Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ: Chapter 045 ตอนที่ 45
ตอนที่ 45 คุณหมออัจฉริยะ
ไป๋เฮ่าหรานเฝ้าดูอาการของเฉิงหร่านอยู่ตลอดเวลา แน่นอนว่าเขาสังเกตเห็นทันทีตั้งแต่แว่บแรก วินาทีนั้น เขาตกใจแทบบ้า! เด็กหนุ่มรีบกดกริ่งแจ้งเตือน ทว่าในใจกลับยังรู้สึกกระวนกระวายอยู่ดี
ไป๋เฮ่าหรานผุดลุกขึ้นมาอีกครั้ง ปรากฏว่าเพราะวันนี้ยังไม่ได้กินอะไรทั้งวัน รวมถึงเอาแต่นั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยมาตลอด ขาทั้งสองข้างไม่ได้ขยับเขยื้อน ทำให้เมื่อลุกขึ้นเลยพลาดเดินสะดุดจนเกือบล้ม
ทันใดนั้น ประตูห้องพักผู้ป่วยก็พลันถูกผลักให้เปิดออก!
ไป๋เฉินซีเอื้อมมือเข้ามาพยุงไป๋เฮ่าหรานไว้ด้วยสีหน้าขึ้งเคียด สายตาที่มองไปที่เขาเปี่ยมไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ไม่มีออร่าความสง่างามราวสวรรค์สรรค์สร้างของคุณชายผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยถ้อยคำต่อว่าออกมาด้วยน้ำเสียงดุดัน “ถ้านายยังมัวแต่ทำแบบนี้อยู่อีกละก็ เธอยังไม่ทันได้ตายหรอก แต่นายนั่นแหละจะเป็นคนที่ตายไปก่อน! นี่นายกำลังทรมานตัวเองหรือว่าทรมานคนอื่นที่เขาเป็นห่วงนายกันแน่”
ไป๋เฉินซียิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกโมโห!
เขาไม่ได้เข้ามารบกวนพวกเขา แต่เขาก็เห็นอยู่กับตาว่าน้องชายของตัวเองไม่ได้กินข้าว ดื่มน้ำ แล้วก็ไม่ได้พักผ่อนมาตลอดทั้งวัน!
เขายอมให้ไป๋เฮ่าหรานเสียใจได้ ไป๋เฮ่าหรานอยากเฝ้าเด็กผู้หญิงคนนี้เขาก็ไม่คัดค้านอะไรเหมือนกัน แต่เขาจะไม่ยอมเห็นน้องชายของเขาทรมานตัวเองแบบนี้ต่อหน้าต่อตาเขาหรอก!
ไป๋เฮ่าหรานคิดว่าตัวเองเป็นเทพเจ้าเหรอ
ไม่กินข้าวไม่ดื่มน้ำมาทั้งวัน แถมยังต้องดูแลเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่พร้อมจะตกอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้ทุกเมื่ออีกต่างหาก!
ไป๋เฮ่าหรานทรงตัวยืนอยู่ได้เพราะไป๋เฉินซีเข้ามาพยุงร่างกายที่ค่อนข้างหมดเรี่ยวแรงนั่นเอาไว้ เขาเหลือบขึ้นมองใบหน้าซูบซีดของพี่ชายที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่าไม่ได้พักผ่อนมาทั้งวันเหมือนกัน เห็นแล้วเขาก็พลันรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาในใจ
“พี่ เธอไข้ขึ้น! พี่ ผมปวดใจจัง ผมทรมานมากจริงๆ นะ! ผมปล่อยให้เธอเป็นอะไรไปไม่ได้ ถึงแม้ว่า ถึงแม้ว่าสุดท้ายคนที่เธอรักจะไม่ใช่ผมก็ตาม แต่ผมก็อยากให้เธอมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข!” เสียงของไป๋เฮ่าหรานแทบจะเป็นเสียงสะอื้น อีกทั้งยังแหบพร่าเกินกว่าปกติด้วย
ความรู้สึกสงสารปรากฏขึ้นในดวงตาของไป๋เฉินซีแว่บหนึ่ง
เห็นน้องชายที่เข้มแข็งมาตลอดพูดแบบนี้ออกมาแล้ว ถ้าเปลี่ยนเป็นเขาในยามปกติแล้ว มีหรือจะพูดออกมาว่าจะยกผู้หญิงที่ตัวเองรักให้คนอื่นได้!
ที่ผ่านมาของอะไรที่เขาไม่ได้มาครอบครอง คนอื่นก็อย่าคิดว่าจะได้มันไปเหมือนกัน แทนที่จะเก็บกระเบื้องมาเต็มแผ่น เขายอมเก็บเศษเสี้ยวของชิ้นหยกที่แตกกระจายมาเสียยังดีกว่า!
แต่แล้วตอนนี้ล่ะ เขาได้ยินอะไรกัน
น้องชายของเขาดันมาบอกว่าขอแค่ผู้หญิงคนนี้มีชีวิตอยู่ต่อไปเขาก็จะยอมปล่อยมือ แม้เขาจะรู้ว่าการปล่อยมือครั้งนี้คือการต้องสูญเสียไปตลอดทั้งชีวิตเขาก็ไม่เสียใจอย่างนั้นเหรอ
“นายใจเย็นๆ หน่อย พี่ติดต่อเพื่อนที่อเมริกามาคนหนึ่งแล้ว เขาเป็นอัจฉริยะที่เก่งวิชาแพทย์มากๆ เดี๋ยววันนี้เขาก็มาแล้ว”
ไป๋เฮ่าหรานเงยหน้าอันสดสวยขึ้น ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความหวัง ก่อนที่เขาจะพูดออกมาราวกับว่าเอื้อมไปคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้ตอนที่พลัดตกเหว “พี่ งั้นยัยจอมเพ้อก็มีทางรอดแล้วใช่มั้ย เธอจะไม่ตายใช่มั้ย”
ไป๋เฉินซีเห็นรอยคาดหวังบนใบหน้าของไป๋เฮ่าหรานแล้วใจพลันกระตุกวูบ เขาพยักหน้าตอบและพูดขึ้น “ถ้าแม้แต่เขายังช่วยเฉิงหร่านไม่ได้ บนโลกนี้ก็คงเหลือคนที่ช่วยเธอได้แค่ไม่กี่คนแล้วล่ะ!”
ดวงตาทั้งคู่ของไป๋เฮ่าหรานฉายประกายวาบ ได้ฟังที่ไป๋เฉินซีพูดแล้วใจที่บีบรัดแน่นก็ผ่อนคลายลงในที่สุด พอหัวใจคลายตัวลงแข้งขาของเขาก็อ่อนแรงลงในทันทีทำให้ไป๋เฮ่าหรานทรุดลงไปทั้งอย่างนั้น
ไป๋เฉินซีตกใจ รีบยื่นมือมารับร่างของไป๋เฮ่าหรานที่หงายหลังล้มลงมา เมื่อเห็นว่าไป๋เฮ่าหรานหมดสติไปแล้วก็รีบตะโกนออกมาทันที “ใครก็ได้เข้ามาที ตายกันหมดแล้วหรือไง!!”
หมอและพยาบาลสองสามคนรีบเข้ามาทันที
ไป๋เฉินซีพูดด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยว “รีบดูอาการให้น้องชายผมสิ มัวยืนทำอะไรอยู่”
พยาบาลสองสามคนกับหมออีกคนหนึ่งตอบรับอย่างรวดเร็วแล้วรีบหามไป๋เฮ่าหรานเข้าไปยังห้องพักผู้ป่วยอีกห้องหนึ่งเป็นพัลวัน
ไป๋เฉินซีเห็นน้องชายของตัวเองถูกหามออกไปแล้ว คราวนี้ถึงค่อยกลับหลังหันมามองใบหน้าซีดเผือดที่ขึ้นสีเรื่อน้อยๆ ของเฉิงหร่าน เขายกมือขึ้นนวดที่ขมับ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรศัพท์หาใครคนหนึ่ง
“เจียงหลี นายเตรียมตัวแล้วมาได้แล้วแหละ! เธอมีไข้ขึ้นต่ำๆ แล้ว”
เสียงของผู้ชายคนหนึ่งตอบกลับมาสั้นๆ ได้ใจความดังมาจากปลายสายอีกฝั่ง “โอเค เข้าใจแล้ว!”
ไป๋เฉินซีกดวางหู จากนั้นสอดมือสองข้างลงในกระเป๋ากางเกงแล้วยืนเหยียดตัวตรง เขามองดูท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิดด้านนอกหน้าต่าง เรียวปากบางเม้มเข้าหากันนิดๆ จากนั้นก็ไม่ทำอากัปกิริยาอื่นๆ อีกเลย เพียงแต่รออยู่นิ่งๆ!
เจียงหลีเป็นเพื่อนสนิทที่เขารู้จักมาตั้งแต่เด็กตอนที่อยู่ต่างประเทศ เขามีพรสวรรค์ที่พิเศษจากคนทั่วไป ชอบศึกษาวิจัยด้านเวชศาสตร์มาตั้งแต่เด็กๆ
ตอนที่เขาอายุสิบปี เขาบังเอิญได้พบกับคุณหมออาวุโสคนหนึ่งที่เก่งวิชาแพทย์มากๆ!
คุณหมอคนนั้นอุทิศตนให้กับเส้นทางการแพทย์มาตลอดทั้งชีวิต เขาไม่แต่งงานและไม่มีลูกตลอดทั้งชีวิต
ตอนที่ได้เจอกับคนที่ชอบทุ่มเทแรงกายแรงใจให้ศาสตร์ด้านการแพทย์เหมือนกันอย่างเจียงหลีนั้น เขาเห็นแล้วก็รู้สึกเหมือนเป็นคนที่คุ้นเคยกันมานาน เพราะอย่างนั้นจึงรับเจียงหลีไว้เป็นลูกศิษย์
สิบกว่าปีที่ผ่านมา เจียงหลีติดตามคุณหมออาวุโสคนนั้นไปศึกษาศาสตร์ด้านการแพทย์มาตลอด ทำให้วิชาแพทย์ของเขาเรียกได้ว่าพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด จนกระทั่งปัจจุบันนี้เขาได้กลายเป็นคุณหมออัจฉริยะที่มีชื่อเสียงของประเทศไปแล้ว!
นอกจากนี้เขาอายุเพียงแค่ 25 ปีเท่านั้น ถือว่าเป็นหมอที่อายุน้อยที่สุดและเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางการศึกษาด้านเวชศาสตร์มากที่สุดด้วย!
ไม่กี่นาทีต่อมา
ประตูห้อง ICU ก็ถูกผลักให้เปิดออกอีกครั้ง!
คราวนี้ไป๋เฉินซีถึงค่อยขยับตัวโดยการหันหน้าไปมองช้าๆ
ผู้ชายคนที่เข้ามาสวมชุดสูทสีขาวล้วนที่ดูสง่างาม ผมของเขาเป็นสีน้ำตาลลินิน นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นเปล่งประกายเหมือนดั่งท้องฟ้า ริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อปรากฏเป็นรัศมีเส้นโค้งที่ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง มองโดยรวมแล้วให้ความรู้สึกถึงกลิ่นอายความสะอาดและคุ้นเคยแผ่ออกมาจากตัวเขา
ไป๋เฉินซีเผยยิ้มที่ดูสง่างามราวสวรรค์สรรค์สร้างออกมาเป็นครั้งแรกของวัน ก่อนจะตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือด้วยความสนิทสนมอยู่น้อยๆ “มาแล้วเหรอเจียงหลี ช่วยตรวจให้เธอหน่อยสิ!”
ไป๋เฉินซีพูดพลางใช้นิ้วมือเรียวยาวชี้ไปยังเฉิงหร่านที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย บอกเป็นเชิงว่าให้ตรวจดูอาการให้เธอ
เจียงหลีไล่สายตามองตามนิ้วของไป๋เฉินซีไปที่เด็กผู้หญิงคนที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย เขาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแต่พยักหน้าแล้วก็เดินเข้าไปเท่านั้น
เจียงหลีตรวจดูอาการของเฉิงหร่านโดยละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นก็เหยียดตัวยืนตรง ใช้มือจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยแล้วพูดขึ้นด้วยเสียงฉะฉานชัดถ้อยชัดคำ “ฉันต้องทำการผ่าตัดเดี๋ยวนี้เลย ถ้าเธอยังมีสภาพเป็นแบบนี้ต่อไปละก็ ปากแผลจะติดเชื้อจนถึงตายได้ ทนอยู่ได้อีกไม่กี่ชั่วโมงหรอก!”
“โอเค” ไป๋เฉินซีตอบรับแล้วเรียกพยาบาลเข้ามาให้พวกเธอเข็นเฉิงหร่านเข้าไปที่ห้องผ่าตัด
เจียงหลีมองดูการกระทำทุกขั้นตอนของไป๋เฉินซีแล้วเรียวปากสีชมพูก็พลันกระตุกยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ติดจะเย้าแหย่อยู่หน่อยๆ “เฉินซี นี่ผู้หญิงของนายเหรอ”
รอยยิ้มบางที่ดูสง่างามของไป๋เฉินซีชะงักกึกไปทันทีพร้อมกับที่ชายหนุ่มตวัดสายตามามองเจียงหลีแล้วพูดเสียงเรียบ “นายว่าฉันจะชอบเด็กแบบนี้เหรอ”
“ก็ไม่แน่ เห็นช่วงนี้หนังแนวคุณลุงโลลิคอนฮิตกันมากนี่นา” ใบหน้าที่สะอาดสะอ้านราวเทพบุตรของเจียงหลีให้ความรู้สึกว่าบริสุทธิ์ผุดผ่อง ทว่าคำพูดที่เอื้อนเอ่ยออกมานั้นกลับทำให้คนฟังโมโหแทบบ้า
ไป๋เฉินซีไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาทางสีหน้า หากแต่ลอบกัดฟันกรอดอยู่ในใจ
เขาล่ะเกลียดที่สุด ทั้งๆ ที่หมอนี่พูดจาลามกอยู่แท้ๆ แต่สีหน้าที่แสดงออกมากลับยังดูใสซื่อเสียขนาดนั้น น่ารำคาญที่สุดเลย!
“นายคิดมากเกินไปแล้ว อย่ามโนให้มันมากนัก!”
เจียงหลีระบายยิ้มที่ดูบริสุทธิ์เหมือนดั่งเทพบุตรออกมาอย่างมีความสุข เขาชอบเวลาที่เพื่อนรักคนนี้ทำหน้าบึ้งตึงที่สุด แค่คิดก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่น่าตื่นเต้นมากๆ เลยล่ะ!
“ไม่ใช่ผู้หญิงของนายแล้วนายจะรีบร้อนเรียกฉันกลับมาทำไม ฉันยุ่งมากนะ ฉันไม่อยากเสียเวลามารักษาให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้หรอก! ถ้าเกิดเผลอมือสั่นขึ้นมา แบบนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นหรอกนะ!”
รอยยิ้มบนใบหน้าของไป๋เฉินซีชะงักค้างไปอีกครั้ง ครั้งนี้แม้แต่ที่มุมปากก็ยังกระตุกขึ้นด้วยน้อยๆ เขาข่มอารมณ์เอาไว้ เพราะแบบนี้ถึงได้ยังไม่ยกเท้าขึ้นถีบอีกฝ่าย!
เขาไม่กล้าถีบเจียงหลีตอนนี้หรอก ถ้าเกิดได้รับบาดเจ็บตรงไหนขึ้นมา อีกเดี๋ยวใครจะผ่าตัดให้ยายเด็กนั่นกันล่ะ
…………………………………………………