สวินหยาง ยอดหญิงไร้พ่าย

สวินหยาง ยอดหญิงไร้พ่าย: ภาค 1 บทที่ 20 ดอกไม้หน้าซื่อ ตอนที่ 20

#20ภาค 1 บทที่ 20 ดอกไม้หน้าซื่อ

บทที่ 20 ดอกไม้หน้าซื่อ

“ไม่...” ฮูหยินรองเหลียนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว

เมื่อถึงเงื้อมือของชิงหลัวแล้ว นางย่อมไม่เปิดโอกาสให้ฮูหยินรองร้องโวยวาย ตรงเข้าไปใช้มือปิดปากอีกฝ่าย แล้วพาตัวออกไปทันที

นับแต่ต้นจนจบ ฉู่เยว่ซินไม่ได้เอ่ยปากอ้อนวอนแทนผู้เป็นมารดาสักครึ่งคำ

ฉู่สวินหยางใช้หางตาเหลือบมองดรุณีน้อยที่ก้มหน้ามองพื้นอย่างนิ่มนวลว่าง่าย ทำเหมือนมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

ฉู่เยว่เหยาจดจ้องตำแหน่งเก้าอี้ที่ฉู่สวินหยางนั่งอยู่ มองอย่างไรก็รู้สึกขัดหูขัดตา จึงแสยะยิ้มเอ่ยว่า “น้องสามช่างใหญ่โตเสียจริงนะ โชคดีที่วันนี้ท่านพ่อไม่มีเวลามาด้วย ไม่เช่นนั้นคงไม่มีที่พอให้เจ้านั่งแล้ว!”

ฉู่สวินหยางเหลือบมอง ชายารองเหลยที่ความจริงควรจะเอ่ยปากตักเตือน เวลานี้กลับนั่งจิบชาอมยิ้ม ปล่อยให้ฉู่เยว่เหยาแสดงฝีมือ

นางเป็นผู้อาวุโส ไม่อาจมีปากเสียงกับฉู่สวินหยางได้อย่างโจ่งแจ้ง แต่ฉู่เยว่เหยากลับต่างออกไป

ฉู่สวินหยางกลับไม่โมโห รับน้ำชาที่สาวใช้ส่งมาให้ ยิ้มเหมือนจะใช้แรงน้อยไปงัดแรงมาก “จะเป็นไปได้อย่างไร หากท่านพ่อมาด้วย ข้ากับชายารองย่อมต้องคอยรับใช้อยู่ที่ตำแหน่งรองอยู่แล้ว จะปล่อยให้ท่านพ่อยืนอยู่ได้อย่างไรกัน”

พูดไปก็หันหน้ามามองชายารองเหลยที่นั่งอยู่ด้านข้าง กล่าวว่า “ชายารอง ท่านว่าจริงหรือไม่?”

คิดจะนั่งเทียบชั้นกับฉู่อี้อัน? ชายารองเหลยหาได้คู่ควร!

ครั้นชายารองถูกคนขยี้จุดอ่อน สีหน้าของนางพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ฝืนยิ้มให้ เอ่ยว่า “นายท่านมีงานรัดตัว จะมีเวลาว่างมาคุยเล่นกับภรรยาว่างงานอย่างพวกเราได้อย่างไร? ข้าไม่กล้าทำให้งานของนายท่านต้องล่าช้าหรอก”

ถือเป็นการจบสนทนาทางอ้อมโดยไม่ให้ตนขายหน้ามากนัก

ฉู่สวินหยางไม่ได้บีบคั้นนางอีก หัวเราะแล้ววกกลับเรื่องเดิม “ชายารอง เรื่องของฮูหยินรองเมื่อครู่ ท่านก็อย่าได้โทษว่าข้าข้ามหน้าข้ามตาทำเกินขอบเขต เป็นเรื่องอื่นก็แล้วไปเถอะ แต่ถ้ามีเรื่องใดที่จะเสื่อมเสียมาถึงเกียรติของท่านพ่อ หากเรื่องนั้นยังเกิดในวังบูรพา แล้วรู้มาถึงหูของข้าเข้า ข้าไม่มีทางอ่อนข้อให้แน่”

ชายารองเหลยหายใจติดๆ ขัดๆ มองดรุณีน้อยผู้มีดวงหน้าสดใสเบื้องหน้า ทว่าไม่อาจปิดบังความเฉียบขาดในตัวได้ นางกัดฟันยิ้มออกมาครั้งหนึ่ง “เป็นข้าที่ตามใจพวกนางมากเกินไป ถึงเวลาควรจะจัดการเสียบ้างแล้ว”

นางกับฉู่สวินหยางต่างก็รู้ดี ฮูหยินรองเหลียนนับว่ามีฐานะอะไรที่ไหน ไม่มีค่าพอจะใช้เป็นหมากตัวเล็กๆ เสียด้วยซ้ำ วันนี้ที่ฉู่สวินหยางก่อเรื่องใหญ่โตก็เพราะพุ่งเป้ามาที่นาง เลือกใช้วิธีโจ่งแจ้งชัดเจนที่สุดมาตักเตือนนาง

ฉู่สวินหยางเผยยิ้มน้อยๆ จัดการเรื่องจบแล้วก็ไม่อยากอยู่ร่วมกับจอมเสแสร้งพวกนี้ต่อ จึงลุกขึ้นพลางปัดกระโปรงเล็กน้อย เอ่ยว่า “ยากนักกว่าพี่ใหญ่จะกลับมาสักครั้ง คิดว่าพวกท่านสองแม่ลูกคงมีเรื่องอยากจะคุยกันอีกมาก ข้าไม่รบกวนแล้ว”

ครั้นกล่าวจบ นางไม่รอให้ชายารองพยักหน้าอนุญาต เดินออกนอกประตูไปทันที

“ลูกก็ขอลาเจ้าค่ะ” เมื่อฉู่สวินหยางออกไป ฉู่เยว่ซินก็รีบลุกขึ้นแล้วเอ่ยขอตัว

ชายารองเหลยไม่พูดอะไร ฉู่เยว่เหยาใช้สายตาเคียดแค้นจ้องเขม็งที่แผ่นหลังของฉู่สวินหยาง กัดฟันเอ่ยว่า “นางเด็กน่าตาย กล้ามาวางท่าใหญ่โตเกินหน้าท่านแม่ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”

พูดพลางก็เดินเข้าไปกุมมือของผู้เป็นมารดาเอาไว้ด้วยความหงุดหงิด “ท่านแม่ วันนี้ท่านเป็นอะไร? เหตุใดถึงปล่อยให้นางปีนขึ้นมาวางอำนาจบนศีรษะท่านได้? หากคนเอาไปพูดจะไม่ถูกหัวเราะเยาะหรือ?”

ใบหน้าของชายารองเหลยยังคงสวยสง่าเช่นเดิม แต่นัยน์ตากลับปิดเปลวไฟดำมืดไว้ไม่มิด แสยะยิ้มเค้นเสียงต่ำว่า “ใช่สิ ถ้าคนลือออกไป...คงได้ถูกคนหัวเราะเยาะ!”

ฉู่เยว่เหยาตะลึงไปเล็กน้อย ไม่นานดวงตาก็เป็นประกายเหมือนคิดอะไรได้ “ท่านแม่จะบอกว่า...”

“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องยุ่ง ข้าจะหาทางกระจายข่าวออกไปเงียบๆ เอง” ชายารองปรับสีหน้าของตนใหม่ เอ่ยเตือนฉู่เยว่เหยาอย่างเข้มงวด

เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนหนึ่ง นางไม่เคยกลัว ที่สำคัญคือต้องไม่ให้ฉู่อี้อันสงสัยมาถึงพวกนางสองแม่ลูกได้

เรื่องทำลายชื่อเสียงของฉู่สวินหยาง ฉู่เยว่เหยาอยากจะลงมือเอง เช่นนั้นจึงจะพอคลายโทสะลงได้ แต่เมื่อท่านแม่ของตนมองจ้องเขม็ง ก็รู้สึกกลัวขึ้นมา ทำได้เพียงรับปากอย่างว่าง่าย “ลูกเข้าใจแล้ว”

ชายารองมองไปที่ท้องฟ้าด้านนอก ในใจรู้สึกร้อนรนไม่เป็นสุขอยู่บางส่วน “เรื่องวุ่นวายวันนี้ คงจะปิดท่านพ่อของเจ้าไม่อยู่แน่ เจ้ากลับไปก่อนเถอะ รอเรื่องนี้ผ่านไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน”

“เจ้าค่ะ!” ฉู่เยว่เหยาพยักหน้า ในใจกลับรู้สึกไม่พอใจเท่าไร ก่อนที่จู่ๆ นางก็นึกอะไรออกเรื่องหนึ่ง สีหน้าอดจะขมวดนิ่วไม่ได้ “ท่านแม่ ที่นางเด็กนั่นพูดเมื่อครู่...ท่านว่านางคงไม่...นางคงไม่...”

สิ่งที่นางกลัวที่สุดก็คือเรื่องน่าอับอายที่นางเคยก่อไว้ จะเป็นจุดอ่อนที่ตกไปอยู่ในกำมือของฉู่สวินหยาง

“ต่อให้นางรู้จริงๆ แล้วอย่างไรเล่า?” ชายารองทำเสียงเย้ยหยัน ไม่คิดว่าเรื่องจะเป็นเช่นนั้น “นางก็กล้าแค่เอามาขู่พวกเราเป็นการส่วนตัวเท่านั้นแหละ หากใครๆ รู้เข้า คนที่ขายหน้าก็คือนายท่าน วางใจเถอะ เรื่องนั้นไม่มีทางเปิดเผยออกไปแน่”

ฉู่อี้อันกับฉู่สวินหยางสองพ่อลูกรักใคร่ผูกพันลึกซึ้ง ชายารองเหลยมั่นใจอย่างยิ่งว่าฉู่สวินหยางคงไม่กล้าทำอะไรตามอำเภอใจ

ฉู่เยว่เหยาได้ยินอย่างนั้นถึงค่อยโล่งอก แล้วเปลี่ยนเรื่อง “เรื่องของฉู่เยว่ซินที่คิดไว้คงจะเหนื่อยเปล่าแล้ว ท่านแม่คิดว่าข้าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี ยิ่งไม่อาจชักช้าได้ด้วย”

ชายารองเหลยตบหลังมือของบุตรีเบาๆ พลางเอ่ยว่า “เดิมที่คิดไว้ก็เป็นไปได้ยากอยู่แล้ว แต่เจ้าอย่าเพิ่งรีบร้อนไป พวกนางเล็กๆ ที่ใช้อุ่นเตียงจะหยิบหาจากตรงไหนก็ได้ทั้งนั้น เจ้ากลับไปก่อนเถอะ ข้าค่อยเลือกคนที่เหมาะสมส่งไปให้เจ้า”

“ดูท่าตอนนี้ก็คงต้องทำตามนี้ไปก่อน” ฉู่เยว่เหยาบีบผ้าเช็ดหน้าในมือ ฟังมารดาพูดอะไรอีกสองประโยค แล้วฉวยโอกาสตอนที่ฉู่อี้อันยังไม่กลับมา รีบจากวังบูรพาไปก่อน

ฉู่สวินหยางนำชิงเถิงออกมาจากหอจิ่นซิ่ว เมื่อพ้นจากเรือนนั้น ก็ได้ยินเสียงฉู่เยว่ซินร้องเรียกจากด้านหลัง “น้องสาม!”

นางพลันหยุดเท้า หันศีรษะไปเผยยิ้มให้ “พี่รองจะกลับแล้วหรือ?”

“อื้ม!” ฉู่เยว่ซินพยักหน้า ท่าทางทั้งขลาดกลัวและหลบเลี่ยง กัดริมฝีปากอย่างอึกอัก แล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉู่สวินหยาง เอ่ยว่า “เรื่องในวันนี้...ขอบใจเจ้าแล้ว หากมิใช่คำพูดของเจ้า ข้าก็คง...”

ฉู่เยว่ซินพูดไปขอบตาก็แดงก่ำ ท้ายที่สุดยังคงกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลได้สำเร็จ ก่อนจะเผยรอยยิ้มซาบซึ้งให้กับฉู่สวินหยาง กล่าวขอบคุณว่า “สรุปก็คือ ขอบใจเจ้ามาก”

“ไม่ต้องเกรงใจเจ้าค่ะ” ฉู่สวินหยางยิ้ม มองนางด้วยสายตาใจกว้าง แฝงแววขบขันเล็กน้อย

ทั้งๆ ที่เป็นสายตาเรียบง่ายไม่ซับซ้อน แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด หัวใจของฉู่เยว่ซินพลันบีบรัดอย่างไม่ทันตั้งตัว รู้สึกว่าในแววตาคู่นั้นของฉู่สวินหยางคล้ายจะมีอะไรปะปนกันหลายอย่าง จนทำให้นางรู้สึกยากจะรับไหว

สองคนไม่มีเรื่องอะไรให้พูดจา หลังจากนั้นจึงต่างคนต่างแยกย้ายกลับเรือนของตนไป

ชิงเถิงหันศีรษะกลับไปมองทางที่ฉู่เยว่ซินเดินจากไป เบะปากพูดว่า “ท่านหญิงเหมือนจะไม่ได้ชอบนางเท่าไร เหตุใดเมื่อครู่ต้องออกหน้าแทนนางด้วยเจ้าคะ?”

“เจ้าคิดว่าอย่างไร?” ฉู่สวินหยางหัวเราะ ไม่ตอบคำ มิหนำซ้ำยังย้อนถาม

ชิงเถิงพูดจาต่อหน้านางไม่เคยรักษากิริยา บัดนี้เหลือกตามองบน เอ่ยอย่างเหยียดหยามว่า “ต่อให้ฮูหยินรองเหลียนมีความผิด แต่ก็เป็นมารดาแท้ๆ ของนาง ตีหน้าน่าสงสารเป็นดอกไม้หน้าซื่อ ในใจเป็นหมาป่าตาขาวเลือดเย็นอำมหิต”

“ดอกไม้หน้าซื่อ? หมาป่าตาขาว?” ฉู่สวินหยางถูกคำเปรียบเปรยของนางจั๊กจี้จนหัวเราะท้องแข็ง ครั้นเงยหน้าขึ้นก็เห็นชิงหลัวยืนรออยู่ที่ระเบียงทางเดินไกลๆ พอดี จึงสาวเท้าเข้าไปหาอย่างไม่รอช้า

------------------------------------------------------------------------

devc-a3b5dd88-33025สวินหยาง ยอดหญิงไร้พ่าย: ภาค 1 บทที่ 20 ดอกไม้หน้าซื่อ ตอนที่ 20