Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ

Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ: Chapter 046 ตอนที่ 46

#46Chapter 046

ตอนที่ 46 ไป๋เฉินซีผู้อึดอัดใจ

นึกถึงน้องชายที่มีสภาพปางตายของตัวเองแล้ว ไป๋เฉินซีได้แต่อดกลั้นอารมณ์โกรธเอาไว้ ส่งยิ้มละไมให้อีกฝ่ายเช่นเดิมพร้อมกับพูดขึ้นเรียบๆ “เธอเป็นผู้หญิงที่น้องชายฉันชอบ”

อาการตกใจปรากฏหราทั่วใบหน้าของเจียงหลี ประกายความอยากรู้อยากเห็นวาบผ่านดวงตาสีน้ำเงินเข้ม

จู่ๆ ไป๋เฉินซีก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา กำลังคิดจะไล่ให้เขารีบไปผ่าตัดให้เฉิงหร่าน ทว่ายังไม่ทันได้อ้าปากพูด ก็เหลือบไปเห็นใบหน้าที่มีแต่ความใสซื่อของเจียงหลีเข้าเสียก่อน แม้น้ำเสียงของอีกฝ่ายจะสั่นเครือไปบ้างเพราะมีอะไรบางอย่างมารบเร้าความรู้สึก หากแต่สายตาคู่นั้นกลับปิดบังความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้ไม่มิด

“อะไรนะ พูดแบบนี้งั้นก็แสดงว่านายแย่งผู้หญิงกับน้องชายตัวเองน่ะสิ นายนี่สุดยอดจริงๆ! เรื่องเฉียบๆ แบบนี้นายนำฉันไปก้าวหนึ่งตลอดเลยนะ! มิน่าตั้งแต่เด็กฉันถึงไม่เคยเอาชนะนายได้เลย มาตอนนี้ฉันก็ยังทำเรื่องพวกนี้สู้นายไม่ได้อยู่ดี!” ใบหน้าสะอาดหมดจดของเจียงหลีเขียนคำว่าหดหู่เอาไว้เต็มไปหมด

ไป๋เฉินซีได้ยินเจียงหลีพูดแล้ว ก็มองเขาด้วยใบหน้าที่แสดงออกว่าแทบไม่เชื่อหูตัวเอง แต่พอกำลังจะสืบเท้าเข้าไปกระทืบผู้ชายหน้าซื่อคนนี้ให้ตายโดยที่ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นแล้ว จู่ๆ ก็ได้ยินเสียง ‘ตึง’ ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพักผู้ป่วย!

ไป๋เฉินซีใจหายวาบ ชายหนุ่มหันขวับไปมองในทันที

ภาพที่เห็นมีเพียงไป๋เฮ่าหรานใช้มือข้างหนึ่งยันกำแพงเอาไว้ ดวงหน้าสดสวยนั้นฉายแววตกใจสุดขีด สีหน้าอย่างนั้นแสดงออกชัดเจนว่าเขาไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน!

ไป๋เฉินซีเห็นแบบนี้ก็ไม่สนใจลงมือสั่งสอนคนปากไม่มีหูรูดอย่างเจียงหลีอีก เขาก้าวฉับๆ เดินเข้าไปประชิดตัวไป๋เฮ่าหราน ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือไว้ซึ่งความเอือมระอา “ทำไมไม่พักก่อน ร่างกายนายมันล้ามากแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ! เฉิงหร่านเตรียมจะเข้ารับการผ่าตัดแล้ว พรุ่งนี้ก็ไม่เป็นไรแล้ว! ไม่ต้องห่วง!”

พอไป๋เฮ่าหรานได้ยินว่าเฉิงหร่านผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะไม่เป็นอะไร เขารู้สึกดีใจขึ้นมาทันที ครู่ต่อมาก็พลันนึกถึงบทสนทนาที่เขาเพิ่งได้ยินเมื่อครู่ เขาเหลือบมองไป๋เฉินซีด้วยสายตาประหม่าพร้อมพูดขึ้นเสียงเศร้า “พี่ พี่ชอบยัยหื่นจริงๆ เหรอ”

ไป๋เฮ่าหรานเอ่ยพลางเงยหน้าที่ดูดีราวปีศาจขึ้นมา เขาจ้องเขม็งไปที่ไป๋เฉินซี สื่อความหมายว่าต้องเค้นเอาคำตอบมาให้ได้

“นาย...” ไป๋เฉินซีพูดไม่ออกไปชั่วขณะราวกับว่ามีอะไรจุกอยู่ในลำคอ ความรู้สึกนั้นเป็นความหงุดหงิดที่จะแสดงออกมาก็ไม่ได้ จะให้สลัดทิ้งไปก็ทำไม่ได้อีก จนตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไรแล้ว

เขานึกไม่ถึงเลยว่าน้องชายของเขาจะถามคำถามที่งี่เง่าขนาดนี้ออกมาได้!

เขาต้องไม่ได้รู้สึกอะไรกับเฉิงหร่านอยู่แล้ว เขาจะไปตกหลุมรักผู้หญิงที่น้องชายตัวเองชอบได้อย่างไรกัน

ทั้งหมดนี้ต้องโทษไอ้ผู้ชายกะล่อนที่สวมบทคนใสซื่อคนนั้นคนเดียวเลย! แววตาของไป๋เฉินซีฉายแววไม่เป็นมิตร ตวัดสายตาไปมองเจียงหลีเขม็ง

เจียงหลีกลับเข้าสู่โหมดเป็นการเป็นงานอีกครั้งพร้อมกับตีหน้าซื่อเต็มที่ ชายหนุ่มพูดขึ้นมาสั้นๆ “ฉันไปผ่าตัดให้เด็กคนนั้นก่อนละนะ ไม่งั้นเห็นทีฉันคงรับประกันไม่ได้ว่าเธอจะมีชีวิตรอดไปถึงตอนฟ้าสว่างหรือเปล่า!”

เจียงหลีพูดจบก็สะบัดแขนเสื้อด้วยท่าทางสง่างาม จากนั้นจึงเดินออกจากห้องไปด้วยใบหน้าใสซื่อ

ไป๋เฉินซีรู้สึกโมโหจนจุกอกอีกครั้ง

เจียงหลีพูดแบบนี้คือกำลังข่มขู่เขาชัดๆ!

เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า อีกฝ่ายกำลังบอกว่าถ้าทำให้เขาไม่พอใจตอนนี้ เขาจะไม่สนใจว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร!

เห็นท่าทางที่เจียงหลีสะบัดแขนเสื้อและเดินออกจากประตูห้องพักผู้ป่วยไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยแล้ว ไป๋เฉินซีรู้สึกเหมือนเห็นหางสุนัขจิ้งจอกปัดป่ายไปมาอยู่ด้านหลังร่างของอีกฝ่าย...

ตอนนี้ไป๋เฉินซีรู้สึกเพียงว่าเขาเลือกคบเพื่อนผิดคนเสียแล้ว!

ตอนที่เขารู้จักกับเจียงหลี เขามองว่าเจียงหลีคือเด็กหนุ่มผู้ไร้เดียงสาที่เขาต้องคอยปกป้อง ตอนนั้นเขาคงถูกคนเอาขี้หมามาป้ายตาไว้สินะ

ต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ!

ไป๋เฮ่าหรานเห็นพี่ชายไม่ตอบคำถามของตัวเอง ก็พลันชักสีหน้าด้วยความโมโหทันที สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนไม่อาจคาดเดาได้ ขณะที่ในใจก็ช็อกมาก

หรือพี่จะชอบยายหื่นนั่นจริงๆ

ทันใดนั้น ไป๋เฮ่าหรานรู้สึกเพียงว่าในใจของเขาทรมานราวกับถูกกระแทกด้วยพลังมหาศาล อย่าบอกนะว่าตอนนี้เขามาถึงจุดที่ต้องแย่งผู้หญิงคนเดียวกันกับพี่ชายแล้วเหรอ

ไป๋เฮ่าหรานยกมือขึ้นยันกำแพงเอาไว้อย่างหมดแรง ก่อนจะค่อยๆ กลับหลังหันแล้วเดินจากไป

ไป๋เฉินซีพอจะตั้งสติกลับมาได้บ้างแล้ว เห็นน้องชายทำหน้าเศร้าจากไปแบบนั้น ความรู้สึกโมโหและอึดอัดใจก็พลันประเดประดังเข้ามาพร้อมกันทันที!

เขาทนอึดอัดใจแบบนี้ไปเพื่อใครกัน ทำไมตอนนี้ถึงเอาใจใครไม่ได้สักคนเลยเนี่ย

คิดเพียงเท่านี้ ไป๋เฉินซีก็พลันย่างสามขุมเข้าไปคว้าแขนไป๋เฮ่าหรานไว้ ก่อนจะตวาดขึ้นด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีที่ฟังดูมีชาติตระกูลเหมือนเคย หากแต่ไม่อาจปกปิดอารมณ์โมโหที่เจืออยู่ได้ “นายจะทำหน้าเหมือนลูกชายตายแบบนั้นทำไมกัน ฉันไม่ได้สนใจยัยเด็กกะโปโลนั่นสักนิด ไม่เลยสักนิด! ได้ยินไหม”

ไป๋เฮ่าหรานช้อนสายตาขึ้นนิดๆ มองไป๋เฉินซีที่ตอนนี้ควบคุมอารมณ์กรุ่นโกรธของตัวเองไว้ไม่อยู่อีก จากนั้นจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “พี่ ไม่ต้องพูดแล้วล่ะ ผมเข้าใจทุกอย่างแล้ว...”

สีหน้าโกรธเกรี้ยวของไป๋เฉินซีอ่อนลงเล็กน้อย ชายหนุ่มรู้สึกโล่งใจลงบ้างแล้ว จึงพยักหน้าตอบนิดๆ น้ำเสียงก็เปลี่ยนกลับมาเรียบนิ่งอีกครั้ง “นายเข้าใจก็ดีแล้ว”

แต่ใครจะรู้เล่าว่าไป๋เฉินซีเพิ่งพูดประโยคนี้ออกมาไม่ทันขาดคำ เขาก็ได้ยินไป๋เฮ่าหรานพูดต่ออีกประโยค “ยัยหื่นทั้งน่ารักทั้งแสนดีขนาดนั้น พี่จะชอบเธอก็เป็นเรื่องที่ปกติมากๆ ผมไม่โทษพี่หรอก!”

ไป๋เฉินซีผงะไปทันที!

ให้ตายเถอะ!

ใครบอกเขาได้บ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้กัน

ทำไมคนรอบข้างเขาถึงได้ไม่มีเหตุผลกันขนาดนี้ ไป๋เฉินซีรู้สึกจริงๆ ว่าโลกนี้ชักจะอยู่ยากเหลือเกิน!

ไป๋เฉินซีเอื้อมมือกระชากแขนไป๋เฮ่าหราน ระบายยิ้มที่ดูสง่างามเกินบรรยายออกมา หากแต่น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยกลับเกรี้ยวกราดราวพายุพัดโหมกระหน่ำจนใบไม้หลุดร่วงหมดต้น “รอบสุดท้ายแล้วนะ นายฟังฉันให้ดีๆ! ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับผู้หญิงของนายเลย ไม่รู้สึกเลย! อย่าเอาถังขี้นั่นมาครอบใส่หัวฉันสิ! ไม่งั้นฉันจะทำให้นายรู้ว่าไอ้หลักการ ‘แม้แต่พ่อกับแม่ยังจำหน้านายไม่ได้’ มันเกิดขึ้นได้ยังไง!”

พอคนพี่ที่เป็นเจ้าของใบหน้าถมึงทึงพูดจบ ก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปทันที

สีหน้าของไป๋เฮ่าหรานฉายชัดว่าเขาตกใจและไม่เชื่อหูตัวเอง

เมื่อกี้เขาได้ยินอะไรน่ะ

เขาได้ยินพี่ชายของตัวเองที่มักจะอยู่ในมาดสุขุมดูเป็นผู้ดีตะคอกใส่ อีกอย่าง ทำไมคำพูดพวกนี้ถึงทำให้เขารู้สึกว่าพี่ชายดุขนาดนั้นกันล่ะ

ไป๋เฮ่าหรานคิดแล้วก็พลันรู้สึกว่าไป๋เฉินซีน่าจะโมโหจนเสียสติไปแล้ว ไม่อย่างนั้นจะพูดแบบนี้ออกมาได้อย่างไร

‘พ่อแม่ฉันก็คือพ่อแม่เขาไม่ใช่เหรอ’ ดวงหน้าสดสวยของไป๋เฮ่าหรานงอง้ำไปเล็กน้อย เด็กหนุ่มเบะปากหน่อยๆ พร้อมกับบ่นอุบพี่ชายตัวเองอยู่ในใจ

เขาไม่รู้เลยสักนิดว่าตัวเองทำอะไรผิดไป ไม่รู้เลยว่าเหตุผลกว่าครึ่งที่พี่ชายเดือดดาลขนาดนี้ก็เพราะตัวเขาเองนั่นแหละ คุณชายรองตระกูลไป๋คนซึนเลยปล่อยเบลอไปทั้งอย่างนั้น

เฉิงหร่านเข้ารับการผ่าตัดกับเจียงหลี หลังจากนั้นอาการของเธอก็เข้าสู่สภาวะคงที่ในที่สุด

คุณชายเจียงเดินเฉิดฉายออกจากห้องผ่าตัดมาอย่างเต็มภาคภูมิใจท่ามกลางสีหน้ายกย่องของบรรดาหมอและพยาบาลอีกหลายคน

ไป๋เฮ่าหรานกับไป๋เฉินซีนั่งรอผลการผ่าตัดอยู่ด้วยกันที่ม้านั่งตัวยาวด้านนอก

เมื่อเห็นว่าประตูทางเข้าห้องผ่าตัดเปิดออก ไป๋เฮ่าหรานก็รีบลุกขึ้นทันที ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล “ยัยหื่นเป็นยังไงบ้างครับ”

คุณชายเจียงยักคิ้วมาให้ ใบหน้าที่ดูใสซื่อราวเทพบุตรฉายรอยประหลาดแวบหนึ่ง จากนั้นจึงตอบกลับมาสั้นๆ “เธอไม่เป็นอะไรแล้ว นอนตื่นนึงพรุ่งนี้ก็ฟื้นแล้ว”

ไป๋เฮ่าหรานได้ยินดังนั้น ความรู้สึกในใจของเขาเรียกได้ว่าทั้งประหลาดใจทั้งดีใจในคราวเดียวกันเลยทีเดียว เขาหันไปมองไป๋เฉินซีหน้าตาตื่น “พี่ ได้ยินแล้วใช่ไหม ยัยหื่นไม่เป็นไรแล้ว เธอต้องฟื้นขึ้นมาแน่ๆ”

ไป๋เฮ่าหรานพูดอยู่ก็เกือบน้ำตาร่วง เขากลัวมากจริงๆ ว่ายายหื่นของเขาจะจากกันไปทั้งอย่างนี้

สิ่งที่เป็นของแสลงสำหรับการบาดเจ็บเพราะถูกยิงก็คือมีไข้ขึ้น อาการแบบนี้จะทำให้เสียชีวิตได้ง่ายมาก ดังนั้นตอนเขารู้สึกได้ว่าเฉิงหร่านมีไข้ต่ำๆ ถึงได้สติแตกจนแทบบ้า

ถ้าไม่ใช่เพราะยังพอจะตั้งสติเอาไว้ได้บ้างแล้วรีบเรียกหมอมา เขาไม่กล้าคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น

…………………………………………………

devc-af530e87-33711Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ: Chapter 046 ตอนที่ 46