สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!

สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!: Chapter 007 ตอนที่ 7

#7Chapter 007

ตอนที่ 7 โดนจุมพิต

เมื่อเห็นสายตาที่น่าหวาดกลัวผิดปกติเช่นนี้ของเหลิ่งจวิ้นอวี๋ เล่อเหยาเหยาก็ชาวาบไปทั้งหนังศีรษะ ก่อนจะหวาดหวั่นใจขึ้นมา

หัวใจเต้นเร็วอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน! เสียง ‘ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก’ ดังกระหน่ำออกมาไม่หยุดราวกับจะทะลุออกมาจากหน้าอกของเธอ

“ท่าน ท่าน ท่าน...”

เล่อเหยาเหยาพูดตะกุกตะกัก เมื่อถูกจ้องด้วยสายตาอันหิวกระหายของเหลิ่งจวิ้นอวี๋ ใบหน้าเล็กก็ซีดขาวลงทันที

เกิดลางสังหรณ์ขึ้นมาในใจว่า ถ้าเธอยังไม่รีบหนีไปจากที่นี่ คงต้องถูกสัตว์ป่าดุร้ายตัวนี้กินแน่!

ครั้นตระหนักได้เช่นนั้นแล้ว เล่อเหยาเหยาจึงสับสนและหวาดกลัว แต่ด้วยสัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอด เธอจึงเริ่มใช้มือทั้งสองข้างผลักชายหนุ่มที่อยู่บนตัวของเธอออกไปไม่หยุด

ที่น่าเศร้าก็คือ แรงของผู้หญิงเทียบกับผู้ชายไม่ได้อยู่แล้ว แม้เธอจะพยายามออกแรงอย่างสุดกำลัง ชายหนุ่มที่ทับอยู่บนตัวของเธอ กลับดุจดั่งหินขนาดใหญ่ไม่ขยับเลยสักนิดเดียว

กลับเป็นเธอที่พยายามใช้เรี่ยวแรงที่มีทั้งหมด จนเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นมาบริเวณหน้าผากขาวเนียนได้รูป

ใบหน้าเล็กที่เคยซีดเซียวค่อยๆ แดงก่ำขึ้นมา ท่าทางเช่นนั้นของเธอ ดูแล้วเหมือนกับ หยาดน้ำค้างในยามเช้า ลูกท้อที่กำลังสุกงอม งดงามจนอยากกลืนกิน

เมื่อเห็นเช่นนั้น เหลิ่งจวิ้นอวี๋รู้สึกเพียงสูญเสียสติที่มีทั้งหมดไป นัยน์ตาจ้องมองไปที่ริมฝีปากงดงามของคนที่อยู่ใต้ร่างของตน จนเขาอดใจที่จะลิ้มชิมรสมันไม่ไหวอีกต่อไป ...

ริมฝีปากเล็กๆ นี้หอมหวานกว่าที่ตนคาดคิดไว้เสียอีก!

นี่เป็นสิ่งแรกที่ปรากฏขึ้นมาในหัวของเขา ขณะที่กำลังจุมพิตเล่อเหยาเหยา

ริมฝีปากของ ‘เขา’ อ่อนนุ่มและหอมหวานจริงๆ ราวกับหยาดน้ำค้างบนต้นอวี้ซู่[footnoteRef:1] ที่หวานล้ำเกินคำบรรยาย ปัดเป่าความคิดที่อยากจุมพิตลิ้มลองเพียงเล็กน้อยออกไปจากสมองของเขา แปรเปลี่ยนเป็นจุมพิตราวกับพายุทอร์นาโดที่รุนแรง ดุเดือด ล้ำลึก... [1: ต้นอวี้ซู่ หมายถึงต้นยูคาลิปตัส ]

ตรงกันข้ามกับเหลิ่งจวิ้นอวี๋ที่ดูติดใจจนอยากลิ้มลองอีกครั้ง เล่อเหยาเหยากลับเหมือนโดนฟ้าผ่าอย่างแรง ตัวเธอก็แข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน!

สวรรค์! ฟ้าดิน!

เขา เขา เขา...เขาจุมพิตเธอแล้ว!

แต่ตอนนี้เธอก็เป็นผู้ชาย ไม่สิ ควรจะพูดว่าตอนนี้เธอคือ ‘ขันที’ ที่เรียกว่าผู้ชายไม่ได้ด้วยซ้ำไป พญายมที่เล่าลือกันว่าโหดเหี้ยมไร้ความปราณีผู้นี้กลับจุมพิตขันที!

สวรรค์ นี่เป็นรสนิยมที่ไม่แปลกไปหน่อยหรือ!

เธอสั่นสะท้านอยู่ในใจ กับเหลิ่งจวิ้นอวี๋แล้ว ในใจของเธอรู้สึกขยะแขยงและไม่พอใจเป็นอย่างมาก

เพราะเธอไม่ได้ต้องการให้ชายหนุ่มที่จิตวิปริตเช่นนี้จุมพิตเธอ!

เล่อเหยาเหยาจึงใช้มือคู่นั้นออกแรงผลักอีกครั้ง แต่ชายหนุ่มที่ทับอยู่บนตัวของเธอไม่เพียงไม่ขยับออก แขนยาวแข็งแรงของเขาที่โอบกอดตัวเธอกลับรัดแน่นยิ่งขึ้น แล้วจุมพิตอย่างลึกซึ้งมากขึ้น

เล่อเหยาเหยาร้อนใจ เมื่อเห็นว่าเรี่ยวแรงของตนเอง เทียบกับเหลิ่งจวิ้นอวี๋ไม่ได้ ช่างเสียแรงเปล่าเสียจริง คนผู้นี้ไม่รู้เติบโตมาด้วยการกินอะไร แขนคู่นั้นของเขาถึงเหมือนกับคีมเหล็กเช่นนี้

เมื่อเห็นเช่นนั้นเล่อเหยาเหยาจึงโมโหและกังวล แต่ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ากลับยังเล่นสงครามแลกลิ้นกับเธออยู่เช่นเดิม เธอทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว จึงใช้ฟันกัดลงไปบนปลายลิ้นที่กำลังรุกรานตนเองอยู่อย่างรุนแรง...

จากนั้นเธอก็ได้ยินเพียงเสียง ‘โอ๊ย’ ดังขึ้นแล้วน้ำหนักบนร่างกายของเธอก็พลันหายไป

ภายในปากของเธอกลับยังคงหลงเหลือกลิ่นจางๆ ของสะระแหน่พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดของเขาอยู่

เล่อเหยาเหยาเห็นเหลิ่งจวิ้นอวี๋ลุกขึ้นจากบนตัวของเธอไปแล้ว จึงรีบยันตัวเองลุกขึ้นยืนทันที

เธอยังไม่ทันได้ยืดเส้นยืดสายบรรเทาอาการปวดเมื่อยของตน ก็รับรู้ได้ถึงสายตาที่เต็มไปด้วยอันตรายและกระหายเลือด ที่กำลังจ้องเขม็งมาที่ตัวเธอ เธอพลันสั่นเทิ้มไปทั่วร่าง ชาวาบไปทั้งหนังศีรษะ ก่อนที่จะเงยหน้ามองฝั่งตรงข้าม จึงเห็นว่าเป็นสายตาของพญายมที่ต้องการชีวิตของคนผู้นั้น

เมื่อเห็นเหลิ่งจวิ้นอวี๋ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงสามก้าว ยังใกล้ชิดกับตนเองอย่างมาก ร่างกายสูงใหญ่กำยำของเขานั้น ทำให้เล่อเหยาเหยารู้สึกเหมือนมีเขาไท่ซานกดทับตนเองอยู่

.........................................................................

devc-a3b5dd88-33025