Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ: Chapter 043 ตอนที่ 43
ตอนที่ 43 ถนนถูกปิด
เพราะจู่ๆ เส้นทางจากโรงเรียนมัธยมศึกษาชิงเฉิงไปจนถึงบริเวณใจกลางเมืองซึ่งมีผู้คนสัญจรไปมาอย่างหนาแน่นก็ถูกปิดกั้นไม่ให้รถขับผ่านขึ้นมากะทันหัน!
เจ้าของรถทุกคันที่อยู่ในรถได้แต่มองรถฉุกเฉินสองสามคันที่มีไฟสัญญาณสีแดงอยู่บนหลังคาขับเคลื่อนไปบนถนนที่ไร้สิ่งกีดขวางผ่านไปต่อหน้าต่อตาอย่างรวดเร็วราวกับโบยบิน
เรื่องนี้สะเทือนไปถึงแม้กระทั่งระดับผู้ว่าของเมืองแห่งนี้เลยทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น ทางฝ่ายตำรวจรับทราบข้อมูลนี้ก่อนเป็นกลุ่มฝ่าย แต่หลังจากที่สืบค้นข้อมูลมาโดยกระจ่างแล้วพบว่าเป็นฝีมือของกลุ่ม Hells Angels แล้ว
แม้ว่าทางฝั่งตำรวจจะโมโหมาก แต่ก็ไม่กล้าบุกเข้าไปหาเรื่องใส่ตัว
โทรศัพท์ของสถานีตำรวจมีคนโทรศัพท์เข้ามาแจ้งความไม่ขาดสายจนโทรศัพท์เหล่านั้นแทบจะระเบิดไปแล้ว ทว่าทางฝั่งตำรวจก็ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะส่งคนเข้าไปจัดการแต่อย่างใด
สถานการณ์แบบนี้ดำเนินต่อไปเป็นเวลาสิบกว่านาที จนกระทั่งไป๋เฮ่าหรานและคนอื่นๆ เดินทางเข้าสู่โรงพยาบาลที่ใจกลางเมืองได้อย่างราบรื่นถึงได้นับว่าสิ้นสุดลงในที่สุด!
จากนั้นการปิดกั้นการสัญจรบนท้องถนนถึงได้ค่อยๆ กลับเข้าสู่สภาพปกติอีกครั้ง
ชาวเมือง A จะพากันถล่มสถานีตำรวจหมดแล้ว
ตำรวจตำแหน่งสูงๆ กลุ่มใหญ่ต่างก็มีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกไปเหมือนๆ กัน หากแต่พวกเขากลับทำอะไรไม่ได้
จนเมื่อผ่านไปแล้วสิบกว่านาทีหลังจากนั้นและได้ทราบข่าวว่าการจราจรกลับเข้าสู่สภาพเดิมเรียบร้อยแล้ว ตำรวจทุกนายก็ค่อยโล่งใจกันได้เสียที!
พวกเขาไม่กล้าคิดเลยจริงๆ ว่าถ้าถนนหนทางยังไม่กลับเข้าสู่สภาพปกติอีก สถานีตำรวจแห่งนี้ของพวกเขาจะถูกฝูงชนถล่มทิ้งหรือเปล่า
ไป๋เฮ่าหรานกับพวกของเขาเข้ามาในโรงพยาบาลกันอย่างรวดเร็ว!
ไป๋เฮ่าหรานตะโกนสั่งเสียงดังลั่น “เร็วเข้า เร็วๆ หน่อยพวกคุณ ถ้าเกิดช่วยพวกเธอสองคนไม่ได้ละก็ ผมจะให้พวกคุณทุกคนในโรงบาลแห่งนี้ตายไปพร้อมกันหมดนี่เลย!”
ทันทีที่พูดคำพูดประโยคนี้ออกมา หมอและพยาบาลสามสี่คนที่กำลังเข็นเตียงของเฉิงหร่านต่างพากันมือสั่นทันที ขณะเดียวกันก็เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว
พวกเขาไม่สงสัยกับคำพูดของเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าคนนี้เลย เหตุการณ์การจราจรเมื่อครู่นี้พวกเขานั่นแหละที่เป็นคนที่รู้ดีที่สุด!
คนที่ควบคุมเมือง A ทั้งเมืองไว้ในกำมือได้แบบนี้ พวกเขาไม่กล้าไม่เชื่อหรอกว่าสิ่งที่เขาพูดออกมาจะไม่เป็นความจริง!
เพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้น หมอทุกคนที่มีทักษะทางการแพทย์เป็นเลิศก็ถูกเรียกตัวออกมา
ไป๋เฮ่าหรานมองเฉิงหร่านกับเด็กผู้หญิงคนนั้นที่ถูกเฉิงหร่านยกให้เป็นน้องสาวถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดไปด้วยกัน คราวนี้ถึงได้คลายกังวลไปได้บ้างเปราะหนึ่ง
เขาไม่ได้สนใจความเป็นความตายของคนคนนั้นที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวของเฉิงหร่าน แต่เธอเป็นคนที่ยายจอมเพ้อชอบจริงๆ อีกอย่างเธอก็ยังถูกยิงเพราะยายจอมเพ้อด้วย แน่นอนว่าไป๋เฮ่าหรานไม่ต้องการให้เกิดเรื่องไม่ดีอะไรกับเธอเช่นกัน
ไป๋เฮ่าหรานไม่ได้โทรศัพท์ไปบอกพ่อของเฉิงหร่าน เขาไม่กล้าบอก
ตอนนี้เฉิงหร่านยังไม่รู้ว่าจะเป็นหรือตาย เขาไม่อยากให้มีข่าวร้ายใดๆ ก็ตามแพร่กระจายออกไป
เวลานี้โรงพยาบาลแห่งนี้ได้ถูกกลุ่มมาเฟียเข้ามาควบคุม ข่าวทุกอย่างถูกสกัดกั้นหมดทุกทาง
ก่อนที่จะช่วยเฉิงหร่านมาได้สำเร็จ เขาจะไม่ยอมให้มีข่าวลือใดๆ หลุดออกไปจากโรงพยาบาลแห่งนี้เด็ดขาด ไป๋เฮ่าหรานนั่งอยู่ที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งของผู้อำนวยการโรงพยาบาลด้วยใบหน้าเฉยชา
เดิมทีเขาจะไปหาเฉิงหร่านที่คอนโดมิเนียมหลิวซิง เขาคิดว่าเธอกลับไปแล้ว แต่กลายเป็นว่าเขาถูกขวางเอาไว้ที่ประตูใหญ่ของคอนโดมิเนียม
เขาไม่ได้ดึงดันที่จะบุกเข้าไปในคอนโดมิเนียม หากแต่กลับมาขึ้นรถแล้วต่อสายไปหาคนของกลุ่มมาเฟียให้พวกเขาไปสืบหาว่าเฉิงหร่านไปอยู่ที่ไหน
แล้วก็ผ่านไปเร็วมากเช่นกัน เขาได้คำตอบกลับมาว่า ‘คุณหนูเฉิงอยู่แถวๆ โรงเรียนครับ’
พอได้รับรายงานมาเขาก็รีบบึ่งรถไปทันที เมื่อถึงที่นั่นก็เจรจาอยู่กับสมาชิกกลุ่ม Hells Angels สามคนอยู่สักพัก!
ทีแรกไป๋เฮ่าหรานตั้งใจว่าจะให้พวกเขากลับไปได้แล้ว เขาไม่มีธุระอะไรแล้ว ทว่าเขายังไม่ทันพูดจบก็ได้ยินเสียงปืนดังมาจากตำแหน่งที่ไม่ไกลออกไปเท่าใดนัก!
ตอนนั้นไป๋เฮ่าหรานตกใจมาก เมื่อตั้งสติได้ก็ปรี่ไปยังทิศทางดังกล่าวโดยไม่มัวคิดอะไรอีก ลูกน้องสองสามคนหันมามองหน้ากัน จากนั้นก็ตามเขาไป
แต่ในตอนที่เขาปรี่มาถึงปากซอยที่มีเสียงปืนดังขึ้นนั้น ภาพแรกที่เขาเห็นก็คือร่างของเฉิงหร่านที่ล้มลงกับพื้น ในหัวของเขาว่างเปล่าไปเพียงชั่วขณะเท่านั้น ครู่ต่อมามือเรียวก็ได้เอื้อมไปชักปืนที่ไป๋เฉินซีให้เขาพกไว้ป้องกันตัวออกมาโดยอัตโนมัติแล้วเหนี่ยวไกปืนยิงเด็กผู้หญิงคนที่ถือปืนเอาไว้ไปนัดหนึ่ง
พอกลับมาคิดเรื่องพวกนี้อีกครั้ง ไป๋เฮ่าหรานก็หลับตาลงน้อยๆ เป็นความผิดของเขา เขาประมาทไป
ถ้าเขาไม่หยุดเจรจากับสมาชิกกลุ่ม Hells Angels บางทีอาจจะยับยั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นเอาไว้ได้!
แล้วตอนนี้ยายจอมเพ้อก็จะไม่มานอนแน่นิ่งคอยฟังบัญชาจากสวรรค์อยู่บนเตียงผ่าตัดอันเย็นเยียบ
ยายจอมเพ้อของเขากลัวการฉีดยากับการผ่าตัดที่สุด แต่ตอนนี้เธอกลับกำลังต้องมารับทัณฑ์ทรมานอย่างนี้ หนำซ้ำยังต้องแย่งชิงชีวิตมาจากยมทูตให้ได้ด้วย
ไป๋เฮ่าหรานเงยหน้าขึ้นพลางหลับตาลง ดวงหน้าสดสวยนั้นเปี่ยมด้วยร่องรอยของความอ่อนล้าอย่างไม่อาจประมาณได้
เพราะไป๋เฮ่าหรานใช้อิทธิพลด้านมืดของกลุ่ม Hells Angels ปิดข่าวทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเฉิงหร่านเอาไว้ คนทั้งเมือง A เลยไม่รู้ว่าคนใหญ่คนโตที่ไหนได้รับบาดเจ็บสาหัสเข้าแล้วถูกพามาส่งที่โรงพยาบาลใจกลางเมือง!
ขณะที่ผู้ป่วยทุกคนที่อยู่ในโรงพยาบาลก่อนแล้วก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลไปแม้แต่คนเดียว คนที่อยากจะเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลหรือต้องการเข้ามาสืบดูสถานการณ์ล้วนแต่ถูกสมาชิกกลุ่มมาเฟียที่ไป๋เฉินซีส่งมาไล่ตะเพิดออกไปโดยไม่สอบถามต้นสายปลายเหตุกันทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะป่วยหรือไม่ ทุกคนล้วนแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาเหยียบในโรงพยาบาลแม้เพียงก้าวเดียว
หลายคนไม่พอใจการจัดการของ Hells Angels พวกเขาต่างเห็นว่าคนกลุ่มนี้ใช้อิทธิพลด้านมืดได้โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว! โทรศัพท์ในสถานีตำรวจทั่วเมือง A ได้เริ่มมีคนต่อสายเข้ามาไม่หยุดอีกครั้งเพื่อที่จะแจ้งความถึงการกระทำของคนกลุ่มนี้ที่โรงพยาบาล ณ ใจกลางเมืองแห่งนี้
แต่ไม่ว่าพวกเขาจะแจ้งความอย่างไร คนที่สถานีตำรวจกลับทำเหมือนว่ามองไม่เห็นสิ่งที่กลุ่ม Hells Angels ได้ทำลงไปอย่างไรอย่างนั้น ไม่มีตำรวจนายไหนออกมาจัดการเลยสักคน
ทางฝ่ายคนที่มาแจ้งความเหล่านั้น มีอยู่สองสามคนที่มาจากตระกูลผู้ทรงอิทธิพล แต่หลังจากแจ้งความเรื่องเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลใจกลางเมืองแล้ว ไม่กี่วันถัดมา ตระกูลสองสามตระกูลเหล่านั้นก็พลันตกอับทันที พร้อมกันกับที่กิจการของตระกูลถูกทำให้ต้องปิดตัวลง!
ขณะเดียวกัน คนเหล่านั้นก็ได้หายตัวไปจากแผ่นดินของเมือง A ด้วยเช่นกัน ไม่มีใครรู้ว่าตระกูลเหล่านั้นไปที่ไหนแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ไม่มีใครกล้าต่อสายมายังโทรศัพท์ของสถานีตำรวจเลยสักคน!
เรื่องพวกนี้แน่นอนว่าไว้ค่อยว่ากันทีหลังแล้วล่ะ
หานอวี่เจ๋อออกมาจากชิงเฉิงแล้วก็ขับรถไปยังคอนโดมิเนียมหลิวซิง ปรากฏว่ายังไม่ทันไปถึง ระหว่างทางเขาก็ต้องมาหัวเสียแทบตายกับข่าวเรื่องการปิดถนนเสียแล้ว
หลังจากให้คนไปสืบมาถึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นคนของ Hells Angels ที่กำลังขัดขวางเส้นทางจราจรเอาไว้ หานอวี่เจ๋อพลันบันดาลโทสะขึ้นมาทันที!
คนพวกนี้ชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว ที่นี่ไม่ใช่ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นถิ่นของพวกเขา ทว่าตอนนี้กลับมาทำวางก้ามใหญ่โตแล้วสร้างความวุ่นวายได้ถึงขนาดนี้ ไม่กลัวหรือว่าวันไหนประเทศจีนเห็นแล้วรู้สึกขัดหูขัดตาขึ้นมาจะเก็บกวาดพวกเขาทิ้งไปเสียให้หมดน่ะ
ยิ่งเห็นว่าการจราจรติดขัดขึ้นเรื่อยๆ หานอวี่เจ๋อก็ยิ่งหงุดหงิด
จนเมื่อเขารอไปได้สิบกว่านาทีก็เห็นว่ามีรถฉุกเฉินสองสามคันวิ่งผ่านฉลุยมาเหมือนดั่งสายลม และแล่นผ่านไปโดยไม่ได้รับผลกระทบอะไรสักนิดเหมือนกับสายลมที่พัดผ่านไป
เห็นรถฉุกเฉินสองสามคันนั้นแล่นไปอย่างรวดเร็วเหมือนว่าคนขับกำลังเหยียบคันเร่งด้วยความรีบร้อนแบบนั้นแล้ว ความรู้สึกประหลาดอย่างหนึ่งก็พลันผ่านเข้ามาในใจหานอวี่เจ๋อ
หานอวี่เจ๋อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้า เขาสลัดความรู้สึกแปลกๆ ที่จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาในใจทิ้งไปจากหัว หลังจากที่รถฉุกเฉินขับผ่านไปแล้ว รถยนต์ที่ถูกขวางทางเอาไว้ก็ค่อยๆ เริ่มเคลื่อนตัวได้
หานอวี่เจ๋อเลื่อนกระจกรถลง เงี่ยหูฟังเสียงก่นด่าและสาปแช่งที่ดังออกมาไม่ขาดสายจากในรถที่ติดแหง็กอยู่บนถนนทั้งสาย เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีดำขลับทั้งคู่หรี่ลงครึ่งหนึ่ง ทอดมองไปยังดวงอาทิตย์ที่สาดแสงสว่างจ้าอยู่ปลายขอบฟ้าอันไกลลิบ เรียวปากบางขบเม้มน้อยๆ ที่มุมปาก ก่อนที่เจ้าตัวจะรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาชั่วขณะอย่างไม่อาจห้ามได้
รถยนต์ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปด้านหน้าช้าๆ
รถของหานอวี่เจ๋อขับเคลื่อนไปด้านหน้าด้วยความเร็วเหมือนอย่างเต่าคลาน ขับไปได้กว่าครึ่งชั่วโมงถึงค่อยกลับมาถึงคอนโดมิเนียมหลิวซิงและมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าบ้านพักของเฉิงหร่าน
มองบ้านพักหลังที่อยู่ตรงหน้าแล้ว หานอวี่เจ๋อก็เผลอถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งอย่างโล่งอกออกมาโดยไม่รู้ตัว
ช่วยไม่ได้ เส้นทางที่ปกติใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที หลังจากที่ถูกปิดกั้นเป็นไปชั่วขณะหนึ่งประมาณสิบกว่านาทีแล้ว รถคันนั้นก็แทบจะขับผ่านไปไม่ได้เลย!
…………………………………………………