สวินหยาง ยอดหญิงไร้พ่าย

สวินหยาง ยอดหญิงไร้พ่าย: ภาค 1 บทที่ 23 ล้วนเป็นอุบาย ตอนที่ 23

#23ภาค 1 บทที่ 23 ล้วนเป็นอุบาย

บทที่ 23 ล้วนเป็นอุบาย

ชายารองเหลยได้ฟังคำที่ลู่หยวนถ่ายทอด ก็นิ่งงันไปพักหนึ่ง

แม่นมกุ้ยที่อยู่ด้านข้างเบิกตาโตอย่างไม่เชื่อหู ร้องโหยหวนว่า “เป็นไปได้อย่างไร? นายหญิงของข้าก็แค่...”

ทว่าแม่นมกุ้ยพูดได้เพียงครึ่งเดียวก็กัดลิ้นเอาไว้ รีบหุบปากอย่างรวดเร็ว...

จากนั้นก็ได้ยินเสียงเย็นชาของลู่หยวนว่า “ดูแลจวนบกพร่อง เดิมก็เป็นสิ่งที่พระชายารองพูดเอง ข้าน้อยก็แค่มาถ่ายทอดคำสั่งของนายท่านเท่านั้น เชิญพระชายารองกลับไปดีๆ เถิด!”

ความหมายก็คือ หากว่าชายารองไม่ยอมจากไป แล้วบังคับให้เขาต้องลงมือจนเสียงดังเอะอะไปรบกวนฉู่อี้อันเข้า สิ่งที่ตามมานั้น เกรงว่าจะเลวร้ายกว่าเดิม

ใบหน้าของชายารองซีดเผือด นางรู้ว่าฉู่อี้อันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น แม่นมกุ้ยจึงพยุงนางให้ลุกขึ้นอย่างงกๆ เงิ่นๆ ทว่านางยังคงไม่ยอมตัดใจ “ข้าต้องการเข้าพบนายท่าน!”

“นายท่านยุ่งงานราชการ” น้ำเสียงของลู่หยวนยังแข็งทื่อเช่นเดิม

ชายารองเหลยอย่างไรก็เกิดในตระกูลผู้ดี เรื่องใหญ่เล็กหนักเบานางรู้ดีอยู่ จึงไม่โวยวายก่อเรื่องที่นี่

“นายหญิง ไปเถอะเจ้าค่ะ” แม่นมกุ้ยขอบตาแดงก่ำ ประคองชายารองหมุนตัวกลับไป

ชายารองคิดไม่ถึงสักนิดว่าจะย้ายหินมาทับเท้าตนเองเช่นนี้ได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องราวครั้งนี้ช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย

ข่าวลือนั่น นางปล่อยออกไปผ่านปากของฮูหยินสาม คนแซ่เหลียง ทั้งยังทำอย่างลับๆ ส่งต่อวกวนไปมาอยู่หลายรอบ เหตุก็เพื่อไม่ให้ทิ้งร่องรอยเอาไว้ นางมาปรากฏตัวที่นี่ก็เพื่อแสร้งทำทีให้ฉู่อี้อันประทับใจ แต่เหตุใดถึงได้ถูกสั่งขังอย่างคาดไม่ถึงเช่นนี้?

นางคิดดูแล้วก็เกือบจะหัวเราะเยาะเย้ยตนเองออกมา ครั้นเงยหน้าขึ้นก็เห็นคนยืนอยู่ใต้ต้นจันทร์อบเชยที่อยู่ไม่ไกลออกไป คนผู้นั้นคือฉู่สวินหยางที่กำลังยิ้มอย่างผ่อนคลาย สายตาจับจ้องมาที่นาง ราวกับว่า...

มาถึงที่นี่ตั้งนานแล้ว

ชายารองเหลยรู้ทันทีว่าถูกมองเป็นตัวตลก พลันเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ใบหน้าบึ้งตึงทันควัน

ฉู่สวินหยางก้าวออกมาอย่างไม่รีบร้อน ชิงเถิงที่อยู่ด้านหลังประคองถ้วยกระเบื้องไว้ในมือ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยออกมา

ชายารองเหลือบมองแวบหนึ่ง แววตายากจะปิดความชิงชัง เอ่ยเสียงอำมหิตว่า “เจ้ามาเยาะเย้ยข้า?”

“ข้ามาส่งของบำรุงให้ท่านพ่อ” ฉู่สวินหยางเดินเฉียดไหล่ผ่านนางไป ประดับรอยยิ้มน้อยๆ ทุกการเคลื่อนไหวคล้ายว่ามองไม่เห็นนาง

“หยุดนะ!” ยิ่งชายารองเห็นรอยยิ้มสวยไม่สะทกสะท้านของนางก็ยิ่งรำคาญใจ จึงเรียกนางเสียงดัง ถามว่า “เป็นเจ้าที่เป่าหูเรื่องข้าให้นายท่านฟังใช่หรือไม่?”

“ใช่แล้วอย่างไร? หรือไม่ใช่แล้วอย่างไร?” ฉู่สวินหยางไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงแค่หัวเราะเบาๆ เอ่ยว่า “ชายารอง ท่านยังไม่เข้าใจสถานการณ์อีกหรือ? แม้ว่าครั้งนี้ข้าจะไม่ได้คิดเล่นงานท่าน แต่ครั้งต่อไปก็ไม่มีอะไรรับรองว่าข้าจะทำอะไรลงไปบ้าง”

“เจ้ากำลังขู่ข้า?” ชายารองชักสีหน้าโกรธขึ้งทันควัน

“ไม่ใช่ขู่ นี่เป็นเพียงการเตือน” ฉู่สวินหยางส่ายหน้า ใช้ดวงตากระจ่างใสมองตานาง “ชายารอง อย่างไรพวกเราก็ครอบครัวเดียวกัน เรื่องบางเรื่องหากเกิดในจวนตัวเอง ข้าก็คงจะไม่ถือสาท่าน ท่านพ่อก็ยังทำเป็นไม่เห็นได้ แต่ถ้าจะทำให้เป็นเรื่องซุบซิบนินทาไปถึงข้างนอก...”

ฉู่สวินหยางพูดไปพลาง ส่ายหน้าไปพลาง ทั้งยังกวาดสายตามองลานห้องหนังสือของฉู่อี้อันที่อยู่เบื้องหน้า เอ่ยอีกว่า “ท่านคิดจริงๆ หรือว่าลูกไม้ตื้นๆ พวกนั้นของท่านจะหลอกท่านพ่อได้?”

ชายารองได้ฟังดังนั้น ใบหน้าพลันซีดเผือด

“นายหญิง!” แม่นมกุ้ยรีบเข้าไปประคองนาง ออกแรงหยิกที่นิ้วของนาง เตือนว่าให้สงบไว้ก่อน

ฉู่สวินหยางยิ้มหวาน นางไม่เปลืองน้ำลายกับอีกฝ่ายอีก เดินตรงเข้าไปด้านใน

ลู่หยวนไม่ได้ขวาง ช่วยเปิดประตูให้นางอย่างนอบน้อม

ห้องหนังสือเป็นสถานที่หวงห้าม ทั้งวังบูรพา ผู้ที่สามารถเข้าออกได้ตามใจ...คนแรกก็คือฉู่สวินหยาง

“พวกเราคอยดูไปเถอะ!” ชายารองจำภาพนี้ไว้ ฟันขบกันแน่น ดวงตาสาดประกายเย็นเยียบออกมา

...

ข่าวที่ชายารองเหลยถูกลงโทษกระจายออกไปทั้งนอกในของวังบูรพาโดยวิธีการเดิมด้วยความเร็วสูงสุด ผู้ที่ได้รับข่าวก่อนใครเพื่อนย่อมต้องเป็นสตรีสองสามคนในเรือนหลัง

ฮูหยินสามคนแซ่เหลียงกำลังดื่มชาอย่างครึ้มอกครึ้มใจ หว่างคิ้วแทบจะปิดรอยยิ้มไว้ไม่มิด “เหลยชิวเยว่ผู้นั้นอาศัยตำแหน่งชายารองอวดเบ่งอยู่ในจวนได้หลายปี ในที่สุดก็ถึงคราพลาดท่าเสียทีจนได้ สุดท้ายยังคิดจะใช้ข้าเป็นแพะรับบาปแทน สมน้ำหน้า”

สาวใช้ที่อยู่ข้างๆ ชื่อว่าเสี้ยวหลิง เมื่อได้ฟังก็ตาเป็นกระกาย “นายหญิง ชายารองกุมยึดอำนาจในเรือนหลังมาหลายปี ตอนนี้นางถูกกักตัวไว้ เช่นนั้นอำนาจในมือนาง นับว่านายท่านจะเรียกคืนมาแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

ฮูหยินสามถือถ้วยชาวางท่าสูงสง่า เผยรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจ “ย่อมเป็นเช่นนั้น เหลยชิวเยว่ก็ไม่มีสมองเลยจริงๆ หาเรื่องใครไม่ว่า กลับไปหาเรื่องฉู่สวินหยางนั่น คราวนี้ก็สมใจข้าเสียจริง แต่ว่านะ...น่าจะถือโอกาสนี้จัดการนางคนชั้นต่ำคนแซ่เหยาไปด้วยเสียเลย!”

เรือนหลังของฉู่อี้อันเป็นระเบียบเรียบร้อยดี ชายารองเหลยกับฮูหยินอีกไม่กี่คนล้วนมาจากตระกูลที่ไม่ถือว่าต่ำต้อย อย่างน้อยที่สุดเช่นฮูหยินรองคนแซ่เหลียนก็ยังเป็นถึงบุตรีคนรองที่เกิดจากภรรยาหลวงของรองเจ้ากรมพิธีการ ทว่าฮูหยินใหญ่คนแซ่เหยาเข้าจวนมาก่อนหนึ่งก้าว ฮูหยินสามจึงรู้แก่ใจดี ว่าต่อให้แบ่งสรรอำนาจในจวนออกมาแล้ว ส่วนหนึ่งย่อมตกไปอยู่มือฮูหยินใหญ่อย่างแน่นอน

ฮูหยินสามทางนี้ ขณะที่นางกำลังลำพองใจอยู่นั้น ก็เห็นสาวใช้คนสนิทอีกคนชื่อว่าเสี้ยวอวี้กำลังเดินเข้ามาจากด้านนอกพร้อมด้วยหน้าตาบูดบึ้ง

“นายหญิง” เสี้ยวอวี้เข้ามาก็ย่อเข่าคารวะ โพล่งออกไปทันทีว่า “พ่อบ้านเจิงเพิ่งไปเรือนหย่าถิงเพื่อถ่ายทอดคำสั่งของนายท่าน บอกว่าชายารองเหลยถูกกักบริเวณ เรื่องกินอยู่ในจวนจะมอบให้ฮูหยินใหญ่ดูแลชั่วคราวเจ้าค่ะ”

“อะไรนะ?” ถ้วยชาในมือฮูหยินสามสั่นไหว น้ำชากระฉอกหกรดใส่ทั้งตัว

เสี้ยวหลิงก็ทำหน้าไม่อยากเชื่อเช่นกัน นางเดินเข้าไปจับแขนของเสี้ยวอวี้ แล้วถามย้ำอีกรอบ “ใช่เจ้าฟังผิดหรือไม่? พูดว่ามอบให้แค่เรือนหย่าถิงเท่านั้น? หรือพูดว่าให้ฮูหยินของพวกเรากับฮูหยินใหญ่ช่วยกันแบ่งเบากันแน่?”

“ข่าวไม่ผิดหรอก มอบอำนาจทั้งหมดให้ฮูหยินใหญ่ดูแล” เสี้ยวอวี้ตอบ พลางมองใบหน้าที่เปลี่ยนสีไปมาของฮูหยินสาม นางนิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะเสริมว่า “ยังมีอีกเรื่องที่ข้าเพิ่งจะสืบมาได้ ก่อนหน้านี้ที่ท่านหญิงสวินหยางกับชายารองเหลยมีปากเสียงกันที่หอจิ่นซิ่ว เดิมทีก็ควรจะออกคำสั่งให้ปิดเป็นความลับ แต่เป็นชายารองเหลยที่ตั้งใจสั่งคนมาปล่อยข่าวให้นายหญิงรู้”

สีสันบนใบหน้าของฮูหยินสามเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก นางจิกเล็บกลางฝ่ามือ เอ่ยเสียงโหดเหี้ยมว่า “เจ้าบอกว่านางสารเลวคนแซ่เหลยคนนั้นยืมมือของข้าปล่อยข่าวออกไปงั้นรึ? นางคิดจะได้ประโยชน์ไปคนเดียว?”

“ไม่เพียงเท่านั้นเจ้าค่ะ ดูจากเรื่องที่องค์รัชทายาทมอบอำนาจดูแลการกินอยู่ในจวนให้กับฮูหยินใหญ่เพียงผู้เดียวแล้ว เป็นไปได้ถึงแปดส่วนที่นายท่านจะรู้แล้วว่าเรื่องนี้มีฝีมือของฮูหยินรวมอยู่ด้วย” เสี้ยวอวี้เอ่ย น้ำเสียงมีแต่ความกลัดกลุ้มและอึดอัดใจ

ฮูหยินสามหัวใจหล่นตุบ ก้นกระแทกลงบนเก้าอี้ สีหน้าขาวซีด

เรื่องอื่นนางไม่กลัว แต่ถ้าหากทำให้ฉู่อี้อันเริ่มมีใจรังเกียจนาง แล้ววันข้างหน้า นางจะผ่านไปเช่นไรเล่า?

ภายในวังบูรพา นางไม่เหมือนกับสตรีคนอื่นๆ คนอื่นต่อให้ไม่ได้รับความโปรดปราณ แต่อย่างน้อยก็ยังมีบุตรธิดาอยู่เคียงข้าง มีเพียงนางที่ว่างเปล่าไม่มีใคร

“นางสารเลวเหลยชิวเยว่ วางแผนได้ดีจริงๆ ข้าไม่ยอมจบกับนางแน่!” สุดท้ายนางก็ตบโต๊ะอย่างแรง สีหน้าดุร้าย

ขณะเดียวกัน ฮูหยินใหญ่คนแซ่เหยาที่ได้รับข่าวก็ทำเพียงยิ้มรับบางๆ รักษาจิตใจให้สงบแล้วขังตัวเองให้คัดอักษรอยู่ในห้องต่อไป

------------------------------------------------------------------------

devc-a3b5dd88-33025สวินหยาง ยอดหญิงไร้พ่าย: ภาค 1 บทที่ 23 ล้วนเป็นอุบาย ตอนที่ 23