สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!: Chapter 033 ตอนที่ 33
ตอนที่ 33 ก้าวเข้าตำหนักหย่าเฟิงอีกครั้ง
จากความทรงจำเมื่อคืน เล่อเหยาเหยาจึงมาถึงประตูด้านหน้าของตำหนักหย่าเฟิงอย่างรวดเร็ว
ขณะนี้เป็นเวลาเช้าตรู่ พระอาทิตย์กำลังเคลื่อนขึ้นมาจากทิศตะวันออก แสงแดดทะลุผ่านเมฆหมอกที่หนานั้น ทำให้พื้นดินด้านล่างสาดส่องไปด้วยแสงสีทองอันอบอุ่น
ตอนนี้เป็นช่วงเดือนสี่ อากาศจึงไม่เย็นไม่ร้อน สายลมยามเช้าตรู่ที่พัดผ่านไปอย่างช้าๆ แฝงไปด้วยระลอกความหนาวเย็น จึงทำให้รู้สึกเย็นสบาย
แม้จะเป็นเวลาเช้าตรู่ แต่ภายในวังอ๋องกลับค่อยๆ คึกคักขึ้นมา เห็นเพียงรอบด้านข้าราชบริพารไม่น้อยวิ่งวุ่นไปมา ด้วยท่าทีที่เป็นระเบียบเรียบร้อย
ทุกที่ในวังอ๋อง มีองครักษ์ที่สวมชุดเกราะเหล็กเดินลาดตระเวนอยู่ เห็นชัดว่าวังอ๋องแห่งนี้เข้มงวดกวดขันอย่างมาก คิดหลบหนีออกไปจากที่นี่ ยากกว่าการขึ้นไปบนสวรรค์จริงๆ
ยิ่งคิดในใจของเล่อเหยาเหยายิ่งรู้สึกจำใจและท้อแท้ อีกทั้งขาทั้งสองข้างที่หยุดอยู่ตรงหน้าประตูตำหนักหย่าเฟิง ก็เหมือนหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงไว้ด้วยเหล็ก จนขยับเท้าก้าวเดินไม่ได้เลย
สุดท้ายหางตายังคงกวาดดูอย่างละเอียด จึงเห็นหัวหน้าขันทีลี่ที่อยู่ไม่ไกลเดินเข้ามา ดูท่าแล้วหัวหน้าขันทีลี่ยังไม่วางใจเธอจึงเดินตามมาดู
เมื่อเห็นเช่นนั้น เล่อเหยาเหยาจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะแสดงท่าทางที่ห้าวหาญมั่นใจเดินเข้าไปในตำหนักหย่าเฟิง
ด้านในตำหนักหย่าเฟิงยังคงเหมือนเมื่อวานตอนที่เธอเข้ามา กระทั่งพื้นหินสีน้ำเงินด้านหน้าตำหนักนั้น ยังถูกจัดการจนสะอาดสะอ้านแล้ว ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้อันแสนดุเดือดของเมื่อวานเลยแม้แต่นิดเดียว
เมื่อเล่อเหยาเหยามาถึงหน้าประตูห้องที่ประณีตงดงามนั้น เห็นเพียงประตูรูปพัดลายสลักนั้นเปิดอ้ารอไว้แล้ว เพียงผลักเบาๆ ก็เปิดออก สามารถเดินเข้าไปได้
แต่เพียงคิดว่าเมื่อผลักเปิดประตูไม้รูปพัดลายสลักนี้เข้าไป แล้วต้องเผชิญหน้ากับชายผู้เอาแน่เอานอนไม่ได้ผู้นั้นอีกครั้ง เล่อเหยาก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
สุดท้ายแล้ว เธอจะผลักประตูเปิดเข้าไปหรือไม่!
หรือว่า ตอนนี้จะหมุนตัวกลับแล้วหนีไปดี!
ช่างทำให้คนเลือกยากจริงๆ
หลังจากลังเลอยู่นาน เล่อเหยาเหยาจึงยอมรับชะตากรรม กัดฟันเอาไว้แน่น แล้วใช้มือผลักที่ประตูเบาๆ
เมื่อประตูไม้เสียดสีกับพื้นจนเกิดเสียงดังออดแอดขึ้นมา ประตูไม้รูปพัดลายสลักบานนั้นจึงถูกเธอผลักเปิดออก
ด้วยจิตใจอันเด็ดเดี่ยว เล่อเหยาเหยาจึงกำมือทั้งสองข้างแน่น คล้ายทหารที่พร้อมบุกเข้าสังหารศัตรู ก่อนยกเท้าเดินเข้าไปในห้อง
ขณะที่เข้าไปในห้อง ก็ได้กลิ่นหอมของจันทร์เทศโชยมาแตะจมูกอย่างรวดเร็ว
เล่อเหยาเหยาที่ได้กลิ่นหอมเบาๆ ดวงตาทั้งสองข้างจึงเป็นประกายขึ้น
ถึงอย่างไรกลิ่นหอมพวกนี้ล้วนไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะเธอเคยได้กลิ่นหอมนี้จากบนตัวของใครบางคน
ดวงตาที่งดงามสอดส่องไปมาหลังจากที่เข้ามาในห้อง ไม่นานสายตาเธอก็พลันหยุดลงที่มุมหนึ่ง
เห็นเพียงแต่ว่าหากเปิดหน้าต่างรูปพัดลายสลักบานใหญ่นั้นออก แล้วมองจากบริเวณหน้าต่างนั้นออกไป จะสามารถมองเห็นสระน้ำอันกว้างใหญ่
แสงแดดยามเช้าตรู่อันสดใสงดงาม สาดส่องลงมาบนผิวน้ำในสระ ทำให้ผิวน้ำด้านบนเกิดเป็นแสงสีทองที่แวววาวระยิบระยับ
ลมเย็นเอื่อยๆ พัดผิวน้ำให้กลายเป็นระลอกคลื่น
ภาพนั้นช่างงดงามยิ่งนัก!
แต่ว่าภาพทิวทัศน์ทั้งหมดที่งดงามนั้น กลับมีชายหนุ่มผู้นั้นอยู่ด้วย ทั้งหมดจึงกลายเป็นเพียงฉากด้านหลังเท่านั้น!
เพียงเห็นแสงแดดสีทองที่อบอุ่นสาดส่องทะลุผ่านหน้าต่างลายสลักที่เปิดอ้าเข้ามา พร้อมสาดเอียงลงมาบนตัวของชายหนุ่ม
เสื้อที่ขาวราวหิมะ ผมยาวเงางามราวม่านน้ำตก พร้อมสายลมเอื่อยๆ ที่พัดเสื้อผ้าของชายหนุ่มให้ปลิวไสว เส้นผมยาวดำขลับกลุ่มนั้นทำให้ด้านหลังของเขาเกิดเป็นมุมองศาที่งดงาม
ชายหนุ่มยืนอยู่ตรงนั้นอย่างสงบเงียบ ทั่วร่างกายคล้ายถูกกลุ่มแสงสีทองห่อหุ้มเอาไว้ แม้จะเป็นเช่นนั้นก็ยังคงงดงามจนน่าตื่นตระหนกตกใจเช่นเดิม
เมื่อเห็นเช่นนั้น เล่อเหยาเหยารู้สึกเหมือนร่างกายถูกไฟดูด จนหัวใจคล้ายจะหยุดเต้นลง
ดวงตาสุกใสที่เป็นประกายคู่นั้น หลังจากหยุดมองบนร่างของชายหนุ่ม ก็ไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกไปไหนได้อีกเลย
คล้ายรู้สึกถึงการจ้องมองของคนที่อยู่ด้านหลัง ชายหนุ่มที่หันหลังให้กับเล่อเหยาเหยาจึงอดที่จะชำเลืองตามองไม่ได้
.........................................................................