Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ: Chapter 035 ตอนที่ 35
ตอนที่ 35 ครูประจำชั้นผู้โกรธเกรี้ยว
“พวกเธอด่าน้องสาวหนูก่อน แถมยังพูดหักหน้าหนูด้วย หนูทนทำเป็นไม่สนใจพวกเธอแล้ว แต่พวกเธอยังเอาแต่ด่าน้องสาวหนูไม่เลิก หนูว่าหนูคงไม่จำเป็นต้องทนให้พวกเธอด่าเสียๆ หายๆ โดยไม่มีเหตุผลไปตลอดหรอกมั้งคะ!” เฉิงหร่านพูดพร้อมกับจ้องคุณครูหลี่โดยไม่หลบตา แววตาวาวโรจน์
คุณครูหลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถามต่อ “ถ้าอย่างนั้นเธอรู้หรือเปล่าว่าผลของการทำร้ายร่างกายคนอื่นในโรงเรียนคืออะไร”
เฉิงหร่านเงยหน้าขึ้นนิดๆ พร้อมกับตอบด้วยเสียงเรียบเฉย “ครูคะ ถ้ามีคนเอาแต่ด่าคนในครอบครัวของครูไม่เลิก ครูจะยังใจเย็นแล้วพูดกับเขาด้วยเหตุผลอยู่มั้ยคะ”
คุณครูหลี่ขมวดคิ้วฉับ น้ำเสียงก็เปลี่ยนมาไม่สบอารมณ์แล้วเรียบร้อย “นักเรียนเฉิง เธอแค่ตอบคำถามครูก็พอ! เรื่องไร้สาระแบบนี้ไม่จำเป็นต้องพูดกันหรอก”
เฉิงหร่านแค่นหัวเราะเสียงเย็นทีหนึ่ง สมกับเป็นนางยักษ์หน้าดำ ไม่เห็นใจคนอื่นเลยสักนิด
เฉิงหร่านอมยิ้ม เธอเงยหน้าขึ้น คิ้วสวยเลิกขึ้นสูง ก่อนที่เด็กสาวจะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มบาง “ครูคะ ครูใจจืดใจดำแบบนี้ พ่อแม่ครูรู้หรือเปล่าคะ”
“นักเรียนเฉิง ช่วยระวังคำพูดของเธอด้วย!” สีหน้าของคุณครูหลี่เปลี่ยนไปทันที เธอตวาดกร้าว
เฉิงหร่านยังคงเชิดหน้ามองคุณครูหลี่เช่นเดิม ใบหน้านั้นไม่มีท่าทีว่าจะยอมอ่อนข้อให้แม้แต่น้อย “ครูคะ อยากให้คนอื่นให้เกียรติตัวเอง ถ้าอย่างนั้นครูก็ต้องรู้จักที่จะให้เกียรติคนอื่นเขาก่อนนะคะ หนูยอมรับว่าครูประสบความสำเร็จในด้านการสอนมาก แต่ด้านจริยธรรมนี่สมควรจะตั้งคำถามมากเลยล่ะค่ะ!”
“นักเรียนเฉิง ครูขอเตือนเธอนะ ระวังคำพูดคำจาของตัวเองด้วย!” คุณครูหลี่พูดด้วยใบหน้าถมึงทึงและหยุดไปอีกครั้ง เธอยกมือขึ้นดันกรอบแว่นสีดำแล้วดุต่อด้วยน้ำเสียงเข้ม “ครูรู้ว่าครอบครัวของเธอมีอิทธิพลมาก แต่เธอจะมาทำตัวก้าวร้าวแบบนี้กับครูไม่ได้! ใครให้สิทธิ์เธอกัน”
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับครอบครัวใหญ่ไม่ใหญ่หรอกค่ะ ต่อให้หนูไม่มีครอบครัวเป็นแบ็กให้หนูก็จะพูดกับครูแบบนี้อยู่ดี”
เฉิงหร่านพูดจบก็มองครูประจำชั้นที่ทำหน้าถมึงทึงคนนี้ ทันใดนั้นเธอก็ไม่มีอารมณ์จะต่อปากต่อคำด้วยแล้ว
ครูคนนี้มีปัญหาทางการสื่อสาร อธิบายไปก็ไม่เข้าใจหรอก!
คุณครูหลี่เห็นนักเรียนคนนี้มีสีหน้าว่าไม่แยแสใดๆ แล้วก็โมโหจนลมแทบจับ เธอยกมือขึ้นชี้หน้าถังเสวี่ยหากแต่พูดอะไรไม่ออก
ในตอนนี้เอง
ผู้อำนวยการโรงเรียนที่นั่งเงียบมาโดยตลอดได้โบกมือให้คุณครูหลี่ บอกเป็นเชิงว่าให้เธอเงียบ!
“นักเรียนเฉิง ครูไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าที่เธอพูดมาเป็นความจริง แต่เธอรู้สึกหรือเปล่าว่าการพูดตรงไปตรงมาแบบนี้กับครูคนหนึ่งจะทำให้ครูเขาโมโหหรือบางทีอาจควบคุมตัวเองไม่ได้แล้วทำอะไรลงไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ทำแบบนี้มันถูกต้องแล้วเหรอ” น้ำเสียงของผู้อำนวยการโรงเรียนเรียบนิ่งเหมือนดั่งสายน้ำ ไม่ใส่อารมณ์แต่อย่างใด
ทั้งที่เป็นการซักเอาคำตอบ แต่พอพูดออกมาจากปากเขากลับไม่ได้ทำให้คนฟังรู้สึกไม่สะดวกใจเลยสักนิด
สมกับเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ลักษณะคำพูดคำจาอยู่คนละชั้นกับคุณครูประจำชั้นไปเลย!
แบบนี้มาคิดดูแล้ว เฉิงหร่านยังคงเม้มมุมปากน้อยๆ อยู่ดี ก่อนจะส่ายหน้าแล้วตอบกลับไปเรียบๆ “หนูรู้ค่ะว่าทำแบบนั้นไม่ถูก แต่หนูไม่เสียใจกับสิ่งที่พูดออกไปหรอกนะคะ”
ผู้อำนวยการโรงเรียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ ราวกับรู้ว่าเธอจะตอบแบบนี้ “ครูรู้อยู่แล้วแหละว่าหนูจะต้องพูดอย่างนี้”
ใบหน้าของเฉิงหร่านฉายรอยประหลาดใจเล็กน้อย เธอถามขึ้นอย่างค่อนข้างข้องใจ “ถ้าอย่างนั้นครู...”
ดูเหมือนผู้อำนวยการโรงเรียนจะรู้ว่าเฉิงหร่านอยากพูดอะไร ทว่าเขาไม่ได้อธิบายอะไรกับเธอ หากแต่พูดเนิบๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแทน “นักเรียนเฉิง ถ้าอย่างนั้นเธอรู้หรือเปล่าว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนของพวกเธอวันนี้ ตอนนี้รู้กันทั่วทั้งโรงเรียนแล้วนะ อีกอย่างผลกระทบที่ตามมาก็รุนแรงมากเหมือนกัน ตอนนี้ยังคงมีแนวโน้มว่าข่าวจะถูกแพร่กระจายออกไปนอกโรงเรียนด้วย ทางโรงเรียนไม่สามารถควบคุมเอาไว้ได้แล้ว ปัญหานี้เธอจะรับผิดชอบยังไงเหรอ”
เฉิงหร่านขมวดคิ้วฉับ
ผู้อำนวยการโรงเรียนเหมือนจะรู้ดีว่าเฉิงหร่านไม่เข้าใจว่าสภาพการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร เขากวักมือเรียกเป็นเชิงว่าให้เธอเดินเข้าไปหา
เฉิงหร่านสาวเท้าเข้าไปโดยไม่แม้แต่จะลังเล
ผู้อำนวยการโรงเรียนยื่นมือออกไปชี้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนโต๊ะ
เฉิงหร่านมองตามโดยอัตโนมัติ ภาพที่สะท้อนเข้าสู่ม่านตาคือข้อความพาดหัวตัวโตที่สะดุดสายตามากๆ ข้อความหนึ่ง
เธอเห็นแค่ว่าในหน้าจอมีข้อความพาดหัวใหญ่ๆ ข้อความหนึ่งเขียนไว้ว่า ‘โรงเรียนมัธยมปลายชิงเฉิง: สี่สาวทะเลาะวิวาทแย่งหนุ่มฮ็อตประจำโรงเรียน หนึ่งในนั้นคือทายาทสิบอันดับเครือธุรกิจใหญ่ เฉิงหร่านจากตระกูลเฉิง’
โอ้โฮ! ขึ้นเป็นพาดหัวข่าวเลยเหรอเนี่ย
แม่เจ้า
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย
เรื่องนี้เหมือนจะเพิ่งเกิดขึ้นแป๊บเดียวเองนะ! จะมีปาปารัซซี่อยู่ในโรงเรียนได้อย่างไรกัน
ต้องมีคงจงใจปล่อยข่าวแน่ๆ
อีกอย่างเฉิงหร่านอ่านดูแล้ว เนื้อความในนี้ละเอียดมาก เห็นได้ชัดว่าคนที่ปล่อยข่าวคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่สี่เหมือนกัน
ปล่อยข่าวก็ปล่อยข่าวไปเถอะ ทำไมถึงต้องเอาชื่อเธอไปลงข่าวแค่คนเดียวด้วยล่ะ
ตั้งใจจะหาเรื่องกันเหรอ
ผู้อำนวยการโรงเรียนเหลือบมองเฉิงหร่านที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดนิ่งๆ แว่บหนึ่ง จากนั้นจึงคลิกเมาส์ต่อไปอีกสองสามครั้ง แล้วภาพบนหน้าจอก็พลันเปลี่ยนไปหน้าอื่นทันที
เฉิงหร่านกวาดตามองคร่าวๆ รอบหนึ่ง นี่ดูเหมือนจะเป็นเวยป๋อ จนกระทั่งเนื้อหาในนั้นโผล่ขึ้นมาชัดๆ
เฉิงหร่านหน้าเสียทันที
เพื่อนในห้องเป็นคนปล่อยข่าวจริงๆ ด้วย!
เจ้าของหน้าโปรไฟล์เวยป๋อที่ชื่อ ‘กินสเต็กไม่กินไวน์แดง’ คนนี้เพิ่งฟอลโลว์เวยป๋อเธอมาเมื่อไม่กี่วันก่อนเอง
เฉิงหร่านรู้ว่าเป็นเพื่อนใหม่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่สี่ แต่เธอไม่รู้จักเลยไม่ได้ฟอลโลว์กลับ
ตอนนี้เพื่อนคนนี้ดันเอาเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ไปโพสต์ลงเวยป๋อโดยเขียนเสียละเอียดยิบ แถมยังเขียนออกมาเป็นบทความอีกต่างหาก
ให้ตายเถอะ
ที่น่าแค้นใจที่สุดก็คือยอดวิวที่ดูจะเยอะแบบไม่สมเหตุสมผลนั่น ดันทะลุสิบล้านไปแล้วน่ะสิ
ขอร้องล่ะ นี่เพิ่งจะผ่านมาจากตอนที่เกิดเรื่องไปแค่ครึ่งชั่วโมงเองนะ เพิ่งจะครึ่งชั่วโมงเอง!
คนพวกนี้ทำไมถึงร้ายกันขนาดนั้นเนี่ย
เอะอะก็เล่นงานเธอลับหลัง เป็นเพื่อนกันถึงแค่เท่านี้ก็พอแล้วมั้ง
เฉิงหร่านลุกขึ้นยืนเงียบๆ เธอไม่จำเป็นต้องอ่านต่อแล้ว
เธอคิดว่าตอนนี้เธอได้กลายเป็นเน็ตไอดอลประจำโรงเรียนไปแล้ว
ยอดวิวกับยอดแชร์เยอะขนาดนั้น ตอนนี้ดูท่าขอแค่เป็นคนที่รู้จักเธอก็คงรู้เรื่องนี้กันหมดแล้วแน่ๆ
ผู้อำนวยการโรงเรียนมองเฉิงหร่านด้วยแววตาเรียบนิ่งแล้วเอ่ยถามเฉิงหร่านเสียงเรียบ “นักเรียนเฉิง ตอนนี้เธอนึกออกหรือเปล่าว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ด้วยวิธีไหน”
เฉิงหร่านขมวดคิ้วนิดๆ ไม่ได้ตอบอะไร
เดิมทีเรื่องนี้ไม่ได้ถูกคนทั้งโลกรู้เข้าก็ยังจัดการง่ายแล้วก็แก้ได้ง่ายอยู่หรอก แต่ตอนนี้สื่อมาจับตามองเรื่องนี้กันทั้งวงการแล้ว แถมที่สำคัญที่สุดคือเนื้อหาที่เขียนอยู่ในนั้นคือเรื่องความรุนแรงในโรงเรียนเลยนะ ไม่ใช่ความขัดแย้งธรรมดาๆ ระหว่างเพื่อนนักเรียนด้วยกัน ใครให้เกียรติกันถึงขนาดมาแทงข้างหลังเธอเนี่ย
ตอนนี้เรื่องนี้เลยไม่ได้จัดการง่ายขนาดนั้นแล้ว
ผู้อำนวยการโรงเรียนเห็นอย่างนี้แล้วก็ไม่ได้ซักไซ้เฉิงหร่านต่ออีก เห็นได้ชัดเจนมากว่าเขาแค่จะให้เฉิงหร่านดูเฉยๆ ว่าตอนนี้เรื่องราวเลยเถิดไปถึงขั้นไหนแล้ว ไม่ได้หวังว่าจะได้คำตอบจากเธอจริงๆ หรอก
เฉิงหร่านเหลือบมองผู้อำนวยการโรงเรียนทีหนึ่งแล้วสบถออกมาในใจ
บ้าชะมัด
ชื่อเสียงของโรงเรียนได้รับผลกระทบรุนแรงขนาดนั้นแล้ว ตาลุงนี่ยังสบายใจเฉิบแบบนั้นได้อีกเหรอ
ต้องปลงเก่งขนาดไหนถึงอยู่มาได้ถึงตอนนี้เนี่ย
ในตอนที่เฉิงหร่านกำลังคิดหาทางแก้จนหัวแทบระเบิดอยู่นั้นเอง
ประตูห้องผู้อำนวยการโรงเรียนก็ถูกผลักเข้ามาจากด้านนอก
เด็กหนุ่มสี่คนเดินย้อนแสงเข้ามา
“พวกพี่มากันได้ยังไงน่ะ” เฉิงหร่านมองไปที่หานอวี่เจ๋อกับเพื่อนแล้วถามขึ้นด้วยความตกใจ
หานอวี่เจ๋อทำหน้าถมึงทึงพร้อมหรี่ตาลงเล็กน้อย เขามองข้ามคุณครูหลี่ที่อยู่ด้านข้างไปทั้งอย่างนั้น ต่อมาก็เมินผู้อำนวยการโรงเรียนแล้วสืบเท้าสองสามก้าวเดินเข้าไปหาเฉิงหร่าน
เฉิงหร่านเห็นหานอวี่เจ๋อเดินเข้ามาก็เอ่ยปากถามต่อ “พี่ไม่ต้องเรียนเหรอ มาทำอะไรเนี่ย”
หานอวี่เจ๋อเดินเข้ามาแล้วยกฝ่ามือที่เรียวยาวเหมือนต้นไผ่ขึ้นลูบเรือนผมสีดำสนิททั้งหัวของเฉิงหร่านเบาๆ ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ยัยโง่ เธอขึ้นพาดหัวข่าวขนาดนี้แล้ว ยังจะให้พวกพี่เรียนอะไรกันอีก”
เฉิงหร่านเห็นหานอวี่เจ๋อกระตุกยิ้มมุมปากแล้วจู่ๆ ก็พาลหน้าแดงเรื่อ ในใจดันรู้สึกเขินขึ้นมาแปลกๆ แต่ครู่ถัดมาก็ขมวดคิ้วฉับแล้วพูดออกมา “ตอนนี้พวกสื่อพากันให้ความสนใจเรื่องเหตุการณ์ความรุนแรงในโรงเรียนครั้งนี้กันเต็มไปหมดแล้วเนี่ย จัดการยากชะมัด!”
…………………………………………………