ภรรยาแม่ทัพเป็นสาวชาวบ้าน ตอนที่ 33
บทที่ 33 โดนปล้น
สิ่งที่เกิดขึ้นถัดมาคือหยางเล่อเล่อเห็นหนิงเมิ่งเหยาที่ดูใจดีและอ่อนแอยื่นมือออกไป แล้วเหวี่ยงอันธพาลไปด้านข้าง
หยางเล่อเล่อมองภาพตรงหน้าพร้อมอ้าปากค้าง ตาเบิกกว้าง นางเผลอยกมือขยี้ตาตัวเอง สงสัยว่าตนตาฝาดไปหรือไม่ ถ้าไม่ใช่เพราะแบบนั้น เหตุใดนางจึงเห็นหนิงเมิ่งเหยาที่ดูอ้อนแอ้นกลายเป็นคนละคน
หนิงเมิ่งเหยาไม่ทันมองสีหน้าของหยางเล่อเล่อ นางมัวแต่มองยังอันธพาลที่ยืนตัวสั่นไปทั้งตัว “เจ้าจะขโมยเงินพวกเรารึ อยากเสวยสุขกับพวกเรารึ ข้าจะให้เจ้าได้เสวยสุข”
หนิงเมิ่งเหยาพูดพร้อมยกเท้าขึ้นถีบท้องอันธพาลที่มองจ้องนางอย่างระแวง ร่างของอันธพาลลอยเหมือนว่าวที่สายป่านขาดสะบั้น
หนิงเมิ่งเหยาหันไปมองทางหยางเล่อเล่อ “เก็บของพวกนี้แล้วไปกันเถอะ”
หยางเล่อเล่ออ้ำอึ้งผงกศีรษะพลางหอบของเดินไป นางเดินไปจนถึงบริเวณที่มีคนเยอะจึงเพิ่งตระหนักว่าตนเห็นแก่ตัวเกินไปแล้ว นางทิ้งหนิงเมิ่งเหยาไว้เพียงลำพังได้อย่างไรกัน
ในขณะที่นางอยากจะย้อนกลับไป ก็มีเสียงร้องเรียกและกรีดร้องทั้งแหลมและต่ำดังขึ้น
“อ๊า พวกจรจัด!”
“ตีพวกจรจัดให้ตายไปเลย!”
หยางเล่อเล่องุนงง ทำไมถึงมีคนจรจัดอยู่แถวนี้เล่า เมื่อนางชะเง้อมองไป นางพลันนึกเกลียดที่ตนหาอะไรมาแทงตาตัวเองให้บอดเสียเลยมิได้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน เหตุใดจึงมีคนล่อนจ้อนสองคนวิ่งอยู่บนถนน
“เจ้ามองอะไรรึ”
เสียงที่ดังไม่ให้ตั้งตัวทำหยางเล่อเล่อตกใจเกือบจะโยนของในมือทิ้ง นางหันไปมองอีกฝ่ายแล้วต้องเอามือทาบอก “เจ้าทำข้าตกใจหมด”
“เจ้าขวัญอ่อนปานนั้นเชียว ไปกันเถอะ เราควรกลับกันได้แล้ว” หนิงเมิ่งเหยากล่าวเย้า
หยางเล่อเล่อหันไปมองอีกด้านแล้วเห็นความวุ่นวายด้านหลัง จากนั้นก็มองหนิงเมิ่งเหยา แต่สุดท้ายนางก็ไม่ได้กล่าวอะไร
“เจ้าไม่อยากถามรึ”
“ข้าสนใจความจริงที่ว่าเจ้ารู้ศิลปะป้องกันตัวมากกว่า” หยางเล่อเล่อตอบเหนียมๆ
“ข้ารู้เพราะ…ข้าศึกษาไว้บ้างไม่กี่ปี เอาไว้ป้องกันตัว” หนิงเมิ่งเหยาเหม่อตอนตอบหยางเล่อเล่ออย่างไม่จริงจัง แววตานางดูอิดโรย
ศิลปะป้องกันตัวที่นางฝึกนั้นได้หลิงหลัวสอนเพราะเขาบอกว่าเขาอยากให้นางปกป้องตัวเองได้ ตั้งแต่นั้นมา นางมักตามเขาไปฝึกวิชาป้องกันตัวด้วยกัน ตอนนี้นางปกป้องตัวเองได้แล้ว แต่ชายผู้นั้นกลับไม่ได้มาเห็น
เฉียวเทียนช่างมองสองดรุณีเดินจากไปด้วยรอยยิ้มเปี่ยมล้นในแววตา
ตอนเขาเห็นหนิงเมิ่งเหยากับหยางเล่อเล่อโดนขวางทาง เขาตั้งใจจะลงไปช่วย แต่เขาช้าไปก้าวหนึ่งและได้เห็นอีกด้านของหญิงสาวที่ไม่ได้สงบเสงี่ยมเรียบร้อย เขาอดยอมรับไม่ได้ว่าด้านนี้ของนางช่างน่าสนใจโดยแท้
“ท่านมองอะไรอยู่ขอรับ นายท่าน” คนข้างกายเฉียวเทียนช่างมองลงไปข้างหลัง ใบหน้าระบายยิ้ม เขามองพื้นข้างล่างอย่างประหลาดใจแต่กลับไม่เห็นอะไรเลย
เมื่อเหลือบมองไปยังคนข้างกาย สีหน้าเฉียวเทียนช่างไม่แสดงอารมณ์ เขาเหล่ชายอีกคน “เจ้าลงมาทำอะไรข้างล่าง”
“นายท่าน อย่าทำแบบนี้สิ ข้าตามหาท่านจนเหนื่อยไปทั้งตัวถึงจิตวิญญาณแล้วขอรับ” ชายคนนั้นมองเฉียวเทียนช่างอย่างสลดพลางพึมพำตัดพ้อ
สีหน้าเฉียวเทียนช่างแปรเป็นเย็นชา ดวงตาสีเข้มลุ่มลึกยามมองอีกฝ่าย “เหลยอัน เจ้าลืมไปแล้วรึว่าข้าบอกอะไรเจ้าไว้”
เหลยอันเกร็งแล้วโน้มตัวข้ามโต๊ะมาพูดอย่างอ่อนแรง “นายท่าน เราทุกคนจำได้ทั้งนั้นแต่เราอยากรู้ทำไมท่านเป็นแบบนี้ ไม่ใช่แค่พวกเรานะขอรับ คนผู้นั้นก็อยากรู้เช่นกัน”
“เหนื่อย อยากพัก ไม่ต้องมาตามหาข้าอีก” พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นแล้วจากไป
เหลยอันอยากจะร่ำไห้แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมา เขามองเฉียวเทียนช่างที่กำลังเดินไป แววตาเขามีแววโกรธ ‘บัดซบ คนพวกนั้นต้องพูดอะไรกับนายท่านแน่’ นายท่านถึงหนีมาที่ซอมซ่อแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังห้ามไม่ให้พวกเขามาตามหา
เฉียวเทียนช่างไม่ได้คิดไว้สักนิดว่าเหลยอันจะวิ่งมาหาเขาที่นี่จริง ดูท่าคนพวกนั้นจะเริ่มหมดความอดทน เขาเอามือนวดระหว่างคิ้ว ดวงตาเขามีแววอ่อนล้า