สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!: Chapter 019 ตอนที่ 19
ตอนที่ 19 พลาดมือตบพญายม
เสียงขลุ่ยนี้ท่วงทำนองเรียบง่าย ไพเราะจับใจ ชวนหลงใหลและงดงาม เล่อเหยาเหยาจึงฟังอย่างเพลิดเพลินโดยที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัว
คล้ายกับว่าเสียงขลุ่ยนั้นค่อยๆ พาเธอเข้ามาอยู่ภายในโลกของคนที่เป่าขลุ่ยถักทอขึ้น กระทั่งไม่รู้สึกตัวว่าเสียงขลุ่ยนั้นหยุดลงในเวลาใด เพราะเธอยังคงดำดิ่งลึกลงไปอย่างถอนตัวขึ้นมาไม่ได้!
จนกระทั่งจู่ๆ หมู่ดาวบนฟ้าเหนือศีรษะพลันถูกความมืดมิดเข้ามาบดบังทิวทัศน์อันงดงามให้สิ้นสุดลง เล่อเหยาเหยาจึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วที่งดงามนั้นขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับสายตาที่ไม่พอใจ
ขณะที่เธอยังไม่ได้คำตอบว่าเงาดำทะมึนที่มาบดบังทิวทัศน์นั้นคือสิ่งใด มือทั้งสองข้างจึงโบกสะบัดไปอย่างสุดกำลังโดยทันที
ความจริงเธอเพียงไม่ชอบสิ่งที่มาบดบังภาพที่อยู่เบื้องหน้า จึงเคลื่อนไหวไปโดยธรรมชาติ
แต่ทว่าเมื่อเธอได้ยินเสียงดัง ‘ผัวะ’ คล้ายกับมือของตนตีไปโดนสิ่งของบางอย่างเข้า จนมือรู้สึกชาเล็กน้อย และเสียงของฝ่ามือที่ดังกังวานในยามค่ำคืนอันเงียบสงัดนั้นช่างชัดเจนอย่างมาก
จึงทำให้เล่อเหยาเหยาพลันตื่นตัวขึ้นมาทันที พร้อมกับรู้สึกตัวว่าเมื่อครู่เธอไม่ได้ตีโดนสิ่งของ แต่ตีโดนคน!
คนหรือ!
เมื่อคิดตรงนี้ เล่อเหยาเหยาพลันนัยน์ตาเบิกกว้าง แล้วรีบพาร่างกายตนเองลุกขึ้นมาจากพื้นหญ้าอย่างรวดเร็ว มองไปยังคนที่อยู่ด้านข้างเพื่อจะเอ่ยขอโทษทันที แม้เมื่อครู่นี้เธอจะไม่ได้ตั้งใจ แต่เธอก็ตบโดนคนไปแล้ว!
เล่อเหยาเหยาจึงแย้มริมฝีปากแดงสดขึ้น กำลังจะเอ่ยปากพูดบางอย่าง
แต่ว่าเธอยังไม่ทันได้เอ่ยปาก เมื่อเธอเห็นหน้าตาของชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน ร่างกายพลันคล้ายถูกฟ้าผ่าตอนกลางวัน ตกตะลึงอย่างมาก
เสื้อคลุมขาวสะอาดดังหิมะ บนเอวรัดด้วยที่คาดเอวสีทอง ชุดด้านในขับเน้นให้ร่างกายดูสูงใหญ่ดังต้นอวี้ซู่ ไหล่กว้างและเอวแคบ รูปร่างผอมเพรียว สะโพกที่โค้งงอน พร้อมเรียวขายาวตรงที่งดงาม
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี้คือรูปร่างของนายแบบที่ใครๆ ก็อิจฉา!
และเมื่อมองตามร่างกายอันสมบูรณ์แบบนั้นขึ้นไป จะเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ผู้คนต่างพากันรังเกียจราวกับปีศาจ
คิ้วที่โค้งเรียว ผิวหน้าที่เหมือนดังเมฆที่บางเบา สันจมูกที่ตั้งตระหง่าน เมื่อประกอบเข้ากับริมฝีปากที่บางราวกระจับที่แกะสลักอย่างสมบูรณ์คู่นั้น
ชายผู้นี้ เกิดมาเพื่อมีเสน่ห์เย้ายวนผู้คนอย่างแท้จริง
ถ้าตอนนี้นัยน์ตาดำขลับของเขา ไม่ได้เต็มไปด้วยไอสังหารและกำลังถลึงตามองเธอ เล่อเหยาเหยาคิดว่าเธอเองก็คงก้มตัวอยู่แทบเท้าทั้งสองข้างของเขาไปแล้ว
เพียงเห็นนัยน์ตาราวดาวดวงน้อยแสนเดียวดายที่อยู่แสนไกลของชายหนุ่มถลึงมองมาที่เธออยู่อย่างดุดัน
ถ้าหากสายตาสามารถสังหารคนได้ กลัวว่าเธอคงถูกเขาถลกหนัง เลาะกระดูก ป่นกระดูกเป็นผงไปแล้ว!
เมื่อถูกชายหนุ่มถลึงตาจ้องมองอย่างเย็นชาและดุดัน เล่อเหยาเหยาจึงชาวาบไปทั่วศีรษะ สั่นเทาไปทั่วร่าง ภายในสายตาปรากฎความหวาดกลัวขึ้นมา
เพราะถึงอย่างไรชายหนุ่มผู้นี้ก็ไม่ใช่คนอื่น เป็นพญายมเหลิ่งจวิ้นอวี๋ ที่เพียงได้ยินชื่อผู้คนล้วนหวาดกลัว สังหารคนโดยไม่กระพริบตา และเอาแน่เอานอนไม่ได้ผู้นั้น!
“อ๊ะ”
เมื่อเห็นชายหนุ่มตรงหน้า เล่อเหยาเหยาจึงนัยน์ตาเบิกกว้างพร้อมอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง
ด้วยสีหน้าท่าทางที่ไม่อยากเชื่อตัวเองและตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ราวกับเห็นผีตอนกลางวันแสกๆ
แต่ถ้าหากให้เล่อเหยาเหยาพูด ตอนนี้เธอรู้สึกหวาดกลัวยิ่งกว่าเห็นผีเสียอีก เพราะชายหนุ่มตรงหน้าสังหารคนตายมานับไม่ถ้วน จึงทำให้คนอกสั่นขวัญแขวน!
ขณะที่ใบหน้าเล่อเหยาเหยาเต็มไปด้วยความตกตะลึง เหลิ่งจวิ้นอวี๋กลับยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก
เห็นชัดว่าริมฝีปากที่สวยงามคู่นั้นกำลังยิ้ม ซึ่งโดยหลักการแล้วต้องพูดว่าน่าหลงใหลดูดีถึงจะถูกต้อง
แต่พญายมก็คือพญายม เมื่อยิ้มขึ้นมาก็ทำให้คนสยดสยองจนขนลุกขนพองอยู่ดี
รวมทั้งกลิ่นอายเย็นยะเยือกที่แผ่กระจายออกมาจากตัวเขา ก็ทำให้อุณหภูมิรอบด้านลดลงทันที
ไอสังหารรุนแรงเกินไปแล้ว!
“เจ้าช่างกล้านัก เจ้าเป็นคนแรกที่กล้ากัดและตบข้า! เจ้าว่าข้าควรลงโทษเจ้าอย่างไรดี! หืม”
น้ำเสียงที่อ้อยอิ่งอ่อนหวานของเขา ดูคล้ายกำชับคนรักอย่างอ่อนโยน แต่เล่อเหยาเหยาที่ได้ยินกลับรู้สึกคล้ายลมหนาวในเดือนสิบสองที่ได้พัดผ่านมาอย่างรุนแรง จนเธอสั่นเทาไปทั้งตัว
.......................................................................................