สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!

สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!: Chapter 008 ตอนที่ 8

#8Chapter 008

ตอนที่ 8 กัดท่านอ๋อง

กลิ่นอายอันโหดเหี้ยมที่แผ่กระจายออกมาจากตัวเขาในขณะนี้ เหมือนกับอสูรกายกระหายเลือดจากนรกขุมที่สิบแปด ทำให้คนที่ได้เห็นอกสั่นขวัญแขวน

ทันใดนั้นเล่อเหยาเหยารู้สึกเพียงขนลุกไปทั้งตัว สัญชาตญาณบอกกับตัวเธอว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ผิดปกติและอันตรายอย่างมาก!

“ฮิ ๆ วันนี้อากาศดีจริงๆ บะ...บ่าวยังมีงานต้องทำ บ่าวต้องไป...”

เล่อเหยาเหยาหัวเราะอย่างกระอักกระอ่วน ค่อยๆ เดินถอยหลัง

แต่เมื่อเธอก้าวถอยหลังไป ชายหนุ่มตรงหน้ากลับก้าวเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อยๆ

พร้อมกับใบหน้าอันหล่อเหล่าดุจดั่งเทพเซียนบนสวรรค์ของเขานั้น ค่อยๆ ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา

รอยยิ้มนั้นช่างน่าหลงใหลเหมือนดอกฝิ่นที่งดงาม ทว่ามีพิษร้ายกัดกร่อนไปถึงกระดูก

เพราะบริเวณมุมปากที่มีรอยยิ้มของเหลิ่งจวิ้นอวี๋นั้น ตอนนี้มีเลือดไหลออกมาอย่างช้าๆ

เลือดนั้นสีแดงสดใส เมื่อรวมเข้ากับผิวขาวสดใสของเขายิ่งน่าหลงใหลมากขึ้น

แต่เล่อเหยาเหยาที่มองเห็น กลับหวาดหวั่นใจอย่างยิ่ง

จุ๊ๆ ทำไมชายหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลา ถึงยิ้มได้น่าหวาดกลัวขนาดนี้! เธออยากจะบอกเขาจริงๆ ว่าอย่ายิ้มอีกเลย เพราะรอยยิ้มของเขานั้นน่าหวาดกลัว กว่าการถลึงตาจ้องมองเสียอีก!

แต่น่าเสียดาย ตัวของเธอที่ปกติกล้าหาญ เมื่อสบตากับชายหนุ่มผู้นี้ กลับตกใจกลัวเหมือนหนูขี้ขลาดตัวหนึ่ง

เธอจึงกลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่ แม้ใบหน้าจะยังประดับด้วยรอยยิ้ม แต่สวรรค์รู้ดีว่าในใจของเธอตอนนี้หวาดกลัวมากเพียงใด

ดูเหมือนว่าเหลิ่งจวิ้นอวี๋จะสังเกตเห็นถึงความหวาดกลัวของเล่อเหยาเหยาเช่นกัน จึงปรากฏรอยยิ้มขึ้นที่มุมปาก แต่คำพูดที่เอ่ยออกมากลับเยือกเย็นกัดกร่อนไปถึงกระดูก เหมือนลมหนาวที่พลันพัดผ่านมาในเดือนสิบสอง ทำให้ผู้คนอดที่จะหนาวสั่นไปชั่วขณะไม่ได้

“เจ้าเป็นคนแรกที่กล้ากัดข้า!”

น้ำเสียงที่ทุ้มต่ำน่าหลงใหลแฝงไปด้วยความเกียจคร้านเล็กน้อย แต่ว่ากลับไพเราะอย่างยิ่ง

แต่ไอสังหารที่แผ่กระจายออกมาจากตัวเขา เป็นสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้เช่นกัน

เมื่อเห็นเช่นนั้นเล่อเหยาเหยาจึงอกสั่นขวัญแขวน ตกใจเป็นอย่างมาก

แค่จุมพิตคงไม่ได้เสียหายอะไร แต่ว่าการล่วงเกินพญายมผู้นี้เข้า ศีรษะของเธอคงต้องหลุดออกจากบ่าอย่างแน่นอน

เล่อเหยาเหยาอยากร้องไห้ แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมา เพราะถึงอย่างไรเธอก็เพิ่งผ่านพ้นความตายมา ยังไม่ทันคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมของที่นี่ ก็ต้องมาตายอีกครั้งแล้ว ความรู้สึกที่ต้องตายซ้ำแล้วซ้ำเล่านี้ ไม่มีผู้ใดเข้าใจเป็นแน่

แต่ว่าเธอยังไม่อยากตายตอนนี้! การมีชีวิตอยู่นั้นดีมากมาย เพราะฉะนั้นจะต้องรักษาความหวังสุดท้ายนี้ไว้ให้ได้ เธอจึงพลันเปลี่ยนใบหน้าที่ยิ้มแย้มเมื่อครู่ทันที รวดเร็วราวการแสดงงิ้วเฉสวน!

“ฮือๆ ท่านอ๋อง บะ...บ่าวไม่ได้ตั้งใจจะกัดท่าน คือ...คือร่างกายของบ่าวไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อนหรือตอนนี้ล้วนยังบริสุทธิ์ จู่ๆ ท่านอ๋องก็...ฮือๆ ...”

หลังน้ำเสียงอ้อนวอนสำนึกผิด ขอความเมตตาดังขึ้น ดวงตากลมโตงามแปลกตาคู่นั้นของเล่อเหยาเหยาก็ปรากฎม่านน้ำตาที่พร่ามัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ภายในดวงตาของเธอ เอ่อคลอด้วยน้ำตาที่เปล่งประกายสวยงาม ราวกับแสงพระอาทิตย์ยามตกดินที่กระทบลงในทะเลสาบ สะท้อนเป็นแสงส่องประกายงดงาม น่าประทับใจผู้คน เมื่อรวมกันเข้ากับสีหน้าที่น่าสงสารนั้นของเธอ จึงทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเธอช่างเหมือนกระต่ายน้อยสีขาวที่ไร้เดียงสา ที่ไม่ว่าผู้ใดพบเห็น ในใจก็ล้วนสงสารทันที

เหลิ่งจวิ้นอวี๋เองก็เช่นกัน ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เมื่อเห็นขันทีน้อยที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ร้องไห้ ดั่งหยาดน้ำฝนบนดอกแพร์[footnoteRef:1] ใจของเขากลับเหมือนถูกควักออกไป เจ็บปวดราวกับถูกเฆี่ยนด้วยแส้อย่างหนัก [1: หยาดน้ำฝนบนดอกแพร์ หมายถึง การเปรียบเปรยถึงใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของหญิงงาม]

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากได้ยินคำพูดของเล่อเหยาเหยา เหลิ่งจวิ้นอวี๋จึงคล้ายได้สติกลับคืนมา ก่อนที่จะยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นราวกับฟ้าผ่าลงมาตอนกลางวัน[footnoteRef:2] [2: ฟ้าผ่าลงมาตอนกลางวัน หมายถึงเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น จนทำให้ตกใจอย่างมาก ]

สวรรค์!

เมื่อครู่เขาเป็นอะไรกันแน่ ไม่คิดเลยว่าเขาจะ...จุมพิตขันที!

..................................................................

devc-88b8c9ff-33080สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!: Chapter 008 ตอนที่ 8