สวินหยาง ยอดหญิงไร้พ่าย: ภาค 1 บทที่ 21 บิดาถือหาง ตอนที่ 21
บทที่ 21 บิดาถือหาง
ชิงหลัวยืนอยู่ที่เดิม รอจนฉู่สวินหยางเดินเข้ามา นางถึงก้าวเท้าตามหลังอีกฝ่ายไป “ท่านหญิง ข้าน้อยส่งฮูหยินรองไปที่ห้องพระแล้ว”
“อืม” ฉู่สวินหน้าพยักหน้ารับไปอย่างนั้น
“ท่านหญิง...” ชิงหลัวลังเล แต่ก็อดที่จะพูดไม่ได้ว่า “อย่างไรฮูหยินรองก็เป็นคนของนายท่าน อาวุโสสูงกว่าท่านอยู่ขั้นหนึ่ง วันนี้ท่านออกหน้าจัดการนาง แม้จะพูดได้ว่ามีเหตุผล แต่ถ้าหากมีคนจงใจพูดเรื่องนี้ออกไป ที่จะเสียหายก็คือชื่อเสียงของท่านหญิงนะเจ้าคะ”
“อาวุโสกว่าแล้วอย่างไร? เสียชื่อเสียงแล้วอย่างไร? ไม่ต้องพูดถึงฮูหยินรองพวกนั้น ต่อให้เป็นชายารอง นางกับข้าอย่างไรก็มีศักดิ์เท่าเทียมกัน” ฉู่สวินหยางยิ้มเย็น “ถ้านางทำตัวสงบเสงี่ยม ข้าก็อาจจะเห็นแก่หน้านางที่เป็นผู้อาวุโสกว่าอยู่บ้าง นี่ทำตัวไม่รู้หนักเบา ต่อให้ข้าทำเกินไปแล้วอย่างไร? เรื่องวันนี้ที่หอจิ่นซิ่วเจ้าไม่ต้องปิดข่าว ข้าจะได้ใช้เรื่องนี้เตือนผู้หญิงอีกสองคนนั่น ให้พวกนางเลิกคิดสิ่งที่ไม่สมควรจะคิดเสีย”
ฉู่อี้อันไม่ใคร่จะหลงใหลในสตรีมากนัก เทียบกับเรือนอื่นๆ แล้ว เรือนหลังของวังบูรพาค่อนข้างจะสงบสุขดี ทั้งหมดแล้วมีแค่หนึ่งชายารองและสามฮูหยิน ต่ำลงไปแม้แต่อนุสักคนก็ไม่มีแล้ว แต่เพราะไม่มีชายาเอกคอยควบคุมดูแลกิจธุระภายใน การแก่งแย่งชิงดีทั้งต่อหน้าและลับหลังของสตรีสองสามนางถึงได้ไม่เคยหยุดลง
หากมิใช่เรื่องราวในชาติก่อนจบลงเช่นนั้น ฉู่สวินหยางในวันนี้ก็คงไม่มากระทบกระทั่งกับชายารองเหลย ทว่าตอนนี้...
เพื่อที่สถานะของท่านพ่อและพี่ชายของนางจะไม่ถูกคุกคามจนถึงขั้นเอาชีวิต หากคนพวกนั้นคนจะเป็นตัวถ่วงหรือคอยขวางทาง นางย่อมไม่ถือสาที่จะเป็นคนแรกในการกำจัดพวกนั้นทั้งหมดให้ออกไปพ้นๆ ทาง
ชิงหลัวเห็นแววตาของนางก็รู้ว่าพูดมากไปก็ไร้ประโยชน์ ทว่าในใจก็ยังเป็นห่วงอยู่หลายส่วน
ชิงเถิงกะพริบตา ยิ้มจนตาหยีแล้วเชิดหน้า อธิบายว่า “สมองของเจ้าจะคดเคี้ยวหน่อยไม่เป็นเลยหรือ? ความจริงเรื่องในวันนี้จะนับเป็นอะไรได้ ก็แค่ชายารองกับฮูหยินรองร่วมกันทำเรื่องชั่วๆ ไม่สำเร็จเท่านั้นเอง งานมงคลของท่านหญิงเยว่ซิน เจ้าคิดว่าจะข้ามหน้าข้ามหน้านายท่านได้จริงๆ รึ? ต่อให้วันนี้ท่านหญิงของเราไม่ออกหน้า เรื่องนั้นก็ไม่มีทางได้รับการยอมรับอยู่แล้ว เวลานี้ประจวบเหมาะ ให้ท่านหญิงใช้โอกาสนี้แสดงอำนาจภายในจวนเสียบ้าง ลดความหยิ่งยโสของคนพวกนั้น เราก็ได้ประโยชน์ติดมือมา เรื่องดีๆ เช่นนี้จะปล่อยให้พลาดได้อย่างไร?”
“ถือว่าเจ้าฉลาด” ฉู่สวินหยางถลึงตามองนาง
ชิงหลัวแม้จะสุขุม แต่เรื่องแก่งแย่งชิงดีระหว่างพวกสตรีในเรือนหลัง นางกลับหัวไม่ไวเท่ากับชิงเถิง
ฉู่อี้อันกลับมาถึงจวนก็ดึกดื่นแล้ว งานเลี้ยงต้อนรับเขากลับบ้านที่ชายารองเหลยจัดขึ้นเขาก็มิได้ไปร่วม เพียงให้คนไปส่งข่าว จากนั้นก็ไปที่โถงจิ่นฮว่า
นี่เป็นการแสดงท่าทีที่ชัดเจน...
ไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ใครจะถูกใครจะผิด เขาล้วนแต่ยืนอยู่ข้างฉู่สวินหยาง
พ่อลูกรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน ฉู่อี้อันเป็นคนยึดมั่นในกฎระเบียบ ถือกฎว่าขณะกินไม่พูด เข้านอนไม่คุย อาหารมื้อนั้นจึงจบลงอย่างเงียบๆ เพราะรู้ว่าเขายังมีงานคอยให้ไปสะสาง ฉู่สวินหยางจึงส่งเขากลับไปทันที
“ซินเป่า!” ครั้นเดินมาถึงลานกว้าง ฉู่อี้อันเหมือนกับนึกอะไรได้ ถึงได้หยุดฝีเท้าลง
“เจ้าคะ?” ฉู่สวินหยางเดิมกำลังก้มหน้าขบคิด เมื่อได้ยินเสียงเรียกจึงกะพริบตามอง
ฉู่อี้อันมองใบหน้าที่คล้ายคลึงกับสตรีผู้อยู่ในความทรงจำของเขา ในใจพลันรู้สึกลังเลขึ้นมากะทันหัน เขาสงบจิตใจสักพักแล้วเปิดปากพูดว่า “เรื่องในเรือนหลัง เจ้าไม่ชอบยุ่งก็เลี่ยงไปเสีย ไม่ต้องฝืนตัวไปยุ่งหรอก”
“แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ไม่เหมาะให้พวกนางไปเอะอะต่อหน้าท่านพ่อ” ฉู่สวินหยางเอ่ย ยิ้มยิงฟันส่งให้
“เจ้าเด็กคนนี้” ฉู่อี้อันเห็นท่านางอย่างนั้น จึงยกมือขึ้นลูบศีรษะนาง เอ่ยเตือนว่า “แต่ช่วงนี้พี่ชายเจ้าไม่อยู่ ข้าก็มีเรื่องยุ่งต้องจัดการ เจ้าทำอะไรก็ระวังหน่อย เรื่องจุกจิกพวกนั้น อย่างไรก็ยังมีพ่อบ้านเจิงคอยดูอยู่”
“เจ้าค่ะ” ฉู่สวินหยางพยักหน้าอย่างว่าง่าย
ฉู่อี้อันไม่ได้พูดอะไรมากมายอีก เขาเดินจากไปทันที
เมื่อกลับไปถึงห้องทำงาน พ่อบ้านเจิงก็คอยอยู่ที่นั่นก่อนแล้ว
“นายท่าน” ขณะที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขา พ่อบ้านเจิงรีบรวบรวมสติทำความเคารพ
“อืม” ฉู่อี้อันตอบรับเบาๆ พลางเดินเข้าไปด้านในสุด แล้วทรุดตัวนั่งด้านหลังโต๊ะยาว
ธุระในจวนสองสามวันที่ผ่านมา พ่อบ้านเจิงเลือกเฉพาะเรื่องที่สำคัญมารายงานให้เขาฟัง ฉู่อี้อันฟังจบก็พยักหน้าน้อยๆ แสดงท่าว่าตนรับทราบแล้ว
พ่อบ้านเจิงเห็นว่าอารมณ์เขาไม่สงบ จึงลองเอ่ยปากไปว่า “นายท่านไม่สบายใจที่วันนี้ท่านหญิงเข้าไปยุ่งเรื่องในเรือนหลังหรือขอรับ?”
พ่อบ้านเจิงติดตามอยู่ข้างกายของฉู่อี้อันมานาน นับรวมก็หลายสิบปีแล้ว ถือเป็นคนสนิทของเขา
ฉู่อี้อันก็ไม่ได้ปิดบัง หัวเราะขื่นพลางลูบจอนผมไปมา เอ่ยว่า “ข้าแค่ไม่อยากให้โลกของนางต้องไปผูกติดอยู่กับเรื่องยุ่งเหยิงหลังจวนพวกนั้น มันไม่เป็นผลดีต่อนาง”
“นายท่านวิตกเกินไปจนมองไม่เห็นทางออก” พ่อบ้านเจิงหัวเราะ ศีรษะก้มต่ำอยู่ด้านข้าง “แม้ว่าท่านหญิงจะต่างออกไป แต่ก็เป็นสตรีคนหนึ่ง สุดท้ายแล้วก็ต้องแต่งงานให้กำเนิดบุตร ข้าน้อยกลับคิดว่าให้นางได้สัมผัสเรื่องราวในเรือนหลังมากหน่อย ก็มิใช่เรื่องเสียหายอะไร”
ฉู่อี้อันไม่เอ่ยกระไรต่อ
ภายในใจเขา ที่สุดแล้วก็ไม่อาจตัดใจให้ลูกสาวคนนี้เข้าไปคลุกคลีกับความโสมมของมนุษย์เหมือนกับสตรีคนอื่นๆ
พ่อบ้านเจิงเข้าใจความคิดของเขาดี หลังจากนิ่งไปพักหนึ่ง ถึงได้ตั้งใจเสริมอีกประโยคด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “นายท่าน เก่งเกินเจ็บเอง แกร่งเกิน (ผู้อื่น) ขายหน้า!”
เพียงแปดคำ ไม่ต้องอธิบายออกมาให้มากความ
หัวใจของฉู่อี้อันพลันเจ็บแปลบ สักพักเมื่อได้สติกลับมา ก็ส่ายหน้าคล้ายกับเพิ่งจะเข้าใจกระจ่างชัด แล้วหัวเราะ “มิผิด เป็นข้าที่คิดไม่ตกเอง ถึงได้วิตกจนเกินไป เจ้ากล่าวถูกต้อง ซินเป่าเป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดาๆ ข้าเข้มงวดกับนางมากเกินไป”
“มีนายท่านคอยปกป้อง ต่อไปค่อยเลือกคู่ที่เหมาะสมให้ท่านหญิงสักคน ปรองดองเป็นสุขไปจนชั่วชีวิต” พ่อบ้านเจิงกล่าว
“นิสัยของซินเป่าถอดแบบมาจากแม่ของนาง จะเลือกคู่ให้ ก็ต้องเป็นคนที่นางเองถูกใจจึงจะใช้ได้” ฉู่อี้อันไม่ค่อยจะรื่นรมย์ต่อเรื่องนี้นัก สักพักก็เอ่ยอย่างไม่อยากจะสนใจว่า “อย่างไรเสียก็ยังไม่รีบร้อน เด็กคนนั้นอายุยังน้อย ข้ายังอยากเก็บนางเอาไว้อีกสักสองปี หลังจากนี้ก็ค่อยมาว่ากันเถอะ”
พ่อบ้านเจิงจึงไม่ได้กวนใจต่อ เพียงเอ่ยว่า “มีอีกเรื่องขอรับนายท่าน วันนี้ท่านหญิงสั่งลงโทษฮูหยินรองไป เรื่องนี้หากว่าคนพูดกันไป เกรงว่าจะไม่ค่อยเหมาะสม จะต้องให้...”
“ไม่ต้องหรอก” ฉู่อี้อันยกมือตัดบทเขาอย่างไม่หยุดคิดเลยสักนิด มือก็ถือโอกาสหยิบเอาจดหมายราชการบนโต๊ะมาเปิดอ่าน ทางหนึ่งก็เอ่ยว่า “ให้ข่าวกระจายออกไปก็ดี ต่อไปหากซินเป่าเลือกคู่ นางไปอยู่บ้านสามีจะได้ไม่ต้องถูกกะเกณฑ์อย่างเข้มงวดอะไรมากมาย ให้คนข้างนอกคุ้นเคยกับนิสัยของนางล่วงหน้า นี่ถือเป็นเรื่องดี”
พ่อบ้านเจิงได้ฟังคำพูดนี้เข้าก็อดรู้สึกเวียนศีรษะไม่ได้ อยากจะล้มลงไปนอนน้ำลายฟูมปากอยู่บนพื้น...
เรื่องงานมงคลของท่านหญิงยังมองไม่เห็นวี่แววด้วยซ้ำ นายท่านของตนกลับวางแผนไปล่วงหน้าแล้ว ว่าจะถือหางให้นางอย่างไรหากไปอยู่บ้านสามีในอนาคต มิได้จะสนใจมองดูเลยว่าคุณหนูตัวน้อยบ้านตนนั้นนิสัยเป็นเช่นไร นางใช่คนที่จะยอมให้ใครมารังแกง่ายๆ อย่างไร้เหตุผลเชียวรึ?
------------------------------------------------------------------------