สวินหยาง ยอดหญิงไร้พ่าย: ภาค 1 บทที่ 16 ส่งบุตรสาวไปเป็นสนม ตอนที่ 16
บทที่ 16 ส่งบุตรสาวไปเป็นสนม
“ขอรับ ท่านหญิงใหญ่ได้ยินว่าองค์รัชทายาทจะกลับมาถึงเมืองหลวงวันนี้ จึงตั้งใจมาต้อนรับ” พ่อบ้านเจิงตอบ ท่าทางเคารพนอบน้อมเต็มเปี่ยม พลางเอ่ยลอยๆ ขึ้นมาอีกประโยคว่า “ตอนนี้กำลังสนทนาอยู่กับพระชายารองเหลยที่หอจิ่นซิ่วขอรับ”
ฉู่สวินหยางไม่ได้พูดอะไร เพียงเอ่ยว่า “ท่านพ่อเข้าวัง ไม่รู้แน่ว่าจะกลับมาเมื่อไร พ่อบ้านเจิงก็ไม่ต้องอยู่คอยหรอก รีบขนข้าวของเข้าไปก่อนเถอะ”
พ่อบ้านเจิงมองตามแผ่นหลังของนาง พลางถอนหายใจอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก แล้วสั่งให้ข้ารับใช้ขนย้ายข้าวของเข้าไปอย่างรวดเร็วระมัดระวัง
ฉู่สวินหยางกลับไปที่เรือนของนาง เมื่อเดินมาถึงระเบียงด้านหน้าจนพ้นสายตาคนอื่นๆ แล้ว นัยน์ตาก็พลันเปลี่ยนเป็นความครุ่นคิด สั่งว่า “ชิงเถิง เจ้าไปสืบมาหน่อยว่าแม่ลูกสกุลเหลยกำลังทำอะไร ก็รู้ดีอยู่ว่าท่านพ่อไม่พอใจนางหลังเกิดเรื่องคราวนั้น เวลาสำคัญเช่นนี้ก็ยังจะกลับมาอีก หวังว่าคงไม่ได้มีความคิดเลวๆ อะไรอีกนะ”
สองสาวใช้ชะงักไป จากนั้นชิงเถิงก็รับคำอย่างชอบใจ
ชิวหลัวอดจะเม้มปากน้อยๆ ไม่ได้ ถามอย่างไม่เข้าใจว่า “ท่านหญิงเป็นอะไรไปเจ้าคะ? หลายปีมานี้พ่อบ้านเจิงทั้งบอกทั้งใบ้ตั้งไม่รู้กี่รอบ คิดจะให้ท่านออกหน้าจัดระเบียบพวกคนเรือนหลังเสียบ้าง ท่านก็เพียงรับฟังแต่ไม่เคยไปยุ่งวุ่นวาย เหตุใดวันนี้ถึงได้สนใจเรื่องของพวกเขาล่ะเจ้าคะ?”
“ก็แค่สตรีเบาปัญญาไม่กี่คนเท่านั้น ข้าคร้านจะเปลืองแรงด้วย” ฉู่สวินหยางตอบ ขณะที่พูดนัยน์ตาพลันเปลี่ยนเป็นหยั่งลึกอย่างไม่รู้ตัว “ฮ่องเต้มีนิสัยหวาดระแวง ทุกย่างก้าวของท่านพ่อในราชสำนักไม่ง่ายดาย หากสตรีพวกนั้นแค่ทะเลาะตบตีกันทั่วไป ครั้งนี้ข้าก็จะไม่เข้าไปยุ่ง แต่ถ้าพวกนางริอ่านทำเรื่องสิ้นคิดแล้วกลายเป็นตัวถ่วงของท่านพ่อล่ะก็ ข้าไม่มีทางปล่อยไปเด็ดขาด”
ฉู่ฉีฮุยพวกนั้น นางไม่เคยเห็นอยู่ในสายตา แต่ในชาติที่แล้ว เพราะว่านางเลินเล่อและประเมินเขาต่ำจนเกินไป สุดท้ายก็ถูกคนเข้าแทรกแซง จนนำไปสู่จุดจบของการถูกประหารยกครัว
ดังนั้นในครั้งนี้ แม้จะเป็นแค่การระวังภัยเอาไว้ล่วงหน้า แต่นางก็ต้องชิงลงมือ กีดกันผู้มีใจคิดร้ายออกไปให้หมด
ชิงหลัวไม่ได้กล่าวอะไรอีก ลอบถอนหายใจยาวอย่างหมดห่วง
ฉู่อี้อันและฉู่ฉีเฟิงมีทั้งความสามารถและความน่าเกรงขาม แต่ในฐานะบุรุษ จึงไม่ค่อยสะดวกจะยื่นมือเข้าแทรกกิจของเรือนหลัง มีฉู่สวินหยางเป็นคนลงมือก็ถือว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว
ทั้งสองเดินต่อไป จนมาถึงโถงจิ่นฮว่า ชิงหลัวช่วยฉู่สวินหยางอาบน้ำแต่งตัวใหม่อย่างคล่องแคล่ว เปลี่ยนมาสวมชุดสตรีที่ถูกตามตามจารีตและฐานะของนาง ประจวบกับที่ชิงเถิงก็กลับมาจากด้านนอกพอดี
“เป็นอย่างไรบ้าง” ชิงหลัวถาม อีกทางก็ช่วยฉู่สวินหยางผูกสายผ้าไหมที่เอวให้เรียบร้อย
“ข้าเข้าไปสืบในเรือนของพระชายารองไม่ได้ แต่แปดส่วนคิดว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ เจ้าค่ะ” ชิงเถิงเดินเข้าไปช่วยเหลือ ทำปากจู๋พลางเอ่ยว่า “ข้าเดินวนที่ด้านนอกเรือนเรือนของนาง ได้ยินเสียงสตรีกลุ่มหนึ่งหัวเราะสนุกสนานอยู่ด้านใน อย่างกับว่ามีเรื่องใหญ่น่ายินดีอย่างนั้นล่ะ อ้อ ฮูหยินรองเหลียนกับท่านหญิงเยว่ซินก็อยู่ด้วยเจ้าค่ะ”
“พวกพี่หญิงรองก็อยู่ด้วยรึ?” ฉู่สวินหยางเอ่ยอย่างสงสัย
“พระชายารองเหลยมิใช่ว่าไม่ถูกชะตากับเหล่าฮูหยินหรือ? เหตุใดถึงไปอยู่ด้วยกันได้เล่า?” ชิงเถิงอดสูดหายใจลึกไม่ได้เช่นกัน มือหยุดเคลื่อนไหวโดยไม่รู้ตัว
นัยน์ตาของฉู่สวินหยางคล้ายมีลมเย็นๆ พัดผ่าน นางกันมือของสาวใช้ออก แล้วจัดการเสื้อผ้าด้วยตนเอง ครั้นเรียบร้อยดีแล้วก็สาวเท้าออกไปด้านนอก “ข้าไปดูสักหน่อย”
ชิงหลัวกับชิงเถิงต่างพากันตกตะลึง รีบร้อนตามออกไป
เพราะว่าฉู่อี้อันไม่ได้กลับมาพร้อมกัน พ่อบ้านเจิงจึงไม่ได้แจ้งข่าวให้กับเรือนหลังทราบ ตอนที่ฉู่สวินหยางไปถึง เรือนของชายารองเหลยจึงยังไม่ได้รับข่าวว่านางกลับมาถึงจวนแล้ว
“คารวะท่านหญิง!” ข้ารับใช้รุ่นใหญ่ที่เฝ้าประตูอยู่พากันสะดุ้งโหยง รีบย่อกายคารวะ ก่อนจะรีบไปแจ้งข่าวที่เรือนด้านใน
“ไม่ต้องแจ้งหรอก คนในครอบครัวทั้งนั้น ข้าแค่มาเยี่ยมพี่ใหญ่เท่านั้นเอง” ฉู่สวินหยางเอ่ยปากกำจัดความคิดนั้นของพวกนาง
ความสัมพันธ์ระหว่างฉู่สวินหยางพี่น้องกับชายารองเหลยนับห่างเหิน ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์อะไรต่อกัน ครานี้มาเยี่ยมอย่างกะทันหัน ต่อให้เป็นคนโง่ก็ดูออกว่าคงจะต้องเกิดเรื่องแล้วเป็นแน่
สาวใช้รุ่นใหญ่แอบวิตก ยังคิดดื้อดึงตะโกนแจ้ง ชิงหลัวจึงมองตาขวางด้วยความดุดัน ขู่เสียงเย็นโดยพลัน “ไสหัวไปทางโน้น ทางเดินของท่านหญิงเจ้าก็กล้าขวางรึ?”
ท่านหญิงสวินหยางเป็นยอดดวงใจขององค์รัชทายาท ฐานะในจวนของนางแม้แต่หวงจ่างซุนฉู่ฉีฮุยกับคังจวิ้นอ๋องฉู่ฉีเฟิงก็สู้ไม่ได้ สาวใช้รุ่นแม่ถูกไอสังหารของชิงหลัวฟาดเข้าใส่ครั้งหนึ่ง ถึงค่อยมีท่าทีอ่อนลง ทำได้เพียงหุบปากอย่างอดกลั้นเท่านั้น
ฉู่สวินหยางเดินเขาไปในเรือนด้วยท่าทางเคร่งขรึมจริงจัง เป็นดังที่คิดไว้ ห้องรับแขกด้านในอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะเฮฮา ปรองดองรักใคร่
“เหยาเอ๋อร์กับซินเอ๋อร์เป็นพี่น้องกัน ครั้นเข้าไปอยู่ในจวนกั๋วกงแล้ว ย่อมต้องคอยประคับประคองเกื้อกูล ตอนนี้แม้จะพูดว่าเป็นแค่อนุ ไม่อาจนับหน้าถือตา แต่เมื่อหลายปีผ่านไป ซื่อจื่อได้รับตำแหน่งกลายเป็นคุณชายยศกงชิงขั้นหนึ่งแล้ว ซินเอ๋อร์ก็ค่อยคลอดลูกชายสักคน ข้าจะให้เหยาเอ๋อร์คอยจัดการ เลื่อนขั้นให้นางเป็นชายาเอกร่วมกัน[footnoteRef:1] เงินทองเกียรติยศชั่วชีวิตก็เป็นอันครบถ้วนสมบูรณ์” พระชายารองเหลยนั่งอยู่ที่เก้าอี้ประธานวางท่ายโสโอหัง ค่อยๆ จิบชาด้วยท่วงท่าสูงส่ง ลวดลายดอกโบตั๋น ราชินีแห่งมวลบุปผาสีม่วงที่อยู่บนชุดยิ่งขับให้นางคล้ายกลับผู้สูงศักดิ์ชั้นเอก [1: ชายาเอกร่วมกัน มาจากคำภาษาจีนว่า ผิงชี (ภรรยาที่เท่าเทียมกัน) ในสถานการณ์ที่สามีมีชายาเอกมากกว่าหนึ่งคน ผิงชีจะถือว่าเป็นชายาเอกเช่นเดียวกันกับชายาคนแรก มีฐานะตามกฎหมายและสังคมเทียบเท่ากัน พิธีการสู่ขอเจ้าสาวก็ใช้ระเบียบเหมือนกันกับการสู่ขอชายาเอก บุตรธิดาที่ให้กำเนิดโดยผิงชีจะมีฐานะเทียบเท่ากับบุตรธิดาของชายาคนแรก และมีสิทธิ์ในการเป็นซื่อจื่อ (ผู้สืบทอด)เท่ากัน ]
คำพูดนั้น เป็นการพูดให้ฮูหยินรองสกุลเหลียนที่นั่งอยู่ตำแหน่งถัดไปฟัง
ดวงหน้าที่มีความเปรมปรีดิ์ของคนสกุลเหลียนเอาแต่พยักไม่หยุด ยังเอ่ยคล้อยตามไปว่า “แน่นอนอยู่แล้ว ซินเอ๋อร์เป็นคนนุ่มนวล เบื้องบนมีท่านหญิงใหญ่คุ้มครองนับเป็นวาสนาของนางแล้ว ข้านี้ก็ค่อยสบายใจ”
ฉู่เยว่ซินที่อยู่ด้านข้างเหมือนนั่งบนพรมเข็ม ลอบกระตุกแขนเสื้อของฮูหยินรองไปตั้งหลายครั้งแล้ว ทว่าอีกฝ่ายกลับมีแต่ความกระหยิ่มยิ้มย่อง ไม่ได้สนใจนางสักกระผีกเดียว
บัดนี้ฉู่เยว่ซินร้อนใจจนแทบจะร้องไห้แล้ว โดยเฉพาะเมื่อฉู่เยว่เหยาที่นั่งอยู่ตรงข้ามพิจารณานางตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่หยุด แววตานั้นแม้จะไม่ชัดเจน แต่ก็ทำให้นางรู้สึกว่าทั่วร่างถูกทิ่มแทงจนตัวพรุน
ชิงหลัวได้ฟังคำพูดเมื่อครู่ก็มีสีหน้าดำคล้ำในทันใด มองไปทางฉู่สวินหยางพลางเอ่ยว่า “ชายารองกับฮูหยินรองหมายความว่าอย่างไร? อยู่ดีไม่ว่าดี ก็จะส่งให้ท่านหญิงรองไปเป็นนางเล็กๆ ในจวนผิงกั๋วกงเช่นนั้นหรือ?”
ฉู่สวินหยางไม่พูดอะไร เพียงหันไปส่งสายตาตั้งคำถามให้กับชิงเถิง
เกี่ยวกับเล่ห์สนกลในของสตรีเรือนหลังพวกนี้ ชิงเถิงมีความคุ้นเคยมากกว่า
“ท่านหญิงใหญ่เยว่เหยาแต่งออกไปได้สองปีแล้ว ในท้องก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวเสียที ไม่กี่วันก่อนที่จะออกจากเมืองหลวง ข้าน้อยได้ยินข่าวลือมานิดหน่อย คล้ายว่าชายารองเหลยมีแผนจะให้บุตรสาวหาอนุให้สามี แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นท่านหญิงรองเยว่ซินไปได้” ชิงเถิงตอบ พลางเบะปากใส่
“เรื่องพรรค์นี้ยังคิดออกมาได้! ต่อให้เกิดจากสามัญชน แต่ก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขขององค์รัชทายาท นี่ไม่เท่ากับตบหน้านายท่านหรอกรึ?” สายตาชิงหลัวมีไอสังหารดุดันแวบผ่าน
“ไม่ใช่แค่นั้นหรอก เจ้าอย่าลืมว่าผิงกั๋วกงเป็นญาติฝั่งแม่ของชายาเอกในอ๋องหนานเหอ เป็นท่านตาของฉู่ฉีเหยียน ฉู่เยว่เหยานางขาดทุนคนเดียวยังไม่พอ ตอนนี้กล้ากลับมายุ่งกับเรือนหลังของท่านพ่อ? ช่างไม่กลัวตายจริงๆ!” มุมปากของฉู่สวินหยางโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มน่ากลัว ยังพูดไม่จบดีก็สาวเท้าข้ามประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว
------------------------------------------------------------------------