สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!: Chapter 021 ตอนที่ 21
ตอนที่ 21 คนที่เป่าขลุ่ยคือเขา
อาจเป็นเพราะเล่อเหยาเหยา ความเย็นชาในสายตาและการเคลื่อนไหวของเขาจึงลดน้อยลงไปอย่างมาก
เธอจึงหมุนตัวไป ก่อนจะเห็นเหลิ่งจวิ้นอวี๋หันหลังเดินไปด้านหน้า
เมื่อเห็นเช่นนั้นในใจของเล่อเหยาเหยาจึงดีใจมาก พร้อมกับคิดว่าถ้าเหลิ่งจวิ้นอวี๋จากไป ท้ายที่สุดชีวิตน้อยๆ ของเธอก็จะรักษาเอาไว้ได้ และไม่จำเป็นต้องอยู่ข้างกายเขาอย่างใจหายใจคว่ำอีกต่อไป
เฮ้อ เหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นเมื่อครู่ ทำให้เธอเหนื่อยไปหมด ตอนนี้กลับไปพักผ่อนให้เร็วหน่อยน่าจะดี
เมื่อคิดได้ดังนั้น เล่อเหยาเหยาจึงพลันหมุนตัว เดินไปยังอีกทิศทาง คิดที่จะแอบหนีไปโดยไม่กล่าวลา
คาดไม่ถึงว่าคำพูดของเหลิ่งจวิ้นอวี๋ กลับทำลายแผนการของเธอลง
“เจ้าคิดจะไปที่ใด มาหาข้าซิ!”
“เอ่อ”
ได้ยินเช่นนั้น เล่อเหยาเหยาจึงมีสีหน้าตกตะลึงขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล
เมื่อเห็นเล่อเหยาเหยายังไม่ได้เดินตามมา เหลิ่งจวิ้นอวี๋พลันมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้น ทำให้บรรยากาศโดยรอบเยือกเย็นลง
เห็นเช่นนั้นเล่อเหยาเหยาจึงอดหวาดหวั่นไม่ได้ ก่อนจะรีบเรียกสติกลับคืนมา
เมื่อเข้าใกล้ดวงตาดำขลับที่โดดเดี่ยวนั้น เล่อเหยาเหยารู้สึกเพียงความหนาวเย็นได้วิ่งจากปลายเท้าขึ้นมาอย่างช้าๆ จนถึงศีรษะของเธอ
สวรรค์!
สายตาเย็นชายิ่งนัก!
นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นคืออะไร!
เห็นดวงตาที่เฉื่อยชาหรี่ลงเล็กน้อย แฝงไปด้วยความดุเดือดลึกล้ำ ไม่แยแสผู้ใด จนทำให้ผู้คนหวาดกลัว!
ชายผู้นี้อันตรายมากจริงๆ !
ขณะที่กำลังคิดอยู่ แม้ว่าเล่อเหยาเหยาจะไม่ต้องการเข้าใกล้ชายที่อันตรายผู้นี้อีกครั้ง แต่เธอก็กลัวตายมากกว่า
หลังจากหายตกตะลึง จึงรีบเคลื่อนย้ายขาทั้งสองข้างที่หนักอึ้ง ก้าวเข้าไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
กลับกลายเป็นว่าเมื่อเห็นท่าทีที่เชื่องช้าของเล่อเหยาเหยา สีหน้าของบางคนจึงเคร่งขรึมขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับขมวดคิ้วและยกยิ้มที่มุมปาก
สายตาจ้องมองไปที่ใบหน้าเล็ก ที่ดูยุ่งเหยิงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะเคลื่อนสายตาไปที่ขาที่ยังสั่นเทาคู่นั้นของเธอ
“ขาของเจ้า ไม่มีเรี่ยวแรงหรืออย่างไร”
“เอ่อ”
เมื่อได้ยินพญายมเอ่ยปาก ใบหน้าที่ยุ่งเหยิงของเล่อเหยาเหยาพลันได้สติและสมองทำงานไม่หยุดทันที
คำพูดของพญายม ต้องไม่ได้มีความหมายเพียงผิวเผินอย่างแน่นอน
ตามนิสัยอันโหดเหี้ยมของเขา ประโยคต่อไปของเขาคงไม่ใช่ว่า
เมื่อเจ้าไม่มีแรง ก็แสดงว่าไม่มีประโยชน์ สู้ฟันเจ้าให้ตายยังดีเสียกว่า!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เล่อเหยาเหยาพลันครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างรุนแรง เพื่อรักษาขาทั้งสองข้างของตนไว้ ใบหน้าพลันเปลี่ยนเป็นสดชื่นแจ่มใส ฝีเท้าก็ไม่หนักอึ้งจนแทบจะโผบินวิ่งไปข้างหน้าได้
“ไม่ ไม่ บะ…บ่าว มี มีแรง!”
“...”
เมื่อเห็นเล่อเหยาพลันคล้ายโดนฉีดเลือดไก่ เหลิ่งจวิ้นอวี๋จึงยกยิ้มที่มุมปาก พลันหมุนกายก้าวเดินเข้าไปด้านในของศาลาพักร้อนหยกขาว
และเล่อเหยาเหยาก็เดินตามหลัง ติดตามเข้าไปด้วย
แต่เพื่อความปลอดภัย เธอจึงเดินรักษาระยะห่างจากเขาห้าก้าว หากพบเจออันตราย เธอยังมีเวลามากพอที่จะสามารถวิ่งหลบหนีได้
หลังจากเล่อเหยาเหยาเดินตามเข้ามาในศาลาพักร้อนหยกขาวนั้นแล้ว ดวงตาที่งดงามคู่นั้นก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มกวาดมองไปรอบๆ
เพียงเห็นศาลาพักร้อนหยกขาวแห่งนี้ รอบด้านประดับประดาด้วยผ้าแพรสีขาวเบาบางยาวจรดพื้น
ผ้าแพรพวกนี้ไม่รู้ทำขึ้นด้วยวิธีใด แต่ว่าออกแบบได้แยบคายอย่างมาก
ถ้าอยู่ด้านในจะมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามรอบด้านได้อย่างชัดเจน แต่คนที่อยู่ด้านนอกกลับมองไม่เห็นทิวทัศน์ที่อยู่ด้านในได้
เล่อเหยาเหยากวาดสายตาไปข้างนอกจากด้านในแล้วถึงเข้าใจว่า ที่แท้ตอนที่เธอมาถึงที่นี่ คนที่อยู่ด้านในก็มองเห็นตัวเธออยู่ก่อนแล้ว
แต่ตอนนั้นเธอยังไม่เข้าใจ
ถ้าเธอรู้ว่าคนที่อยู่ด้านในนี้คือพญายมผู้นี้ เธอคงรีบวิ่งหนีไปแล้ว จะกล้านอนลงบนพื้นหญ้าฟังเสียงขลุ่ยอย่างสบายอารมณ์ที่ไหนกัน!
ขณะที่กำลังคิดอยู่ เล่อเหยาเหยาจึงจัดการเก็บสายตา แต่เมื่อเห็นขลุ่ยหยกสีเขียววางอยู่บนโต๊ะหิน เธอก็พลันตกตะลึงอย่างมากไปทั่วร่างกาย
“ที่แท้เสียงขลุ่ยเมื่อครู่นี้ คนเป่าก็คือท่าน!”
..........................................................................