สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!: Chapter 009 ตอนที่ 9
ตอนที่ 9 ถูกเขาโอบกอด
เขาจึงตกใจและตื่นเต้น กระทั่งตัวเหลิ่งจวิ้นอวี๋เอง คล้ายไม่เชื่อว่าตนเองจะทำเรื่องสิ้นคิดเช่นนี้ออกมา
เพราะประสบการณ์อันเลวร้ายในวัยเด็ก ทำให้เขาเคียดแค้นรังเกียจสตรีอย่างมาก แต่เขาก็รู้รสนิยมทางเพศของตนเองดี ว่าไม่ได้รักชอบบุรุษ
แต่เพราะเหตุใด เพราะเหตุใดเมื่อครู่นี้เขาถึงจุมพิตขันที!
หรือเป็นเพราะขันทีน้อยตรงหน้าผู้นี้หน้าตางดงามเกินไป จนอยากกลืนกินเข้าไป และเขาหักห้ามใจเอาไว้ไม่ได้...แค่ชั่วขณะเท่านั้น!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เหลิ่งจวิ้นอวี๋คล้ายสับสน สายตาที่มองไปยังเล่อเหยาเหยา จึงไม่หลงเหลือความโหดร้ายอีกแล้ว ทว่าดูซับซ้อนมิอาจคาดเดาได้มากขึ้น
เล่อเหยาเหยาไม่เข้าใจว่าสายตาอันซับซ้อนของเหลิ่งจวิ้นอวี๋นี้หมายถึงสิ่งใด พอเห็นสีหน้าเมินเฉยของเหลิ่งจวิ้นอวี๋ เธอกลับรู้สึกดีใจขึ้นมา
หากไม่หนีไปตอนนี้ จะรอให้ถึงตอนไหนอีก! หรือจะรอให้เขาได้สติกลับมาแล้วสังหารเธอก่อนใช่หรือไม่ เธอไม่อยู่ให้โง่หรอก!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เล่อเหยาเหยาจึงรวบรวบความกล้าของตนเองขึ้นมา คิดแผนอย่างสุดกำลังเพื่อหนีให้พ้นจากปีศาจข้างกายที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ตนนี้ แต่คิดไม่ถึงว่ายังไม่ทันได้ลงมือ เหลิ่งจวิ้นอวี๋กลับดูเหมือนสัตว์ร้ายกำลังเล็งเหยื่อ เขาพลันกระโจนเข้าใส่เธออย่างรุนแรง...
เมื่อเห็นเช่นนั้น เล่อเหยาเหยาจึงตกใจร้องออกมา หลับตาทั้งสองข้างลง คิดว่าพญายมตนนี้คงจะสังหารตัวเธอแล้ว
ใครจะรู้ว่าความเจ็บปวดที่คิดเอาไว้กลับไม่เกิดขึ้น และศีรษะของเธอก็ไม่ได้หลุดออกจากตัว
แต่เธอกลับถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมอกอันกว้างใหญ่และแข็งแรง ครู่ต่อมาจึงรู้สึกราวกับท้องฟ้าหมุนวน ผืนดินพลิกกลับอย่างรุนแรง!
การหมุนอย่างรุนแรงนั้น ทำให้เธอตาลายพร่ามัว วิงเวียนศีรษะและมึนงงเล็กน้อย
เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่านอ๋องที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ผู้นี้กันแน่ เขาอยากกลิ้งก็ควรกลิ้งบนเตียง ทำไมต้องมากลิ้งบนพื้นที่ทั้งแข็งและไม่รู้สึกสบายอย่างนี้ด้วย!
ขณะที่เธอกำลังบ่มงึมงำอยู่ในใจ หูก็พลันได้ยินเสียงดัง ‘ฟุ่บ’ ขึ้นมา เหมือนกับมีวัตถุมีคมบางอย่างแล่นผ่านข้างหูของเธอไป ทำให้เธอตกใจจนหัวใจบีบรัด แล้วมองตามทิศทางของเสียงนั้นไป
ก่อนที่จะเห็นว่าตำแหน่งที่เธอยืนอยู่เมื่อครู่ ตอนนี้มีลูกธนูปักอยู่
พื้นด้านล่างปูด้วยหินแกรนิตจึงแข็งแรงอย่างมาก ทว่าลูกธนูดอกนั้นกลับทะลุผ่านพื้นเข้าไปได้ถึงสามส่วน ถ้าเมื่อครู่ลูกธนูดอกนั้นปักเข้าที่ตัวเธอละก็...
พอเห็นอย่างนั้น เล่อเหยาเหยาจึงอดตัวสั่นไม่ได้ ภายในดวงตากลมโตปรากฎความกลัวที่มิอาจบรรยายเป็นถ้อยคำได้
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เล่อเหยาเหยาจะหวาดกลัวไปมากกว่านี้ ก็รู้สึกว่าร่างกายของตนเองถูกจับขึ้นมาราวกับกระสอบทรายแล้วก็หมุนอีกครั้ง
ท้องฟ้าหมุนวน ผืนดินพลิกกลับอีกครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้เล่อเหยาเหยาจิตใจสงบมากขึ้น อีกทั้งเมื่อครู่ตอนที่ยืนอยู่นั้น เธอได้กวาดสายตามองไปรอบๆ แล้ว แต่ว่าไม่มองจะดีกว่าเสียอีก เพราะสิ่งที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้า ทำให้เธอเบิกตากว้างอย่างตื่นตะลึง ขณะจ้องมองก็สูดหายใจอย่างหนาวเหน็บ...
แม่เจ้า ตอนนี้กำลังถ่ายละครอยู่ใช่ไหม!
เมื่อเห็นว่า ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ตำหนักหย่าเฟิงอันไร้ผู้คน ได้ปรากฏคนชุดดำขึ้นมามากกว่าสิบคน แต่ละคนต่างถืออาวุธที่แหลมคมอยู่ในมือและทั้งหมดปิดบังใบหน้าไว้
หัวหน้าคนกลุ่มนั้น ในมือกำลังถือคันธนูที่ว่างเปล่า จึงเห็นได้ชัดว่าลูกธนูที่ยิงมาเมื่อครู่เป็นฝีมือของเขา
พอมองไปที่สายตาของคนชุดดำที่ปรากฏตัวขึ้นด้านนอกเหล่านั้น ในดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยไอสังหาร ถ้าสายตาสามารถสังหารคนได้ เหลิ่งจวิ้นอวี๋คงถูกพวกเขาฟาดฟันจนกลายเป็นศพไปแล้วอย่างแน่นอน
เห็นชัดว่าคนชุดดำกลุ่มนี้มาเพราะเหลิ่งจวิ้นอวี๋ แต่เล่อเหยาเหยาอยากตะโกนด่าใส่หัวหน้าคนชุดดำผู้นั้นจริงๆ
มารดามันเถอะ ช่วยเล็งธนูให้ดีๆ หน่อยได้หรือไม่! อย่ายิงผิดคน ถ้าเมื่อครู่เหลิ่งจวิ้นอวี๋ไม่ได้ดึงตัวเธอไว้ วันนี้เกรงว่าเธอคงต้องตายอีกครั้งแล้ว
แต่ว่า...
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เล่อเหยาเหยาจึงอดที่จะเงยหน้าขึ้นมามองชายหนุ่มที่กำลังกอดรัดเอวของตนเองอยู่ไม่ได้
ชายหนุ่มคนนี้สูงมากจริงๆ เมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเขา เธอจึงรู้สึกว่าตนเองเหมือนนกน้อยที่ต้องการไม้ใหญ่พึ่งพิง
....................................................................