สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!: Chapter 004 ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 รุ่ยอ๋อง เหลิ่งจวิ้นอวี๋
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ มีความแหบของเสียงเจ็ดส่วน เนิบนาบคล้ายเกียจคร้านอยู่สามส่วน เหมือนกับเหล้าชั้นดีหมักมานาน ที่เพิ่งถูกเปิดออก แล้วส่งกลิ่นหอมเย้ายวนชวนน่าหลงใหล ทำให้คนมึนเมา
เล่อเหยาเหยาได้ยินแล้วก็สั่นเทาไปทั่วทั้งตัว รู้สึกเพียงว่ามีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านทั่วร่างตั้งแต่ฝ่าเท้าไปจนถึงแขนขา แล้วลุกลามไปทั่วร่างกาย
เพราะน้ำเสียงนี้มีเสน่ห์มาก ไพเราะน่าประทับใจ เป็นเสียงที่ชวนหลงใหล คล้ายแฝงไปด้วยพลังอันลึกลับ ถ้าย้อนกลับไปอยู่ในยุคปัจจุบัน คงจะกลายเป็นนักร้องดังอย่างแน่นอน
ชายหนุ่มในฉากกั้นนั้นคือใครกันแน่ คงไม่ใช่รุ่ยอ๋อง ‘เหลิ่งจวิ้นอวี๋’ ที่ผู้คนเล่าลือกันหรอกนะ!
เมื่อไม่รู้ชัด เล่อเหยาเหยาจึงมึนงงเล็กน้อยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เรียกสติกลับมาได้ เธอยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็เห็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาดั่งเทพเซียนค่อยๆ เดินออกมาจากฉากกั้นนั้น เธอรู้สึกเพียงว่าสมองของตนเองได้ระเบิดออกมา ก่อนที่ร่างกายจะแข็งทื่อราวกับดินถล่มฟ้าทลายอยู่ตรงหน้า
สวรรค์!
ในโลกนี้มีชายหนุ่มที่หล่อเหลาเช่นนี้อยู่จริงใช่ไหม!
ผมยาวดำขลับบนศีรษะที่ยังเปียกชื้นอยู่นั้น ดูยุ่งเหยิงสยายอยู่เต็มแผ่นหลัง พร้อมหยดน้ำแพรวพราวที่เกาะอยู่บริเวณหน้าอก แล้วไหลกลิ้งลงมาไม่หยุดตามเส้นผมสีดำขลับของเขา จนแขนเสื้อนั้นเปียกชุ่ม เผยให้เห็นรูปร่างที่สูงใหญ่สมบูรณ์แบบของเขาได้อย่างชัดเจน
ชายหนุ่มคนนี้ คาดคะเนจากสายตาน่าจะสูงราวหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร ไหล่กว้างเอวคอด ขาทั้งสองข้างเรียวยาว ลำตัวที่ดูแข็งแรงกำยำเต็มไปด้วยกล้ามหน้าท้อง ประหนึ่งรูปร่างของนายแบบ
โดยเฉพาะยามที่เขาเพิ่งออกมาจากอ่างอาบน้ำ บนตัวจึงสวมเพียงเสื้อคลุมชั้นในผ้าไหมสีขาวบางเบาที่ช่วงเอวยังผูกสายรัดเอาไว้อย่างหลวมๆ เท่านั้น
แต่เสื้อคลุมชั้นในสีขาวตัวนั้นก็เปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำ จึงแนบชิดติดไปกับลำตัวของเขาด้วย ราวกับว่าเขาไม่ได้สวมใส่สิ่งใดไว้เลย
สิ่งที่น่าตกใจก็คือ รอยแยกของปกเสื้อบริเวณหน้าอก ที่เผยให้เห็นหน้าอกของเขา คล้ายทิวทัศน์ในฤดูใบไม้ผลิที่ไร้สิ่งบดบัง ปรากฎอยู่ในสายตาของเล่อเหยาเหยา
ผิวสีน้ำตาลเข้ม กล้ามหน้าท้องที่แข็งแกร่งสมบูรณ์แบบ ทุกส่วนเว้าส่วนโค้งล้วนเหมือนถูกแกะสลักเอาไว้อย่างประณีตงดงามสมบูรณ์แบบ น่าสัมผัส ทำให้คนที่ได้เห็น อยากเดินเข้าไปลูบคลำดูสักครั้งจริงๆ!
และหากมองจากกล้ามหน้าท้องที่แข็งแกร่งของเขาขึ้นไป ก็จะเห็นใบหน้าที่หล่อเหลา งดงามดุจดั่งเทพเซียน!
ใบหน้าหล่อเหลาชนิดหาตัวจับได้ยาก กระจ่างเด่นชัด คิ้วในตำนานที่งดงามโค้งงอไปตามไรผม ที่ทั้งแคบยาวและพลิ้วไหว
นัยน์ตาคู่นั้นดำขลับล้ำลึก ดุจดั่งดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอย่างมีเสน่ห์อยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน เผยให้เห็นถึงความเย็นชาและเยือกเย็นที่แฝงอยู่ ด้านล่างจมูกที่โด่งเชิดตระหง่าน คือริมฝีปากบางสีชมพูดูชุ่มชื่นเป็นกระจับ
ริมฝีปากที่สวยงดงามคู่นั้นดูชุ่มชื่นมีน้ำมีนวล คล้ายกับกลีบดอกซากุระที่เพิ่งเบ่งบานในเดือนสาม งดงามเกินคำบรรยาย!
เพียงมองแวบเดียวก็ทำให้คนว้าวุ่นใจ จนอยากเข้าไปลิ้มชิมรสริมฝีปากคู่นั้น...
ขณะที่เล่อเหยาเหยาใจเต้นตึกตัก ตกตะลึงกับความหล่อเหลาตรงหน้าของตนอยู่ เหลิ่งจวิ้นอวี๋ก็กำลังมองประเมินเธอที่อยู่ในคราบขันทีน้อยอยู่เช่นกัน!
ตอนที่เขาเห็นขันทีน้อยตรงหน้านี้ ใช้สายตาโลมเลียตนเองอย่างหื่นกระหาย ใบหน้าที่หล่อเหลางดงามของเขาก็ตกตะลึงเล็กน้อย นัยน์ตาแวววาวระยิบระยับขึ้น
แม้จะรู้ว่าตนเองนั้นหน้าตาหล่อเหลา แต่ว่าตั้งแต่เด็กจนโตกลับไม่เคยมีใครกล้าใช้สายตาที่กล้าหาญ ตรงไปตรงมา และแฝงไปด้วยความหื่นกระหายเช่นนี้มองเขามาก่อน!
เมื่อเห็นแบบนี้ ดวงตาเหลิ่งจวิ้นอวี๋จึงมีความตกตะลึงพาดผ่าน น่าแปลกมากที่เขาไม่รู้สึกรังเกียจสายตาแบบนี้สักนิดเลย กลับยังคิดว่า...น่าสนใจด้วยซ้ำไป!
หรือนี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่มีคนใช้สายตาแบบนี้มองเขา ทำให้เขารู้สึกแปลกใหม่ หรือเป็นเพราะตัวขันทีน้อยตรงหน้าคนนี้กันแน่!
เหลิ่งจวิ้นอวี๋คล้ายงุนงง นัยน์ตาดำขลับที่เย็นชาคู่นั้นจึงจับจ้องขันทีน้อยตรงหน้า ที่กำลังยืนแข็งทื่อ มองตนด้วยสายตาที่ตื่นตกใจ
เขาน่าจะมีอายุราวสิบห้าสิบหกปี รูปร่างดูเล็กอ้อนแอ้น
ชุดเครื่องแบบขันทีสีน้ำเงินเข้ม ที่อยู่บนตัวเขาขับเน้นให้ผิวเขาขาวใสราวกับหิมะ
แม้ขันทีมากมายจะมีผิวขาว แต่ส่วนใหญ่จะทาชาดลงบนใบหน้า ทำให้ได้กลิ่นฉุนของเครื่องประทินโฉมราคาถูกพวกนั้นมาแต่ไกล
แต่ขันทีน้อยตรงหน้าผู้นี้ กลับไม่เหมือนกัน
ผิวอมชมพูของร่างเล็กนั้น ทำให้เขาดูคล้ายกับลูกท้อที่กำลังใกล้จะสุกงอม ส่งกลิ่นหอมหวาน เย้ายวนออกมาให้คนอยากลองกัดดูสักคำ
...........................................................