สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!: Chapter 017 ตอนที่ 17
ตอนที่ 17 ถูกปลุกด้วยความหิว
กระทั่งเสี่ยวมู่จือที่มองอยู่ด้านข้าง ยังอดที่จะตกตะลึงไม่ได้
“เสี่ยวเหยาจื่อ เจ้าช่างดูดีเหลือเกิน!”
“หึๆ เจ้าเองก็ไม่เลวเช่นกัน!”
เมื่อมีคนชื่นชมในความงดงาม ถึงแม้รูปร่างตอนนี้จะไม่ใช่เธอคนก่อนแล้ว แต่ยังคงทำให้เล่อเหยาเหยาดีใจอยู่เช่นเดิม เพราะถึงอย่างไรผู้หญิงก็ล้วนรักสวยรักงาม เธอเองก็เช่นกัน
ขณะที่กำลังคิดอยู่ พลันก็ได้ยินเสียงพูดของเสี่ยวมู่จื่อขึ้นมาอีกครั้ง
“วันนี้ เจ้าแค่ตกใจไม่ได้รับอันตราย โชคดีที่ท่านอ๋องช่วยเจ้าไว้ ไม่งั้นข้าคงไม่ได้เจอเจ้าอีกแล้ว เสี่ยวเหยาจื่อ...”
เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้น เสี่ยวมู่จื่อดวงตาพลันแดงก่ำ
เพราะถึงอย่างไรเสี่ยวเหยาจื่อกับเขาก็เข้ามาอยู่ในวังอ๋องแห่งนี้พร้อมกัน ไมตรีที่มีต่อกันยามปกติจึงไม่ใช่เรื่องเสแสร้ง
เมื่อมองเห็นท่าทางของเสี่ยวมู่จื่อ เล่อเหยาเหยาจึงรู้สึกอบอุ่นใจและแอบคิดในใจว่า
ตั้งแต่นี้เสี่ยวมู่จื่อคือคนในครอบครัวของเธอตลอดไป ใครก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายเขา ไม่อย่างนั้นเธอจะสู้อย่างไม่คิดชีวิตแน่!
หลังจากแอบสาบานอยู่ในใจ เล่อเหยาเหยาพลันเหมือนจะจำอะไรบางอย่างได้ นัยน์ตาทั้งคู่จึงเบิกกว้าง
ในที่สุดเธอก็จำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ได้แล้ว
เดิมทีลูกธนูของพญายมนั้นเล็งตรงมาที่เธอไม่ผิด แต่ต่อมาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดขณะที่ลูกธนูดอกนั้นเข้ามาใกล้เธอ มันกลับโค้งเปลี่ยนทิศทางมุ่งตรงไปที่ตัวของปาหู่ที่ซ่อนอยู่ด้านหลังของเธอแทน!
แม้เธอจะไม่ตาย แต่ก็ตกใจจนเกือบตาย
เมื่อเห็นคนที่ยังมีชีวิตและลมหายใจอยู่ ถูกลูกธนูปักเข้าที่หัวใจ ด้วยวิธีการยิงที่แม่นยำ
เธอจึงยังจำดวงตาที่เบิกกว้างคล้ายเหลือเชื่อของปาหู่ คู่นั้นได้
เมื่อคิดแล้ว ในใจของเธอยังรู้สึกหวาดผวาอยู่เช่นเดิม
แม้จะถือว่าพญายมผู้นั้นได้ช่วยชีวิตตัวเองไว้ แต่เธอยังไม่รู้สึกซาบซึ้งต่อเขาเช่นเดิม ถ้ามีคงจะมีเพียงความหวาดกลัว
ถ้าเป็นไปได้ เธอจะไม่ขอเจอพญายมผู้นั้นอีกแล้ว ชั่วชีวิตนี้ล้วนไม่ต้องการ!
เล่อเหยาเหยาแอบสาบานกับตนเองในใจ แต่เรื่องกลับไม่ได้เป็นไปตามที่ใจหวัง สวรรค์มักทำให้เธอข้ามผ่านมันไปไม่ได้!
------------------------------------------------------------
ยามนี้ดึกสงัด เล่อเหยาเหยาที่ได้กินเพียงหมั่นโถวก้อนเล็กๆ จึงตื่นขึ้นมาด้วยความหิว
เธอลูบหน้าท้องที่แบนราบ พลางค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งบนเตียงไม้ที่แข็งดังก้อนหินนั้น
มองไปยังพระจันทร์ด้านนอกหน้าต่าง เพราะที่นี่ไม่มีนาฬิกา เธอจึงไม่รู้ว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว พอเห็นพระจันทร์ลอยอยู่ทางตะวันตก จึงเดาว่าน่าจะประมาณเที่ยงคืน
วันนี้เธอนอนหลับไปตั้งแต่เที่ยงจนถึงตอนนี้ นานเสียจน รู้สึกปวดเมื่อยกระดูกไปทั่วร่างกาย
ถึงจะอายุขนาดนี้แล้ว แต่เธอก็ไม่เคยนอนบนเตียงที่แข็งขนาดนี้มาก่อน!
อีกทั้งตลอดทั้งวัน เธอได้กินเพียงน่องไก่ตุ๋นและหมั่นโถวก้อนเล็กๆ เท่านั้น ตอนนี้จึงไม่รู้ว่าของพวกนั้นย่อยสลายอยู่ในส่วนไหนของสำไส้ไปแล้ว ตอนนี้เธอหิวจะตายแล้ว!
เสี่ยวมู่จื่อนอนอยู่ในห้องด้านข้างของเธอ แต่ดึกขนาดนี้แล้วจะไปเขย่าปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมา ขันทีน้อยที่ไม่มีตำแหน่งเช่นเขาคงหาของกินไม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้นเล่อเหยาเหยาจึงละทิ้งแผนการที่จะไปหาเสี่ยวมู่จื่อ ก่อนกลับไปนอนต่อ รอให้สว่างแล้วค่อยไปกินอาหารเช้า
แต่เพราะนอนมานานเกินไป เธอจึงหลับไม่ลง
ดังนั้นเพื่อไม่ให้มีเสียงดังปลุกคนอื่นเธอจึงค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง หลังจากใส่รองเท้าแล้วจึงผลักประตูไม้แสนเรียบง่ายบานนั้น แล้วเดินออกไป
ดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่เหนือท้องฟ้าและดวงดาวก็สว่างไสว ทำให้บนท้องฟ้าอันมืดมิดนั้น สว่างไสวราวกับมีเพชรส่องประกายระยิบระยับกระจายอยู่ทั่ว ช่างเป็นท้องฟ้ายามราตรีที่งดงามไร้ขีดจำกัด
แสงจันทร์ที่เยือกเย็น กระจายแสงขาวนวลออกมา สาดส่องลงมาทั่วพื้นดินอย่างอ่อนโยน จนทำให้ทั่วบริเวณวิจิตรงดงาม น่าหลงใหลอย่างหาที่สุดมิได้
.......................................................................................