Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ

Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ: Chapter 044 ตอนที่ 44

#44Chapter 044

ตอนที่ 44 ถ้าเธอเป็นอะไรไป พวกคุณเองก็หนีไม่รอดกันสักคนเหมือนกัน

ระหว่างที่ถนนหนทางกำลังกลับเข้าสู่สภาวะปกติ รถยนต์บนท้องถนนต่างก็เคลื่อนตัวไปด้วยความเร็วระดับเต่าคลานกันอยู่อย่างนั้น นั่นเป็นระดับความเร็วที่ช้ากว่าคนเดินไม่ใช่แค่เพียงนิดหน่อยเท่านั้น

หานอวี่เจ๋อสาวเท้าเข้าไปสองสามก้าวแล้วกดกริ่งที่ประตูทีหนึ่ง

ป้าหวังได้ยินว่ามีคนมาก็เดินออกมาจากห้องครัว เธอไม่ได้ออกไปเปิดประตูทันที หากแต่เดินหลบไปด้านข้างแล้วทำตามที่เฉิงหร่านเคยบอกเธอเอาไว้ว่าให้ดูหน้าจอกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่หน้าประตูก่อน ถ้าเห็นว่าเป็นเพื่อนๆ ของคุณหนูก็ให้เธอออกไปเปิดประตูให้ทันที

“คุณชายท่านนี้ มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ” ป้าหวังมองหานอวี่เจ๋อที่ยืนอยู่หน้าประตู เธอเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มสุภาพไปให้

“เฉิงหร่านล่ะครับ เธอกลับมาหรือยัง” เรียวคิ้วดูดีคู่นั้นขมวดเข้าหากันเป็นปม เด็กหนุ่มพูดแล้วก็เดินเข้ามา เขากวาดสายตามองไปรอบห้องรับแขก ก่อนที่จะตั้งท่าเตรียมเดินขึ้นชั้นสองไปยังห้องของเฉิงหร่าน

ป้าหวังรีบพูดห้ามไว้ “คุณชายคะ คุณหนูของป้าออกไปเรียนตั้งแต่เช้าแล้ว ตอนนี้ยังไม่กลับมาเลยค่ะ!”

หานอวี่เจ๋อชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อยหากแต่ยังคงไม่ฟังที่ป้าหวังพูดเช่นเดิม ภาพที่เห็นมีเพียงว่าเขาก้าวฉับๆ ตรงดิ่งไปเปิดประตูห้องนอนของเฉิงหร่านที่อยู่บนชั้นสอง ไล่ค้นหาไปทีละส่วนของห้อง หลังจากเห็นว่าไม่มีคนอยู่จริงๆ แล้วก็กลับหลังหันเดินออกมาอย่างรวดเร็ว

หานอวี่เจ๋อเมินป้าหวังที่เดินตามเขาด้วยใบหน้ากระวนกระวายมาตลอดไปโดยสิ้นเชิง เขาเปิดประตูห้องของถังเสวี่ยแล้วเข้าไปดู แต่ก็ยังไม่เห็นใครเช่นเดิม เมื่อมั่นใจแล้วว่าเฉิงหร่านไม่ได้กลับมาจริงๆ ไม่ใช่ว่าตั้งใจหลบหน้าเขา

หานอวี่เจ๋อก็ก้าวเท้าฉับๆ เดินลงชั้นล่างมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตรงดิ่งออกจากบ้านพักไปทันที

เขาขึ้นมานั่งในรถ รู้สึกสับสนไปเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าควรจะไปหาเฉิงหร่านที่ไหน!

อย่าบอกนะว่าเธอกลับคฤหาสน์ของพ่อกับแม่เธอไปแล้ว

หานอวี่เจ๋อคิดแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรศัพท์หาเฉิงหร่าน พอได้ยินเป็นข้อความแจ้งว่ากำลังปิดเครื่องอยู่ดังมาตามสายก็วางโทรศัพท์มือถือลงอย่างหัวเสีย ก่อนจะหลับตาลงใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง

เขาขับรถไปที่โรงเรียน เขาไม่เชื่อหรอกว่าเฉิงหร่านจะไม่กลับมาเรียน เขาจะรอเธออยู่ที่โรงเรียนเนี่ยแหละ!

หานอวี่เจ๋อคิดได้แบบนี้แล้วก็เหยียบคันเร่งแล้วบึ่งรถออกไปทันที!

โรงพยาบาล

ไป๋เฮ่าหรานเอาแต่นั่งเฝ้าอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน รอฟังข่าวจากคุณหมอ

สองชั่วโมงผ่านไป จู่ๆ ประตูห้องฉุกเฉินก็พลันเปิดออก พยาบาลสองสามคนเดินเข็นเตียงของถังเสวี่ยออกมา

ไป๋เฮ่าหรานลุกพรวดขึ้นทันที เมื่อเห็นว่าไม่ใช่เฉิงหร่านก็ขมวดคิ้วมุ่นพร้อมเอ่ยถาม “เธอเป็นยังไงบ้างครับ”

พยาบาลสองสามคนยิ้มออกมาก่อนจะพูดขึ้นอย่างโล่งใจด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลงบ้างแล้ว “คุณหนูท่านนี้โชคดีจริงๆ ค่ะ แผลที่ถูกยิงของเธออยู่ห่างจากหัวใจตำแหน่งที่ทำให้ถึงตายได้แค่นิดเดียว แต่ว่าโชคดีที่ยิงพลาดไป คุณหนูท่านนี้พ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ ขอแค่ผ่านวันนี้ไปได้ก็ไม่เป็นอะไรแล้ว...”

ไป๋เฮ่าหรานขมวดคิ้วมุ่น ได้ยินแล้วก็เพียงแต่พยักหน้าตอบและบอกเสียงเรียบ “ส่งไปที่ห้องพักผู้ป่วย VIP แล้วดูแลเธอให้ดี ไม่งั้นถ้าเธอเป็นอะไรไป พวกคุณเองก็หนีไม่รอดกันสักคนเหมือนกัน!”

พยาบาลสองสามคนที่ตอนแรกยังคงมีใบหน้ายิ้มแย้มเพราะช่วยชีวิตคนคนหนึ่งกลับมาได้สำเร็จ หลังจากได้ยินคำขู่ของไป๋เฮ่าหรานก็พลันหน้าถอดสีไปทันที พวกเขารีบพยักหน้ารับแล้วก้าวเท้าฉับๆ เข็นถังเสวี่ยเข้าห้องพักผู้ป่วย VIP ไป รวมถึงจัดให้มีพยาบาลคนหนึ่งคอยมาเฝ้าดูอาการของถังเสวี่ยที่ยังคงสลบไสลอยู่ด้วย

วันนี้ไป๋เฮ่าหรานไม่ได้กินอะไรทั้งวัน จนกระทั่งหนึ่งทุ่มกว่าๆ เฉิงหร่านถึงค่อยถูกคุณหมอเข็นออกมาจากห้องฉุกเฉิน

ไป๋เฮ่าหรานว้าวุ่นใจเหมือนถูกไฟสุมทรวงอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว พอเห็นประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก เขาก็พุ่งเข้าไปทันทีแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เธอเป็นยังไงบ้างครับ”

คุณหมอคนนั้นยกมือขึ้นปาดเหงื่อ มองใบหน้าที่แทบจะเรียกได้ว่าถมึงทึงของไป๋เฮ่าหรานที่อยู่ตรงหน้าแล้ว เขาสงสัยจริงๆ ว่าถ้าตัวเองพูดออกมาว่า ‘หมอพยายามทำเต็มที่แล้วครับ’ เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าจะพุ่งเข้ามาบีบคอเขาหรือเปล่านะ!

“เราช่วยชีวิตคุณหนูท่านนี้มาได้สำเร็จแล้วครับ แต่ว่ายังไม่พ้นขีดอันตราย ถ้าภายในสามวันนี้เธออดทนผ่านไปได้ก็จะไม่เป็นอะไรแล้วครับ”

เมื่อไป๋เฮ่าหรานได้ยินว่าช่วยชีวิตเฉิงหร่านไว้ได้สำเร็จแล้วเพิ่งจะถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งด้วยความโล่งอก แต่เมื่อได้ยินต่ออีกว่ายังต้องรออีกสามวันถึงจะพ้นขีดอันตราย หัวใจก็พลันบีบตัวแน่นขึ้นมานิดๆ ในทันที

คุณหมอคนนั้นสั่งให้พยาบาลสองสามคนเข็นเตียงเฉิงหร่านไปที่ห้อง ICU จากนั้นค่อยหันกลับมาพูดกับไป๋เฮ่าหรานที่มีท่าทางค่อนข้างเหม่อลอยไปแล้วอีกครั้ง “ตอนแรกแผลจากการโดนยิงของคุณหนูท่านนี้ไม่ได้สาหัสเท่าคุณหนูท่านที่ถูกเข็นออกมาก่อนหรอกครับ แต่อาการของคุณหนูท่านนี้เป็นอาการป่วยในลักษณะพิเศษ ดังนั้นหลังจากช่วยชีวิตมาได้สำเร็จแล้วอาการถึงได้ยังไม่พ้นขีดอันตราย!”

ไป๋เฮ่าหรานได้ยินที่หมอพูดแล้วกำลังว่าจะพูดอะไรต่อ แต่คำพูดประโยคถัดมาของหมอได้ทำให้เขาอึ้งไปเสียสนิท!

“คุณหนูท่านนี้มีอาการของโรคหัวใจครับ เรื่องนี้คุณคงทราบดีใช่มั้ย หัวใจของเธอไม่เหมือนกับคนทั่วไป หัวใจของเธออยู่ด้านขวา เพราะแบบนี้สิ่งที่ทำให้เธอได้รับความเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตจึงไม่ใช่แผลที่ถูกยิง แต่เป็นเพราะหัวใจของเธอทนรับอารมณ์ที่แปรปรวนอย่างกะทันหันไม่ได้ จู่ๆ ก็เลยแสดงปฏิกิริยาออกมา ปฏิกิริยาดังกล่าวนี้เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเราเป็นกังวลกันมากระหว่างที่กำลังช่วยชีวิตเธออยู่”

“อะไรนะครับ เธอเป็นโรคหัวใจเหรอ เป็นตั้งแต่เมื่อไร” น้ำเสียงของไป๋เฮ่าหรานแฝงไว้ซึ่งความไม่เชื่อ!

ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้

เขาอยู่กับเธอมาตั้งแต่เด็ก เขาไม่เคยได้ยินคุณลุงคุณป้าพูดถึงมาก่อนว่าเธอเป็นโรคหัวใจ แล้วตั้งแต่เด็กจนโตเฉิงหร่านก็ไม่เคยมีอาการป่วยแบบนี้มาก่อนเลยด้วย!

พอคุณหมอเห็นเด็กหนุ่มคนที่อยู่ตรงหน้ามีท่าทางที่เปลี่ยนไปจากเดิม รวมถึงเมื่อได้ยินที่เขาพูดแล้วด้วยนั้น คุณหมอก็เข้าใจทุกอย่างทันที เขายังคงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเหมือนเดิม “ตอนนี้ยังไม่ทราบครับว่ามีอาการของโรคหัวใจตั้งแต่เมื่อไร ต้องรอให้ผู้ป่วยฟื้นขึ้นมาก่อนถึงจะตรวจดูได้”

ไป๋เฮ่าหรานขมวดคิ้วมุ่น เขาพยักหน้าลงน้อยๆ พลางปัดมือวูบ บอกเป็นเชิงว่าให้คุณหมอไปได้แล้ว

เมื่อเห็นว่าร่างของคุณหมอค่อยๆ เดินห่างออกไป ไป๋เฮ่าหรานถึงค่อยเดินเข้าไปในห้อง ICU ที่เฉิงหร่านพักอยู่ด้วยฝีเท้าอันหนักอึ้ง แต่พอเห็นว่ามีพยาบาลสองคนคอยเฝ้าเฉิงหร่านอยู่ในห้องก็ไม่ได้รู้สึกกังวลขนาดนั้นแล้ว

“ออกไปเถอะครับ ถ้ามีอะไรเดี๋ยวผมจะเรียกพวกคุณเอง” เสียงของไป๋เฮ่าหรานเปี่ยมล้นด้วยความอ่อนล้า เขาโบกมือไล่ให้ทุกคนออกไปนอกห้องให้หมด

พยาบาลสองคนมีหรือจะกล้าขัดใจบุคคลอันตรายคนนี้ พอได้ยินคำสั่งของไป๋เฮ่าหรานก็รีบตอบรับแล้วลุกขึ้นเก็บของออกจากห้องพักผู้ป่วยไปทันที ไม่กล้าพูดอะไรอีกให้มากความ

ไป๋เฮ่าหรานมานั่งลงที่ข้างเตียงผู้ป่วยของเฉิงหร่าน ช้อนสายตาขึ้นมองดวงตาดอกท้อที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาจะดูสุกใสแวววาวของคนคนนั้นที่ตอนนี้ปิดสนิท แพขนตาหนาของเธอสะท้อนเป็นเงาทึบชั้นหนึ่ง ยิ่งทำให้ใบหน้าที่ปกติดูขาวนวลเป็นทุนเดิมอยู่แล้วขาวซีดขึ้นไปอีก ริมฝีปากบางก็ไม่เป็นประกายแวววาวด้วยเช่นกัน

ชั่วขณะนั้น ไป๋เฮ่าหรานรู้สึกเพียงว่าในใจเจ็บปวดมาก ทำไมยายจอมเพ้อของเขาถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้

โรคหัวใจ! เธอเป็นโรคนี้ตั้งแต่เมื่อไร ทำไมเขาถึงไม่รู้

ไป๋เฮ่าหรานนั่งเงียบๆ อยู่ข้างเตียง เหม่อลอยเหมือนหุ่นกระบอกที่ไร้วิญญาณ...

ด้านนอกห้องพักผู้ป่วย

ไป๋เฉินซีมองน้องชายของเขาผ่านช่องหน้าต่างขนาดเล็กที่หน้าประตูห้องผู้ป่วย ก่อนจะตวัดสายตาไปมองเด็กผู้หญิงคนที่อยู่บนเตียงผู้ป่วย เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองไปยังเพดานสีขาวโพลนของโรงพยาบาลแล้วเงียบอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็กลับหลังหันเดินจากไป

เขาไม่อยากไปรบกวนไป๋เฮ่าหราน เห็นน้องชายเป็นแบบนี้แล้วเขาเองก็ปวดใจเหมือนกัน!

ถึงแม้เขาจะโตมาโดยที่ไม่ได้ใช้เวลากับน้องชายคนนี้มากนัก แต่ในเมื่อเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกัน เห็นไป๋เฮ่าหรานเจ็บปวดขนาดนี้แล้ว จะให้เขาไม่สนใจได้อย่างไรกัน!

เฉิงหร่านยังคงสลบไสลอยู่อย่างนั้น ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาเลยสักนิด!

ไป๋เฮ่าหรานคอยเฝ้าเธออยู่ตลอด เขาไม่กล้าเดินจากไปไหนแม้เพียงก้าวเดียว!

เขากลัวว่าเฉิงหร่านจะเป็นอะไรไประหว่างที่เขาไม่อยู่ แบบนั้นเขาจะเสียใจไปตลอดชีวิต!

ตกดึก จู่ๆ เฉิงหร่านก็ดันมีไข้ต่ำๆ ขึ้นมา!

…………………………………………………

devc-af530e87-33711Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ: Chapter 044 ตอนที่ 44