งที่เมืองหยางโจวมันทำให้หลินชิงคิดว่าพระเจ้าคงจงใจทำกับเธอเช่นนี้

"พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า ทำบุญร่วมกันในชาติก่อนจะส่งผลให้พบเจอกันในชาติต่อไป เถิงชิงซานและฉันได้พบเจอกันถึง 3 ครั้งคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันเหมือนกับว่าทั้งหมดถูกลิขิตไว้แล้วโดยพระผู้เป็นเจ้า" ในใจของเธอ เธอรู้สึกน่าสังเวชใจ "แต่…ฉันไม่อาจทำให้เถิงชิงซานต้องมีภัยได้" ในตอนนี้เธอเต็มไปด้วยความคิดที่ขัดแย้งและสับสน

เถิงชิงซานนั่งท้อแท้อยู่เงียบๆ คนเดียว เขารอคอยน้องชายของเขามาทั้งวันแล้วและดูเหมือนว่าน้องของเขาก็ยังไม่ปรากฏตัวสักที

"โอ้?" เถิงชิงซาน หันกลับมาให้ความสนใจในเพลงที่ร้านกาแฟนี้เปิด มันเป็นเพลง 'หนึ่งคู่หนึ่งฝัน (A match, a dream)' ที่ขับร้องโดย ชีชิน(Chyi Chin) 

"หลินชิง เธอฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง?" เถิงชิงซานยิ้มขณะเอ่ยกล่าวถามเธอ 

หลินชิงสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมทั้งยิ้มและกล่าวว่า "เพลงนี้? ชีชินคือคนที่นำเพลงของเดฟวองมาร้องใหม่" 

"จริงเหรอ? ฉันเคยฟังเพลงนี้เฉพาะแบบที่ชีชินร้องเพียงอย่างเดียว"

เธอค่อนข้างประหลาดใจ มีด้วยเหรอคนที่ฟังเพลงเฉพาะนักร้องคนเดียว การเป็นคนที่ชื่นชอบนักร้องเพลงคนเดียวก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถสนใจนักร้องคนอื่นได้ หลินชิงจึงถามคำถามบางอย่างออกมา "ทำไมนายถึงชอบฟังเพลงของชีชิน?"

"เพราะว่าเขาเป็นคนที่ร้องเพลง 'หมาป่า' " เถิงชิงซานตอบอย่างไม่เจตนา

"หมาป่า?" หลินชิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย 

"ฉันคงต้องไปแล้ว ถ้ามีโอกาสไว้เราค่อยเจอกันใหม่" เถิงชิงซานยิ้มและลุกขึ้นยืน หลินชิงไม่ได้พูดอะไรต่อจนกระทั่งเขาจากไป เธอเองก็ต้องการจะพูดบางอย่างแต่ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างเหนี่ยวรั้งเธอไว้ เธอจึงทำได้เพียงแค่นั่งลงอย่างท้อแท้ และนั่งฟังเพลงที่โศกเศร้าถึงแม้ว่าเธอจะพยายามยิ้มอย่างเจ็บปวด "หนึ่งคู่ หนึ่งฝัน? หรือว่าฉันควรคิดว่าทุกอย่างเป็นเพียงแค่ความฝัน" เธอค่อยๆ หยิบแก้วไวน์ของเธอขึ้นและดื่มมันจนหมดในครั้งเดียว 

ดูเหมือนว่าการที่เขาได้มาเจอกับเธอ ไม่ว่าจะเป็นภูเขาต้าซิงอาน เมืองอานอี้หรือเมืองหยางโจว ทั้ง 3 จุดหมายนี้สำหรับเถิงชิงซาน มันคงเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญ 

"ฟิ้วว ฟิ้วว…" 

สายลมยังคงพัดผ่านตลอดทั้งคืน กิ่งก้านดอกเหมยปลิวไสวไปตามอากาศ เงาคนยังคงเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดหย่อน เสียงของอากาศที่แตกออกผสานกับเสียงของลมที่พวยพุ่ง เสียงเหล่านี้ดังกระจายไปทั่วบ้าน แต่โชคดีที่มันค่อนข้างห่างไกลจากบ้านหลังอื่น จึงทำให้ผู้อื่นได้รับอิทธิพลเพียงเล็กน้อย 

เถิงชิงซานหยุดการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งความสงสัยที่แสดงขึ้นบนดวงตาของเขา

"ฉันจะเข้าสู่ระดับที่สูงกว่านี้ได้อย่างไร?" จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย "นี่ก็หลายปีแล้วที่ฉันได้ฝึกฝนอย่างหนัก กำลังภายในของฉันก็สามารถพวยพุ่งออกมาได้จากทุกอณูขุมขน คงเหลือก็แต่ขั้นตอนที่ยากที่สุด ทำอย่างไรถึงจะทะลวงผ่านมันไปได้?" 

การจะเป็นปรมาจารย์ได้ย่อมต้องเคยรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก กล่าวคือ ท้ายที่สุดเขาก็ยังคงไม่สามารถก้าวขึ้นสู่ระดับที่สูงกว่านี้ได้ เถิงชิงซานยังคงเสียใจมาโดยตลอด ความทะเยอทะยานที่จะก้าวข้ามผ่านมันไปยิ่งสูงทวีคูณมากขึ้นเรื่อยๆ 

เขาจึงเลิกคิดเกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้

"นี่ก็เป็นวันที่ 8 แล้วที่ได้มาที่นี่ ทำไมยังไม่ได้เจอกับชิงเจียงสักที" เถิงชิงซานรู้สึกกระวนกระวาย เขาจึงถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเอเลน่า ซึ่งเธอยังคงมั่นใจว่าชิงเจียงนั้นได้รับตำแหน่งดูแลบริเวณหยางโจว เถิงชิงซานจึงไม่รู้ว่าเขาจะต้องทำอย่างไรต่อไป เขาจึงทำได้เพียงแค่ถอนหายใจและหลับตาลง

บรรยากาศรอบตัวยังคงเต็มไปด้วยความเงียบสงบ

"ตูม!" ประตูไม้หนาที่อยู่ด้านหน้าลานกว้างระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับว่ามันถูกโจมตีด้วยระเบิดและห่ากระสุนจำนวนมาก เศษไม้มากมายพุ่งกระจายไปรอบรอบเถิงชิงซานราวกับลูกธนู

เขานั่งลงขัดสมาธิอย่างเงียบๆ มือทั้งสองข้างของเขาเริ่มแสดงออกถึงลักษณะพยัคฆ์และเริ่มกวาดไปบนพื้นรอบๆอย่างรุนแรง พอจะสร้างให้เป็นหลุมขนาดใหญ่ได้ ก่อนที่เขาจะกระแทกลงสู่พื้น และกระโดดขึ้นหลังคาราวกับวานร พร้อมกับเสียงที่ดัง 

"ปัง! ปัง! ปัง!" 

เมื่อสิ้นเสียงกระสุน ลูกกระสุน 2 ใน 3 นัดพุ่งตรงจนเฉียดโดนขาของเถิงชิงซาน

"ในที่สุดพวกมันก็มา" เถิงชิงซานมองดูจากบนหลังคาราวกับหมาป่าที่จ้องมองเหยื่อ จากนั้นเขาก็ค่อยๆ เอื้อมมือขวาลงไปบริเวณข้อเท้าเพื่อหยิบมีดสั้นออกมา ในความจริงแล้วมันเป็นเพียงมีดที่ใช้สำหรับปอกผลไม้ แต่เมื่อมันอยู่ในมือของเขา มันกลับดูทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ

"ปี๊ดด" เสียงเป่านกหวีดดังขึ้น เงาร่างใหญ่ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าประตูที่ถูกทำลาย เมื่อชายคนนั้นตระหนักได้ว่าเถิงชิงซานอยู่บนหลังคา เขาก็กระโดดขึ้นไปโดยไม่ลังเล เถิงชิงซานสังเกตเห็นว่าเขาเป็นชายผิวขาวหัวล้าน

 

ในขณะเดียวกันชายร่างผอมผิวเหลืองก็ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูหน้าเช่นกัน เขาถือปืนสีเงินที่สะท้อนแสงเย็นยะเยือกเฉกเช่นเดียวกับภูเขาน้ำแข็ง 100 ปี ขณะที่ชายหัวล้านกระโดดขึ้นไปหาเถิงชิงซานเขาก็ลั่นไกปืนออกมาเช่นกัน

"ปัง! ปัง!"

เสียงกระสุนปืนดังขึ้นอีก 2 นัด เป็นการผสานงานกับชายหัวล้านอย่างลงตัว

ถ้าหากเถิงชิงซานทุ่มเทความสำคัญทั้งหมดในการใช้มีดเพื่อปะทะกับชายหัวล้าน เขาก็คงไม่มีจังหวะที่จะหลีกเลี่ยงการถูกซุ่มโจมตีของนักฆ่าอย่างมากาซะวะได้ แต่ถ้าหากเขาจะต้องทำมันควบคู่ไปกับการหลบหลีกกระสุน มันคงทำให้การต่อสู้กับโดลกรอฟโกรฟยากลำบากยิ่งขึ้น ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ ทางเลือกของเถิงชิงซานดูเหมือนจะมีไม่มากนัก 

"ตูม!"

ในตอนที่มากาซะวะยิงกระสุนออกมา พร้อมกับขณะที่โดลกรอฟโกรฟกระโดดขึ้นไปหาเขา เถิงชิงซานเลือกที่จะทำลายหลังคาและลงมาด้านล่างอย่างไม่ลังเล 

ซึ่งทำให้การโจมตีของศัตรูทั้งสองคนพลาดเป้าไป 

เถิงชิงซานจับจ้องไปที่หลังคาอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นมือขวาที่มั่นคงของเขาก็สะบัดออก 

"ฟุบบ!" 

ท่ามกลางแสงสว่างในความมืดมีดสั้นแหวกว่ายผ่านอากาศส่งเสียงร้องราวกับฟ้าผ่าพุ่งทะยานไปเจาะทะลุหลังคา 

"หืออ!" เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น เถิงชิงซานยิ้มเล็กน้อย 

เถิงชิงซานกระโจนไปทั่วห้องของเขาด้วยร่างกายที่ยืดหยุ่น เขาหยิบของที่อยู่บนเตียงออกมา มันคือมีดจำนวน 5 เล่ม ซึ่งเป็นมีดปอกผลไม้ที่หาซื้อได้ง่ายภายในเมือง จากนั้นก็นำมันไปเก็บในกระเป๋าที่อยู่ด้านข้างซึ่งรวมมีดได้ทั้งหมด 10 เล่ม 

"ปังง!" 

อิฐอยู่เหนือศีรษะของเถิงชิงซานพังทลายร่วงหล่นลงมาพร้อมกับชายร่างยักษ์ที่มีลักษณะคล้ายกับสัตว์ประหลาดจากยุคก่อน 

"โดลกรอฟโกรฟ! ถ้าฉันต้องมาต่อสู้กับนายในตอนนี้เห็นทีโอกาสชนะของฉันคงมีน้อย ยิ่งไปกว่านั้นอาจจะถูกสังหารโดยปืนของมากาซะวะนั่น!" 

เถิงชิงซานรู้สึกหงุดหงิดอย่างมาก ก่อนที่เขาจะกระแทกพื้นอย่างรุนแรงราวกับช้างที่กำลังเกี้ยวกราด ขณะที่เขาถอยหลังเล็กน้อยและโคจรพลังกลายเป็นพยัคฆ์พุ่งกระโจนออกไปที่ลานกว้าง 

ท่วงท่าสิงอี้เฉวียนของเถิงชิงซานเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว 

แรงกระโดดส่งให้เขาออกจากห้องไปสู่ลานกว้างพร้อมกับเสียงกระสุนที่พุ่งตามตัวเขา! 

"ปัง!" 

กระสุนปืนถูกเร่งอย่างรวดเร็วไปในทิศทางที่เถิงชิงซานกำลังพุ่งไปเพื่อหมายมั่นว่ามันจะสามารถหยุดเขาได้ 

เถิงชิงซานเตรียมตัวมาอย่างดีและเอื้อมมือไปหยิบมีดที่อยู่ในกระเป๋าออกมา 

คมมีดพุ่งทะยานออกไปประมาณ 1 เมตรเพื่อประทะกับกระสุน "เพล้งง" ส่งพลให้กระสุนกระเด็นออกด้านข้าง 

แต่ในขณะเดียวกันกระสุนรูปอื่นก็ถูกยิงออกมา หากคิดในแง่ของพลัง มีดครองของเถิงชิงซานนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่ากระสุน แต่ทว่าศัตรูที่ถือปืนก็สามารถแทนที่ด้วยการยิงกระสุนปืนจำนวนมากแทนได้ 

"หึมม" เถิงชิงซานกระโดดลอยขึ้นกลางอากาศและบิดลำตัวของตัวเองให้มีลักษณะคล้ายกับมังกร ในขณะที่กระสุนพุ่งตรงมาทางมือขวาของเถิงชิงซาน ในเวลาอันรวดเร็ว เส้นเอ็นที่แขนของเขาก็เริ่มเคลื่อนไหวราวกับเชือกที่ยื่นออกไป แขนของเขาก็เริ่มบิดเป็นเกลียวในขณะพุ่งไปทางทิศที่กระสุนพุ่งมา คล้ายกับเครื่องผลิตแก้วขดหอย

"ปัง!" 

แขนที่บิดและหมุนพุ่งออกไปราวกับหัวลูกศร ลดแรงปะทะจากปลายกระสุนแต่กระสุนก็ส่งผลต่อกล้ามเนื้อแม้ว่ามันจะถูกขัดขวาง 

เมื่อกระสุนถูกยึดเลยกล้ามเนื้อเขาก็ร่วงลงสู่พื้น เสียงกระสุนกระทบกับพื้นดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มของมากาซะวะและโดลกรอฟโกรฟ 

คนหนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าบริเวณลานกว้างส่วนอีกคนหนึ่งยืนอยู่ติดกับประตูห้อง 

ทั้งสองคนจ้องมองเถิงชิงซาน พร้อมทั้งระเบิดเสียงหัวเราะออกมา 

เถิงชิงซานยืนอยู่ใต้ต้นดอกเหมยที่อยู่บริเวณมุมของลานกว้างพร้อมกับใบหน้าอันเงียบสงบ 

"มีข่าวลือว่า มีดบิน คือสิ่งที่ใช้ในการทำลายองค์กรสีชาด แม้ว่าฉันจะยิงกระสุนออกไป 2 นัดได้มันก็ทำให้นายบาดเจ็บได้เพียงเล็กน้อย ดูเหมือนพลังกล้ามเนื้อของนายจะเป็นสิ่งที่ฉันไม่อาจเข้าถึงระดับนั้นได้" มากาซะวะกล่าว 

ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาและโหดร้าย คล้ายกับอสรพิษในป่าอเมซอน 

เถิงชิงซานรู้ว่ามากาซะวะคือผู้ใช้ทักษะ 'ปากว้าจ่าง (ฝ่ามือแปดทิศ)' อายุที่แท้จริงของเขานั้นใกล้เคียงกับชิงซาน และเขาก็ได้ฝึกพลังกำลังภายในเช่นกัน เมื่อประสานงานระหว่างพลังและปืนสั้น มันก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาคือผู้ส่งสารแห่งความตายที่ทุกคนต้องหวาดกลัว 

"หมาป่า แกคือคนที่แข็งแกร่งจริงๆ ฉันขอชื่นชมจากใจจริง แต่ตอนนี้แกควรฆ่าตัวตายซะ" ชายผิวขาวรูปร่างยักษ์คล้ายกับหมีขั้วโลกเหนือกล่าว

เถิงชิงซานชำเลืองมองแผลที่ถูกกระสุนยิงถากๆ ซึ่งมีเลือดออกเพียงเล็กน้อย 

เถิงชิงซานสูดลมหายใจเข้า ในใจของเขารู้ดีว่าพลังของเขาในตอนนี้ยังอยู่ในระดับปานกลางไม่ได้สูงมากถึงแม้ว่ากล้ามเนื้อของเขาจะพัฒนาไปสู่ระดับที่สูงส่ง แต่ปัญหาก็คือเขายังคงไม่สามารถต่อกรกับกระสุนนี้ได้โดยง่าย ความจริงก็คือกระสุนนี้ค่อนข้างมีอิทธิพลต่อแขนขวาและส่งผลต่อร่างกายจนน่าตกตะลึง 

"ฉันได้เห็นความสามารถในการต้านทานกระสุนของนายแล้ว มันก็สมเหตุสมผลดีที่นายได้อยู่ระดับ S แต่ถึงอย่างนั้นดูเหมือนว่านายจะยังไม่สามารถบรรลุในระดับที่สูงกว่านี้ได้" มากาซะวะกล่าวขณะสูดหายใจเข้า "แต่น่าเสียดาย ที่นายกำลังจะต้องมาจบชีวิตที่นี่และกลายเป็นเพียงแค่วิญญาณเท่านั้น" ทั้งสองคนยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ แต่เถิงชิงซานนั้นได้รับบาดเจ็บ ทำให้ทั้งสองคิดว่าพวกเขาได้กำชัยชนะไว้ในมืออย่างแน่นอนแล้ว "หมาป่า ในฐานะที่นายเองก็เคยปฏิบัติงานเหมือนกับฉัน และฉันเองก็เคารพในตัวนาย ฉะนั้นฉันจะไว้หน้านายโดยการให้นายเลือกที่จะปลิดชีพตัวเองดีกว่า" มากาซะวะกล่าว

โดยปกติเวลาที่พวกนักฆ่าทำการต่อสู้กัน พวกเขาจะห้ำหั่นกันจนกว่าใครจะบาดเจ็บหนักหรือตายไปข้างหนึ่ง ซึ่งการที่เขาปล่อยให้เถิงชิงซานเลือกวิธีตายของตัวเอง ถือได้ว่าเป็นการแสดงความใจดีอย่างหนึ่ง 

"ปลิดชีพตัวเอง?" เถิงชิงซานมองพวกเขาราวกับมีดที่พร้อมจะสะบั้นดวงตาพวกเขา "นายพูดเรื่องตลกอะไร? ใครจะอยู่? ใครจะตาย? ไม่มีใครรู้ แต่ฉันจะต้องอยู่ต่อไป เข้ามาและปลิดชีพฉันเลยถ้าพวกนายทำได้!"

devc-39ce896d-32966The Nine Cauldrons นักฆ่าข้ามพิภพ: Chapter005 ตอนที่ 5