Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ

Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ: Chapter 042 ตอนที่ 42

#42Chapter 042

ตอนที่ 42 โดนยิงทั้งคู่

“แกหุบปากไปเลยนะ นางตัวดี แกคิดว่าพ่อฉันผิดจริงๆ หรือไง ถ้าไม่ใช่เพราะพวกพี่โม่ลี่เล่นสกปรก พ่อฉันจะล้มละลายแล้วติดคุกเหรอ” โอวหยางเจียเจียพูดด้วยใบหน้าถมึงทึง นิ้วมือที่วางไว้ในโกร่งไกปืนสั่นเทาขึ้นมาน้อยๆ ด้วยความโมโห

เฉิงหร่านอึ้งไปเล็กน้อย

เธอไม่รู้จริงๆ ว่าพวกเขาทำเรื่องพวกนี้

มู่หรงหมิ่นเห็นท่าทางเหม่อลอยของเฉิงหร่านก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ทั้งโกรธทั้งแค้น “เจียเจีย พวกเราไม่ต้องไปเสียเวลาพูดอะไรไร้สาระกับมันหรอก วันนี้ยิงมันทิ้งให้จบๆ ไปก็พอ!”

โอวหยางเจียเจียได้ฟังคำพูดนี้ของมู่หรงหมิ่นแล้วก็พยักหน้าตอบ ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง “ใช่ วันนี้ต้องฆ่ามันให้ตาย!”

สายตาของเฉิงหร่านฉายรอยตื่นตระหนกขึ้นมาทันที เห็นนิ้วมือที่สั่นเทาน้อยๆ ของโอวหยางเจียเจียขยับเตรียมจะลั่นไกเธอก็รีบตะโกนลั่น “โอวหยางเจียเจีย พวกเธอบ้าไปแล้วเหรอ ฆ่าฉันพวกเธอก็หนีไม่รอดอยู่ดี!”

มือของโอวหยางเจียเจียชะงักกึก ก่อนที่ครู่ถัดมาเธอจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “นางตัวดี หุบปากไปเสีย! วันนี้แกต้องตาย! แกคิดว่าพวกฉันไม่ฆ่าแกแล้วจะมีชีวิตรอดต่อไปได้งั้นเหรอ ถ้าจะให้พวกฉันติดคุกไปตลอดชาติ สู้ฆ่าแกให้จบๆ ไปตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่า!”

“ใช่ ยังไงพวกเราก็ไม่เหลืออะไรแล้ว ปล่อยแกไปพวกเราก็ไม่มีทางรอดอยู่ดี งั้นก็ตายๆ กันไปด้วยกันให้หมดนี่แหละ!” มู่หรงหมิ่นพูดสำทับอย่างเห็นด้วย

ให้จำคุกตลอดชีวิต แบบนี้สู้ฆ่าเฉิงหร่านทิ้งไปเสียยังดีกว่า อย่างน้อยถ้าได้แก้แค้นตอนนี้ ต่อให้ตายก็ตายตาหลับ! มู่หรงหมิ่นคิดแล้วก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้านั้นดูร้ายกาจราวกับมีร่างปีศาจมาเข้าสิง

ใบหน้าของโอวหยางเจียเจียฉายรอยเหี้ยมเกรียมขึ้นมาแว่บหนึ่งก่อนที่ริมฝีปากจะขยับน้อยๆ “ตายเสียเถอะ...”

เฉิงหร่านมองผู้หญิงสองคนนี้ที่เสียสติไปแล้ว ในใจพลันร้อนรนขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ

ในตอนนั้นเอง เธอได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมา “พี่คะ!”

แล้วก็ตอนนี้ด้วยเหมือนกันที่ปืนในมือโอวหยางเจียเจียส่งเสียงดัง ‘ปัง’

เฉิงหร่านไม่ทันได้เห็นอะไรชัดเจน แล้วก็ยังไม่ทันได้เห็นชัดๆ ว่าถังเสวี่ยอยู่ที่ไหน เธอรู้สึกแค่ว่าชาที่หน้าอก จากนั้นความรู้สึกเจ็บปวดที่สะท้านไปถึงใจก็ส่งผ่านมา ก่อนที่เลือดร้อนๆ จะไหลทะลักออกมาจากหน้าอกในเสี้ยววินาทีต่อมา

ร่างของเฉิงหร่านค่อยๆ ล้มตึงลงไปด้านหลัง ในใจมีความคิดหนึ่งผุดเข้ามา ‘นี่คือกำลังจะตายแล้วเหรอ’

ในวินาทีที่กำลังล้มลงกับพื้นนั้น เฉิงหร่านที่เข้าสู่โลกของความมืดมิดไปแล้วได้ยินเสียงตะโกนดังลั่นของไป๋เฮ่าหรานว่า ‘ยัยจอมเพ้อ’

จากนั้น...

จากนั้นเธอก็ไม่ได้ยินอะไรอีก

โอวหยางเจียเจียลั่นไกนัดเดียวก็ยิงถูกตำแหน่งหัวใจของเฉิงหร่านเข้าอย่างจัง พอเห็นร่างของเธอหงายหลังล้มลงกับพื้นไปแล้ว คราวนี้เลยหันปืนไปใส่ถังเสวี่ยที่กำลังวิ่งถลาเข้ามาแล้วยิงไปอีกนัด

เธอตัดสินใจแล้วว่าจะจัดการให้เรียบ อย่างไรเฉิงหร่านก็ตายแล้ว ฆ่าถังเสวี่ยอีกคนก็ไม่มีอะไรเสียหาย ดังนั้นเธอเลยลั่นไกปืนไปโดยไม่ต้องใคร่ครวญใดๆ!

แต่ว่าตอนนี้ไป๋เฮ่าหรานตามมาถึงแล้ว เห็นแบบนี้เขาก็พลันบันดาลโทสะ ชักปืนที่ซ่อนไว้ที่เอวออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยกปืนขึ้นยิงเข้าที่หน้าอกตำแหน่งหัวใจของโอวหยางเจียเจียไปหนึ่งนัด

‘ปัง ปัง’ เสียงปืนดังลั่นขึ้นสองนัด แทบจะตามกันมาติดๆ แต่ปืนในมือไป๋เฮ่าหรานไวกว่าอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าโอวหยางเจียเจียจะเป็นคนเหนี่ยวไกปืนก่อน แต่ก็ยังช้ากว่ากระสุนของไป๋เฮ่าหรานอยู่ดี

เพราะเธอถูกยิงเข้าอย่างกะทันหัน ทำให้ปากกระบอกปืนที่เล็งหัวใจของถังเสวี่ยเคลื่อนไปเล็กน้อย

แต่ถังเสวี่ยก็ยังคงถูกยิงเข้าที่หน้าอกเช่นเดิม ร่างของเธอที่กำลังวิ่งถลาเข้ามาอย่างรวดเร็วพลันล้มตึงกับพื้นทันใด

ตอนที่ถังเสวี่ยล้มลงกับพื้น เธอเงยหน้าขึ้นมามองร่างของเฉิงหร่านที่นอนแน่นิ่งอยู่ไกลออกไป พร้อมกับพึมพำขึ้นเบาๆ ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “พี่...”

หน้าอกของถังเสวี่ยมีเลือดสดๆ ทะลักออกมาเยอะมากเช่นกัน เธอพยายามเงยหน้าขึ้นมาอย่างยากลำบากเพื่อที่จะเหลือบมองผู้ชายหน้าสวยเจ้าของใบหน้าขาวซีดทว่าฉาบไว้ซึ่งรังสีทะมึนคนนั้น

น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงมาจากหางตาโดยไม่รู้ตัว หัวของเธอหนักอึ้ง ก่อนที่ถังเสวี่ยจะไม่รู้สึกตัวอีกและหมดสติไป

หลังจากที่ไป๋เฮ่าหรานหยิบปืนขึ้นมายิงโอวหยางเจียเจีย เขาก็เล็งไปที่มู่หรงหมิ่นที่ตอนนี้หน้าตื่นไปแล้วด้วยความว่องไว นิ้วเรียวขยับลั่นไกน้อยๆ ก่อนที่ปืนจะส่งเสียงออกมาดังปัง

ไป๋เฮ่าหรานกับลูกน้องอีกสองสามคนที่เขาพามาด้วยรีบพุ่งเข้าไปตรงจุดที่เฉิงหร่านนอนอยู่ ระหว่างนั้นไม่ได้เหลือบมองมู่หรงหมิ่นที่ล้มลงกับพื้นไปชั่วขณะเลยแม้แต่แว่บเดียว

ไป๋เฮ่าหรานโผเข้าไปทรุดลงคุกเข่าด้านหน้าร่างของเฉิงหร่านทันที เห็นเลือดสีแดงสดไหลทะลักซึมท่วมหน้าอกของเฉิงหร่านเป็นวงแล้วรู้สึกเพียงว่าปวดหนึบที่หน้าอก นิ้วเรียวอันสั่นเทาเอื้อมไปอังใต้จมูกเฉิงหร่าน เมื่อรับรู้ได้ว่ายังมีลมหายใจรวยรินอยู่ ความรู้สึกกระวนกระวายที่พุ่งขึ้นมาจุกในลำคอก็พลันบรรเทาลงไปเปราะหนึ่ง ทำเอาร่างทั้งร่างของเขาแทบล้ม

“คุณชายรองครับ” สมาชิกในกลุ่ม Hells Angels คนหนึ่งในจำนวนสามคนที่ตามมาด้วยรีบเข้ามาประคองไป๋เฮ่าหรานเอาไว้ทันที

ไป๋เฮ่าหรานปัดมือของคนคนนั้นที่เข้ามาพยุงเอาไว้ ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรกับเขา เด็กหนุ่มก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดต่อสายไปที่โรงพยาบาลด้วยมืออันสั่นเทา หลังจากใช้อิทธิพลของกลุ่มมาเฟียสั่งให้โรงพยาบาลรีบส่งรถมารับโดยเร็วแล้วก็วางสายไป

จากนั้นไป๋เฮ่าหรานก็นึกถึงพี่ชายของเขาที่อยู่ในเมือง A ขึ้นมาทันที ไป๋เฉินซี

ว่ากันตามตรง ไป๋เฉินซีต่างหากที่เป็นหัวหน้าใหญ่คนต่อไปของแก๊งมาเฟีย เขาอยากให้พี่ชายของเขาใช้อิทธิพลส่วนหนึ่งของกลุ่มมาเฟียมาปิดกั้นเส้นทางสัญจรจากชิงเฉิงไปถึงเมือง A ไว้สักพักไปเลยด้วยซ้ำ!

ทำแบบนี้โอกาสที่จะช่วยเฉิงหร่านได้ก็จะยิ่งมีมากขึ้นกว่าเดิม เขากลัวจริงๆ ว่ายายจอมเพ้อของเขาจะหลับตาพริ้มแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างนี้ตลอดกาล

ดังนั้นตอนนี้ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ไป๋เฮ่าหรานก็ไม่สนใจทั้งนั้น

เขาพยายามสงบสติอารมณ์อยู่สักพัก จากนั้นก็ต่อสายหาไป๋เฉินซีทันที

ทันทีที่ต่อติดปลายสายเขาก็ไม่มัวพูดพร่ำทำเพลงอะไรอยู่อีก ไม่อยากเสียงเวลาแม้เพียงวินาทีเดียว เด็กหนุ่มโพล่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย “พี่ พี่รีบช่วยผมเร็วเข้า หยุดการจราจรทุกอย่างตั้งแต่จากบริเวณแถวๆ โรงเรียนมัธยมปลายชิงเฉิงไปจนถึงโรงพยาบาลที่ใจกลางเมืองเดี๋ยวนี้เลย ยัยจอมเพ้อโดนยิง พี่ รีบช่วยผมเร็วเข้า!” น้ำเสียงของไป๋เฮ่าหรานแหบพร่าขึ้นมาหน่อยๆ แล้ว

ไป๋เฉินซีที่อยู่ปลายสายชะงักไปเล็กน้อย พอได้ยินสามคำว่ายายจอมเพ้อเขาก็รู้ทันทีว่าเป็นเฉิงหร่าน!

เพราะไป๋เฮ่าหรานเอาแต่เรียกเด็กผู้หญิงคนนี้ว่ายายจอมเพ้อ ก่อนหน้านี้เวลาคุยกับเขาก็เคยพูดถึงชื่อนี้

ตอนนี้เขารู้ว่าคนที่น้องชายของเขาชอบก็คือเฉิงหร่าน เพราะฉะนั้นเขาเลยเดาออกเหมือนกันว่ายายจอมเพ้อที่ถูกน้องชายของเขาพูดถึงอยู่ตลอดน่าจะเป็นเฉิงหร่าน

ไป๋เฉินซีไม่มัวคิดอะไรมาก แล้วก็ไม่ถามว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นกัน เขาตอบรับคำหนึ่งแล้ววางสายทันที

นิ้วมือเรียวยาวขยับไปมาเลื่อนผ่านหน้าจอโทรศัพท์ไปสองสามหน้าต่าง เมื่อหาเบอร์โทรศัพท์แบบซ่อนเบอร์มาได้แล้วก็ต่อสายออกไป จนกระทั่งต่อติดปลายสาย ไป๋เฉินซีก็ออกคำสั่งไปทันทีโดยไม่ลังเล “ควบคุมการจราจรบนถนนทั้งหมดตั้งแต่บริเวณโรงเรียนมัธยมปลายชิงเฉิงไปจนถึงโรงพยาบาลที่ใจกลางเมืองให้เร็วที่สุด!”

“ครับ! บอส”

ไป๋เฉินซีสั่งการเสร็จแล้วก็กดวางสายทันที เขาไม่ห่วงหรอกว่าลูกน้องใต้บังคับบัญชาของเขาจะทำตามที่เขาสั่งหรือเปล่า

ทุกครั้งขอเพียงจำเป็นต้องควบคุมการจราจรเอาไว้ทันที นั่นหมายความว่ามีคนสำคัญได้รับบาดเจ็บ จำเป็นต้องรีบช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เลยไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามใดๆ หากแต่เป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ

ไป๋เฉินซีลุกขึ้นยืนอยู่ที่ข้างหน้าต่างของห้องทำงานในโรงเรียน ดวงตาเรียวคมหรี่ลงนิดๆ ดูเหมือนว่าเรื่องครั้งนี้เด็กพวกนั้นจะไม่ได้จัดการให้เรียบร้อย

เด็กคนนั้นเพิ่งจะเดินหุนหันออกไปจากโรงเรียนเพียงลำพัง ไม่ทันไรก็เกิดเรื่องขึ้นเสียแล้ว ดูท่าเขาคงต้องสะสางปัญหามากมายก่ายกองที่ผู้หญิงของน้องชายเขาก่อเอาไว้สักหน่อยแล้วล่ะ

ไม่อย่างนั้นต่อไปถ้าเด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ น้องชายเขานั่นแหละจะเป็นคนที่เจ็บปวดมากที่สุด!

ระหว่างที่สายโทรศัพท์ของไป๋เฉินซีเพิ่งตัดไปเป็นระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่นาที

ชาวเมือง A ได้เดือดร้อนกันไปแล้วทั่วทั้งเมือง

…………………………………………………

devc-370efb0d-33501Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ: Chapter 042 ตอนที่ 42