สวินหยาง ยอดหญิงไร้พ่าย

สวินหยาง ยอดหญิงไร้พ่าย: ภาค 1 บทที่ 17 ข้าไม่ยอม ตอนที่ 17

#17ภาค 1 บทที่ 17 ข้าไม่ยอม

บทที่ 17 ข้าไม่ยอม

“ทางพระชายารองช่างครึกครื้นเสียจริง ดูท่าข้าจะมาถูกเวลาพอดี” ฉู่สวินหยางเอ่ยจบ ตัวคนก็ปรากฏขึ้นพร้อมกัน ทุกคนหันมามองตามเสียงด้วยความสงสัย เห็นดรุณียิ้มเรียบๆ ยืนสะโอดสะองอยู่เบื้องหน้า

กระโปรงพริ้วลายน้ำสีท้องฟ้า แต้มสีม่วงแดงดุจวสันต์บางๆ เครื่องศีรษะมีไม่มาก ปักไว้แค่ปิ่นตุ้งติ้งที่ทำจากปะการังแดง ขณะที่ข้ามธรณีประตูต่างหูพลอยแดงก็สั่นไหว กระทบกับประกายแดดจากนอกห้อง แสงสะท้อนเข้าใส่ตาผู้คน

เสียงสรวลเสเฮฮาของเหล่าสตรีในห้องหายวับไปอย่างฉับพลัน แต่ละคนทำหน้าอิหลักอิเหลื่ออย่างยิ่ง

ฉู่เยว่ซินได้สติคนแรก รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ โปรยรอยยิ้มเอียงอายอ่อนหวาน “น้องสาม!”

ฉู่สวินหยางหันไปมอง แต่สายตาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มกลับไปหยุดอยู่ที่ฮูหยินรองเหลียนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ

ดวงตานางเป็นประกาย ใบหน้าประดับรอยยิ้ม ท่าทางเหมือนสาวน้อยน่ารักคนหนึ่ง

ทว่าฮูหยินรองกลับใจหวั่นใจอย่างไม่มีเหตุผล ร่างกายไปไวกว่าความคิด จู่ๆ ก็ลุกยืนขึ้น แล้วย่อกายทำความเคารพ “ท่านหญิง!”

ครั้นคารวะเสร็จถึงค่อยรู้สึกตัว ตนถูกเด็กเมื่อวานซืนเล่นงานเข้าให้แล้ว ในใจพลันรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก สีหน้ากระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที

ชายารองเหลยทำหน้าไม่ชอบใจนัก แต่ก็มองออกว่าฉู่สวินหยางจงใจวางอำนาจใส่ฮูหยินรองเหลียน

ฉู่สวินหยางกับนางล้วนต่างคนต่างอยู่ แต่มาเยือนถึงเรือนอย่างเปิดเผยเช่นนี้ นับเป็นครั้งแรก

ในใจของชายารองเหลยคล้ายมีเสียงระฆังเตือนภัย ทว่าไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า เพียงทักทายด้วยรอยยิ้ม “สวินหยางกลับมาแล้วรึ? มาถึงเมื่อไรกัน? เหตุใดไม่เรียกคนให้มาแจ้งล่วงหน้าหน่อยเล่า?”

สาวใช้รุ่นใหญ่ที่อยู่ด้านนอกไม่ได้รายงาน สื่อความหมายเป็นนัยว่าเจ้านายผู้นี้ไร้ซึ่งอำนาจ

ทว่านางก็รู้ฐานะของตนดี ตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลามาสั่งสอนบ่าวรับใช้ต่อหน้าคนนอก จึงสะกดอารมณ์เก็บไว้ในใจก่อน

“เพิ่งถึงเจ้าค่ะ” ฉู่สวินหยางตอบ “ฮ่องเต้เรียกท่านพ่อเข้าเฝ้าด่วน ข้ากลัวชายารองจะรอ จึงมาพูดกับท่านไว้ก่อน”

เรื่องที่ฉู่อี้อันเข้าวัง หากต้องการจะแจ้งให้ทราบ แค่ให้ข้ารับใช้สักคนมาบอกก็พอแล้ว

นางเด็กคนนี้ เห็นชัดๆ ว่าเป็นข้ออ้างที่เพิ่งคิดขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ

แต่ในวังบูรพาแห่งนี้ องค์รัชทายาทมีอำนาจสูงสุด ในเมื่อฉู่สวินหยางใช้เขาเป็นเกราะกำบัง ชายารองเหลยก็ไม่กล้าโต้แย้ง

“เมื่อครู่ข้ายังบ่นอยู่ ว่าจะส่งคนไปดูด้านหน้าหน่อย คุยธุระกับพวกเยว่เอ๋อร์ไปสองประโยคก็เลยลืมเสียนี่”

ฉู่สวินหยางกระตุกยิ้ม ไม่เอ่ยอะไรต่อ นางกวาดสายตาประเมินการตกแต่งรอบๆ ห้องอย่างไม่ใส่ใจ จู่ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องว่า “เมื่อครู่ข้าอยู่ข้างหน้า ได้ยินเสียงครื้นเครงในเรือนของพระชายารอง เหมือนว่าจะมีเรื่องใหญ่น่ายินดีเกิดขึ้นกระมัง?”

“กำลังคุยเรื่องงานมงคลของพี่รองเจ้าน่ะ” ช้าเร็วอย่างไรเรื่องราวก็ต้องเปิดเผย ชายารองเหลยจึงไม่คิดปิดบัง เอ่ยออกไปตรงๆ ว่า “องค์รัชทายาทมีงานรัดตัวอยู่ตลอด ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องเรือนหลัง เมื่อสองเดือนก่อนซินเอ๋อร์ก็เข้าพิธีปักปิ่นไปแล้ว ได้เวลากำหนดเรื่องงานแต่งเสียที”

“อ้อ? เช่นนั้นรึ? ไม่ทราบว่าที่ท่านพูดอยู่หมายถึงสกุลใด?” ฉู่สวินหยางถาม

ตัวนางเองก็ยังไม่ได้แต่งออก ชายารองเหลยจึงคิดไม่ถึงว่านางจะถามซักไซ้ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เอ่ยต่อว่า “ซินเอ๋อร์นิสัยนุ่มนวล ไปอยู่บ้านสกุลอื่นข้ากลัวว่านางจะถูกรังแก คิดไปคิดมา ถ้าให้นางแต่งเข้าจวนผิงกั๋วกงก็คงจะดีหน่อย มีพี่ใหญ่ของเจ้าคอยดูแล ไม่มีทางถูกเอาเปรียบ”

ฉู่สวินหยางสีหน้าไม่เปลี่ยน เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า “ข้าจำได้ว่าจวนผิงกั๋วกงมีเพียงซื่อจื่อคนเดียวที่เกิดจากชายาเอก หรือว่าพี่รองจะแต่งให้กับบุตรที่เกิดจากอนุ?”

ชายารองยังมีความอดทนดีอยู่ ทว่าฉู่เยว่เหยารับไม่ไหวกับคำถามไม่จบไม่สิ้น จึงเชิดหน้าตอบความให้อย่างสิ้นเรื่องว่า “เจ้าไม่ต้องเดาไปเรื่อยหรอก เป็นข้าเองที่ทนไม่ไหวหากจะให้คนนิสัยอย่างน้องรองต้องไปแก่งแย่งชิงดีในบ้านของคนอื่น ถึงได้ให้นางมาเป็นอนุให้กับสามีข้า”

คำพูดยังไม่ทันจบ ใบหน้าของฉู่สวินหยางก็ดำทะมึนแล้ว สายตาแหลมคมของนางกวาดมองใบหน้าของทุกคน

“ชายารองต้องการเช่นนั้น?”

“ก็เพิ่งคุยกันเมื่อครู่นี้เอง นิสัยของซินเอ๋อร์เจ้าก็รู้อยู่ ข้ากำลังจะตกปากรับคำอยู่พอดี” ชายารองเหลยหัวเราะ แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ

ฮูหยินรองเหลียนถูกคำสัญญาเรื่องตำแหน่งชายาเอกจากปากของชายารองเหลยหลอกล่อจนเชื่อหมดใจ นางกลัวว่าฉู่สวินหยางจะทำเสียเรื่อง รีบเอ่ยว่า “เมื่อครู่ที่ท่านหญิงใหญ่พูด ข้าเองก็รู้สึกว่าไม่เลวเลย จึงได้รับปากไปแล้ว”

ฉู่สวินหยางไม่ยินดีหรือคัดค้าน หันไปมองฉู่เยว่ซินที่ทำหน้าขลาดกลัว ใช้น้ำเสียงสบายๆ แต่ไม่ไร้ซึ่งพลังกล่าวว่า “พี่รองก็ยินยอมแล้วหรือเจ้าคะ?”

“ข้า...” ฉู่เยว่ซินแววตาร้อนรน อ้าปากอยากจะปฏิเสธ แต่ก็ถูกสายตาทิ่งแทงของฮูหยินรองเหลียน ผูเป็นมารดาห้ามเอาไว้

ฉู่เยว่เหยาชอบใช้อำนาจบาตรใหญ่ตั้งแต่เด็ก เจ้าเล่ห์ร้อยกล ให้ไปเป็นอนุของจวนกั๋วกงนางย่อมไม่ยินยอมอยู่แล้ว แต่ความจริงก็มิใช่เรื่องฉู่เยว่เหยาเพียงเหตุผลเดียว แม้ฉู่เยว่ซินจะนิสัยนุ่มนวลแต่ก็ทะนงตน แม้นางจะเกิดจากภรรยารอง ทว่าก็เป็นถึงท่านหญิงผู้สง่างาม เป็นบุตรีของฉู่อี้อัน นางยอมแต่งเข้าสกุลที่ต่ำกว่าสักหน่อยยังจะดีเสียกว่า เหตุใดต้องไปเป็นอนุให้กับผู้อื่นด้วยเล่า?

ฉู่เยว่ซินรู้สึกว่าได้รับความไม่เป็นธรรม แต่เมื่อมีคนอย่างชายารองเหลยอยู่เบื้องบน นางจึงไม่กล้าตอบปฏิเสธ

“เด็กคนนี้หน้าบางเสียจริง” ฮูหยินรองเหลียนทำหน้ายิ้มแย้มประนีประนอม ผลักฉู่เยว่ซินเบาๆ “เมื่อครู่พวกเราคุยกันแล้วไม่ใช่หรืออย่างไร?”

น้ำตาของฉู่เยว่ซินเกลือกกลิ้งอยู่ในเบ้า สุดท้ายก็หลุดเสียงอ่อนแรงคล้ายแมลงวันออกมาคำหนึ่ง “เจ้าค่ะ!”

“ชายารองดูแลเรือนหลังได้ดีนัก พวกเจ้าต่างยินยอม? ก็ถือเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันแล้วไม่ใช่หรือ?” ชายารองเหลยเดิมทียังกังวลใจว่าจะเสียเรื่อง แต่แล้วอยู่ดีๆ ฉู่สวินหยางก็หัวเราะแหย่เย้า

ทุกคนพากันจับต้นชนปลายไม่ถูก วินาทีต่อมาก็พบว่าสายตาของนางเปลี่ยนเป็นเย็นเยือกอย่างรวดเร็ว เอ่ยเน้นทีละคำว่า “แต่ว่า...‘ข้า’ ไม่ยอม!”

นางตั้งใจเอ่ยเสียงหนักคำว่า ‘ข้า’ คำเดียว แค่พวกฮูหยินรองได้ยิน ต่างพากันรู้สึกหวั่นเกรงแล้ว

“ท่านหญิง!” ฮูหยินรองเหลียนพลันร้อนใจ มือกำผ้าเช็ดหน้าเดินขึ้นมาหนึ่งก้าว “เรื่องงานมงคล แต่ไหนแต่ไรก็ต้องเชื่อฟังพ่อแม่ ทำตามแม่สื่อ ทั้งชายารองกับท่านหญิงใหญ่ต่างก็ให้เกียรติ นี่มัน...”

“ใครคือพ่อ? ใครคือแม่?” ฉู่สวินหยางไม่รอให้นางพูดจบก็เอ่ยตัดบทเสียงเย็น “ต่อให้เรือนหลังไม่มีชายาเอกโดยตำแหน่งมาคอยปราม แต่ในวังบูรพา ท่านพ่อคือผู้นำของตระกูล เรื่องงานแต่ง ท่านพ่อพยักหน้าเห็นด้วยแล้วหรือ? นอกจากท่านพ่อ ภายในวังบูรพานี้ ใครกล้าเรียกตนเองว่าเป็นพ่อเป็นแม่ของพี่รองอีก? หากมีก็ก้าวออกมา ข้าก็อยากจะเห็นคนให้เป็นบุญตาเสียหน่อย!”

แม้ว่าชายารองเหลยจะเป็นคนดูแลกิจธุระต่างๆ ภายในจวน แต่โดยฐานะแล้วก็ยังเป็นแค่ชายารอง

จนถึงตอนนี้ ทุกคนถึงตระหนักได้ว่า นับตั้งแต่ที่ฉู่สวินหยางก้าวเข้าประตูมา นางมีแต่เรียกว่า ‘ชายารอง’ ออกมาตรงๆ มิใช่ ‘ท่านแม่เหลย’ หรือว่า ‘ท่านแม่รอง’

ฉู่สวินหยางใช้ถ้อยคำได้อย่างร้ายกาจ ลงมือได้ผลดียิ่ง

ฮูหยินรองแผ่นหลังเปียกโชก บิดผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น รู้สึกหวั่นกลัวในใจ

ฉู่สวินหยางไม่คิดจะปล่อยอีกฝ่ายไป นางใช้สายตาทิ่มแทงฮูหยินรอง บีบคั้นคนอย่างโหดร้าย “คนแซ่เหลียน เจ้าลองว่ามาสิ ใครกันที่ให้ความกล้าของเจ้า เจ้าถึงบังอาจข้ามหน้าข้ามตาท่านพ่อ ไปตกปากรับคำเรื่องงานแต่งของพี่รองอย่างชุ่ยๆ เช่นนี้?”

ฮูหยินรองถูกท่าทางของนางทำขวัญหนีดีฝ่อ ขาอ่อนยวบ ทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น

------------------------------------------------------------------------

devc-a3b5dd88-33025สวินหยาง ยอดหญิงไร้พ่าย: ภาค 1 บทที่ 17 ข้าไม่ยอม ตอนที่ 17