Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ

Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ: Chapter 037 ตอนที่ 37

#37Chapter 037

ตอนที่ 37 กลิ้งตกบันไดไปทั้งคู่

เขามองผู้อำนวยการโรงเรียนด้วยรอยยิ้มสง่างาม สายตาอ่อนโยนและสงบนิ่ง แม้แต่หางตาก็ไม่ชำเลืองมองคุณครูหลี่

คุณครูหลี่โมโหจนหน้าแดงก่ำ ตั้งท่าว่าจะพูดอะไร...

“คุณครูหลี่!” ผู้อำนวยการโรงเรียนเห็นรอยยิ้มสง่างามรอยยิ้มนั้นของไป๋เฉินซีแล้วเขาพลันนั่งไม่ติดอีกต่อไป เขารีบตวาดกร้าวขัดคำพูดที่คุณครูหลี่กำลังคิดจะพูดออกมาเอาไว้

ใบหน้าของคุณครูหลี่เปลี่ยนจากสีแดงเป็นขาวซีด เห็นได้ชัดว่าเธอโกรธไม่เบา

แต่เธอก็ไม่กล้าเถียงผู้อำนวยการโรงเรียนต่อเหมือนกัน เลยได้แต่เก็บความอัดอั้นตันใจนั้นเอาไว้แล้วกระแทกตัวลงนั่งบนโซฟา

ผู้อำนวยการโรงเรียนเหลือบมองคุณครูหลี่ด้วยหางตาทีหนึ่ง ก่อนจะลอบส่ายหน้าเงียบๆ

คุณครูหลี่คนนี้เป็นเลิศด้านการสอนมาก แต่ว่าอารมณ์ร้ายเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ!

เธอไม่รู้เบื้องหลังของไป๋เฉินซีคนนี้ เขาเป็นถึงผู้บริหารของโรงเรียนแห่งนี้ เขารู้ดีเสียยิ่งกว่าอะไร

เหตุผลสำคัญที่สุดที่โรงเรียนแห่งนี้ไม่เกรงกลัวอิทธิพลของตระกูลไหนเลยก็เพราะมีอิทธิพลที่แข็งแกร่งค้ำจุนเอาไว้

และอิทธิพลนั้นก็มีเพียงผู้บริหารของโรงเรียนอย่างเขาเท่านั้นที่รู้ด้วยเหมือนกัน นั่นก็คือตระกูลของไป๋เฉินซีคุณชายผู้ดูสง่างามและสูงส่งที่อยู่ตรงหน้านี้คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

ภายนอกแล้วตระกูลไป๋ดูเหมือนเป็นเครือธุรกิจอันดับสอง ทว่าอิทธิพลหลักของพวกเขาไม่ได้มาจากธุรกิจสีขาวอย่างเดียวหรอก ธุรกิจมืดต่างหากที่เป็นกำลังสำคัญที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขา!

ขอบเขตของอิทธิพลดังกล่าวนั้นคือกลุ่มมาเฟียอันดับหนึ่งในนาม Hells Angels[footnoteRef:1] เชียวล่ะ ตระกูลไป๋ในตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นตระกูลที่เดินทางคู่ขนาดทั้งบนเส้นทางสีขาวและสีดำเลยก็ว่าได้ [1: แก๊งมอเตอร์ไซค์ที่ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มอันตรายเนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมและยาเสพติด ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1948 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก ]

และเขาได้รับข้อมูลใหม่ล่าสุดมาว่าผู้ที่เข้ามารับช่วงต่ออิทธิพลด้านมืดของตระกูลไป๋ไปก็คือไป๋เฉินซีที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศคนนี้ ที่เขาเข้ามาทำงานที่โรงเรียนแห่งนี้แค่เพียงเพราะต้องการสถานภาพอย่างหนึ่งที่เป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น

ไป๋เฉินซีมองดูผู้อำนวยการโรงเรียนที่สภาพอารมณ์กำลังปั่นป่วน ใบหน้าของเขายังคงรอยยิ้มสง่างามไว้เช่นเดิม ก่อนที่น้ำเสียงเรียบเฉยนั้นจะดังขึ้นมาอย่างถูกจังหวะเวลา “ไม่ทราบว่าผู้อำนวยการยังมีปัญหาอย่างอื่นอีกหรือเปล่าครับ ถ้าไม่มีแล้ว งั้นเป็นอันว่าเรื่องนี้ก็ตกลงกันตามนี้นะครับ!”

รอยยิ้มบนใบหน้าของผู้อำนวยการโรงเรียนดูเจื่อนไปเล็กน้อย เขารีบพยักหน้าและตอบกลับอย่างรวดเร็ว “เรื่องของนักเรียนเฉิงขอแค่จัดการให้เรียบร้อยได้ โรงเรียนไม่ได้รับผลกระทบอะไร ทางโรงเรียนก็จะไม่ลงโทษอะไรนักเรียนเฉิงแน่นอน!”

“แบบนี้ดีที่สุดเลยครับ” ไป๋เฉินซีพูดจบก็ยิ้มกว้างแล้วเหลือบขึ้นเล็กน้อยมองหานอวี่เจ๋อกับเพื่อนและเฉิงหร่านที่มีท่าทีแตกต่างกันไป โดยหลักแล้วเขากวาดตามองรอบๆ ตัวของหานอวี่เจ๋อกับเฉิงหร่านรอบหนึ่ง เรียวปากบางกระตุกยิ้มนิดๆ จากนั้นชายหนุ่มก็หมุนตัวเดินออกไป

“ครูไป๋คะ ทำไมครูต้องช่วยหนูด้วยล่ะ” เฉิงหร่านถามพลางขมวดคิ้วมุ่น

ไป๋เฉินซีเพียงแค่ชะงักฝีเท้าเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากนั้นก็เดินต่อไปด้านหน้า ไม่ตอบอะไร เขาสาวเท้าเดินออกจากประตูห้องผู้อำนวยการโรงเรียนไปด้วยความเร็วที่ไม่รีบร้อนหรือเชื่องช้าจนเกินไป

เฉิงหร่านมองตามร่างของไป๋เฉินซีที่เดินจากไปแล้วก็เหม่อลอยไปเล็กน้อย ทันใดนั้นเธอก็พลันรู้สึกเจ็บที่เอว เฉิงหร่านไม่ทันได้ป้องกันตัว ความเจ็บปวดนี้เล่นเอาใบหน้าของเธอเหยเกไปบ้างทีเดียว

ชั่วขณะนั้น เฉิงหร่านได้สติกลับมา เธอหันไปมองค้อนมือข้างที่ชักกลับไปอย่างใจเย็นข้างนั้นของหานอวี่เจ๋อ อารมณ์โมโหพลันพลุ่งพล่านขึ้นในใจอย่างไม่อาจควบคุมได้ เด็กสาวตวาดลั่น “พี่หานอวี่เจ๋อ ทำอะไรของพี่เนี่ย”

ห้องทำงานที่ตอนแรกเงียบกริบอย่างน่าประหลาดเพราะการจากไปของไป๋เฉินซีเลยถูกทำลายความเงียบลงไปด้วยเสียงตวาดของเฉิงหร่านด้วยประการฉะนี้!

สายตาของผู้อำนวยการโรงเรียนและคนอื่นๆ ล้วนแต่จับจ้องมาที่เธอ

เฉิงหร่านไม่เห็นใครอยู่ในสายตาสักคน ดวงตาดอกท้อที่เปี่ยมล้นด้วยความขุ่นเคืองคู่นั้นกำลังจ้องเขม็งไปที่หานอวี่เจ๋อ!

หานอวี่เจ๋อเห็นเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าทำหน้าถมึงทึงแบบนั้น ในใจก็ไม่ได้รู้สึกผิดแม้แต่น้อย สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉยเช่นเดิม ถึงขนาดที่ว่าอมยิ้มพึงพอใจที่มุมปากด้วยซ้ำ

ใครใช้ให้ยายบ้านี่เอาแต่มองผู้ชายคนอื่นล่ะ

เขาแค่ลงโทษนิดๆ หน่อยๆ ก็เท่านั้น คุณชายหานคิดพลางทำหน้าเย็นชาระคนหยิ่งยโส

พอเฉิงหร่านเห็นว่าผู้ชายเฮงซวยคนนี้ดันยิ้มออกมา หนำซ้ำรอยยิ้มนั้นที่มุมปากยังเหมือนว่ากำลังเหยียดหยันอีกต่างหาก ไฟโทสะลุกโหมขึ้นในใจเธอทันที ในตอนที่กำลังคิดว่าจะทำอะไรสักอย่างเพื่อระบายอารมณ์...ก็เห็นว่าผู้ชายเฮงซวยคนนี้หมุนตัวเดินลอยหน้าลอยตาออกไปแล้ว

เฉิงหร่านในเวลานี้ก็ไม่อาจรักษาภาพพจน์กุลสตรีเอาไว้ได้อีกแล้วเหมือนกัน เธอออกวิ่งตามไปทันที

จี้เซียวกับคนอื่นอีกสองคนที่ยืนอยู่ตรงประตูรีบหลบทางให้ เงยหน้าขึ้นมามองอีกทีก็เห็นแค่ว่าเฉิงหร่านตั้งหน้าตั้งตาวิ่งเข้าใส่หานอวี่เจ๋อแล้ว!

เด็กหนุ่มสามคนสบตากันทีหนึ่ง ต่างคนต่างยักไหล่อย่างเอือมระอา จากนั้นจึงค่อยๆ เดินออกจากห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงเรียนไปอย่างไม่รีบร้อน

ตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้พวกเขาไม่แม้แต่จะชำเลืองมองผู้อำนวยการโรงเรียนด้วยหางตาเลยด้วยซ้ำ เข้ามาแล้วก็จากไปกันทั้งอย่างนี้!

ผู้อำนวยการโรงเรียนเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเช่นกัน ตอนนี้เขากำลังคิดหาคำตอบอยู่ว่าเฉิงหร่านมีความสัมพันธ์อะไรกับตระกูลไป๋กันแน่!

จะไปมีเวลามาสนใจอากัปกิริยาของคุณชายสองสามคนนี้ได้อย่างไร ผู้อำนวยการโรงเรียนเองก็ยุ่งมากเหมือนกันนะ!

มาพูดถึงทางฝั่งของเฉิงหร่านกันบ้าง เธอวิ่งสุดแรงไล่ตามหลังหานอวี่เจ๋อไป

หานอวี่เจ๋อไม่ได้ตั้งใจจะหนี ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าเฉิงหร่านจะวิ่งไล่ตามเขามาทัน

แต่เขาไม่ได้หันกลับไปมอง ยังคงก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆ ในจังหวะการเดินสบายๆ

เขาอยากรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงคนนี้ตามมาทันแล้วจะทำอย่างไรต่อ! คุณชายหานคิด ขณะที่ใบหน้าฉายรอยเย็นชาระคนเย่อหยิ่ง

เฉิงหร่านโมโหเพราะหานอวี่เจ๋อแล้วจริงๆ ตอนนี้เธอไม่สนใจแล้วเหมือนกันว่าจะอยู่ในโรงเรียนหรือเปล่า ภาพที่เธอเห็นคือหานอวี่เจ๋อกำลังเดินผ่านระเบียงทางเดินหน้าห้องทำงานผู้อำนวยการโรงเรียนและเข้าไปยังบริเวณลานกว้างของโรงเรียน

ที่นั่นเป็นทางเดินที่นักเรียนจากห้องต่างๆ และระดับชั้นต่างๆ จะต้องเดินผ่าน ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน เพราะฉะนั้นที่ตรงนั้นเลยไม่มีใคร

แต่เฉิงหร่านก็ไม่อยากวิ่งไปหาเรื่องหานอวี่เจ๋อตรงบริเวณลานโล่งแบบนั้นด้วยเหมือนกัน ถ้าเกิดถูกคนมาเห็นเข้าพอดี ไม่รู้เลยว่าจะเอาไปแต่งเป็นเรื่องราวแบบไหนอีก

แม้ว่าหานอวี่เจ๋อจะเดินนำหน้าเฉิงหร่านอยู่เพียงไม่กี่ก้าว แต่ช่วยไม่ได้ คนเขาตัวสูงขาเลยยาวนี่ อีกฝ่ายแค่เดินช้าๆ สบายๆ ทว่าเฉิงหร่านกลับต้องวิ่งตาม เรื่องนี้ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าให้เป็นละครโศกนาฏกรรมฉากหนึ่ง!

เฉิงหร่านกัดฟันกรอด พุ่งเข้าไปเหมือนกับสายลมด้วยกำลังที่มีอยู่เพียงน้อยนิดเหมือนเด็กที่ยังไม่หย่านม ขาสองข้างวิ่งจ้ำไปด้านหน้า มือเล็กเอื้อมออกไปตั้งใจว่าจะคว้าคอเสื้อด้านหลังของหานอวี่เจ๋อเอาไว้ให้เขาหยุดเดิน

แต่ที่เธอนึกไม่ถึงก็คือ...จู่ๆ หานอวี่เจ๋อที่อยู่ด้านหน้าจะหยุดเดินกะทันหัน แต่เขายังคงไม่หันหน้ากลับมาเหมือนเดิม

เฉิงหร่านเบิกตาโพลง เธออยากหยุดร่างกายที่กำลังกระโจนอยู่กลางอากาศแบบนี้เอาไว้ แต่ว่า...

ให้ตายเถอะ! เธอควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้ เลยได้แต่มองตัวเองพุ่งเข้าหาแผ่นหลังของหานอวี่เจ๋อไปทั้งอย่างนั้น

ที่หานอวี่เจ๋อหยุดเดินนั่นเพราะเขารู้สึกได้ว่าเสียงฝีเท้าที่ตามมาด้านหลังหายไป แต่เขาไม่ได้หันกลับไปมองในทันที เขาเงี่ยหูฟังอยู่สักพัก ดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างกำลังบินเข้ามาอย่างรวดเร็วและพุ่งเข้ามาพร้อมกับสายลม

หานอวี่เจ๋อขมวดคิ้วฉับเพิ่งคิดว่าจะหันกลับไปดูว่าตกลงแล้วมันเรื่องอะไรกันแน่! ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าแผ่นหลังถูกกระแทกอย่างแรง ขณะที่บริเวณลำคอก็มีมือคู่หนึ่งบีบรัดลำคอของเขาเอาไว้แน่นด้วยเช่นกัน

เมื่อถูกกระแทกเข้าไปอย่างแรงขนาดนั้นโดยไม่ได้ตั้งตัว หานอวี่เจ๋อยังไม่ทันได้คิดอะไรมากมาย เขาก็พลันเสียหลักถลาไปด้านหน้าพร้อมกันกับคนที่อยู่ด้านหลัง

พวกจี้เซียวคอยเดินตามสองคนนั้นมาอย่างไม่รีบร้อน พอเห็นว่าร่างของเฉิงหร่านโผขึ้นจากพื้นแล้วพุ่งเข้าไปหาหานอวี่เจ๋อแล้วหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ล้มคะมำลงไปพร้อมๆ กัน และหายตัวไปจากบริเวณสุดขอบระเบียงทางเดินด้านหน้าห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงเรียนในชั่วพริบตา

เด็กหนุ่มสามคนชะงักไปทันที หลังจากนั้นแต่ละคนก็ตั้งสติได้ พวกเขารีบวิ่งตามออกไปทันที

เฉิงหร่านรัดคอหานอวี่เจ๋อไว้แน่นไม่กล้าปล่อยมือ ทั้งคู่กลิ้งตกจากบันไดหินแห่งหนึ่งลงไปด้วยกัน เธอกัดฟันแน่นเพื่อกลั้นความเจ็บปวดที่ร่างกายครูดไถไปกับขั้นบันไดหินเอาไว้ โดยที่มือทั้งสองข้างยังคงล็อกคอหานอวี่เจ๋อเอาไว้ไม่ปล่อย

ซึ่งเธอเองก็ไม่กล้าปล่อยมือด้วยเหมือนกัน เธอกลัวว่าทันทีที่ตัวเองปล่อยมือออกก็จะถูกแรงกระแทกมหาศาลนี้เหวี่ยงให้กระเด็นออกไป

เพราะจู่ๆ เฉิงหร่านก็พุ่งเข้ามาชนอย่างแรง ประกอบกับที่หานอวี่เจ๋อถูกเฉิงหร่านรัดคอเอาไว้ด้วยมือสองข้าง ตอนนั้นพวกเขาสองคนกำลังอยู่ด้านหน้าบันไดหินแห่งหนึ่งพอดี พอหานอวี่เจ๋อเสียหลักก็เลยพลัดตกลงไปทันที ตอนนี้เขาไม่สามารถต้านทานแรงหมุนคว้างอย่างรวดเร็วของร่างกายได้เลย

เฉิงหร่านรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองกับหานอวี่เจ๋อกลิ้งผ่านบันไดหินไปประมาณห้าหกขั้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็กลิ้งเข้าไปในบริเวณสนามหญ้า

ทันทีที่เฉิงหร่านกลิ้งมานอนแน่นิ่งบนพื้นสนามหญ้า เธอก็ฝืนกลั้นความเจ็บปวดที่ส่งผ่านมาจากร่างกายเอาไว้และปล่อยมือที่ล็อกคอหานอวี่เจ๋อเอาไว้ออก จากนั้นก็พลิกตัวขึ้นมานั่งคร่อมบนแผ่นหลังของหานอวี่เจ๋ออย่างรวดเร็ว

เพราะเฉิงหร่านเป็นคนเข้ามาล็อกคอหานอวี่เจ๋อก่อน ตอนที่เธอพลัดตกลงมา คุณชายหานผู้โชคร้ายยังเป็นคนถูกทับอยู่ด้านล่างอีก!

หานอวี่เจ๋อพลัดตกลงมาก็รู้สึกว่าร่างกายอาการไม่ค่อยดีแล้ว เพราะเฉิงหร่านทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดมาบนร่างเขา

เขาที่กลิ้งมาอยู่บนสนามหญ้ายังรู้สึกมึนหัวอยู่บ้าง พอรู้สึกได้ว่าคนที่อยู่บนหลังผละออกไปจากร่างของตัวเอง ตอนที่เขากำลังตั้งท่าจะลุกขึ้นก็ดันรู้สึกว่ามีน้ำหนักกดทับลงมาบนแผ่นหลังอีกครั้ง

หานอวี่เจ๋อไม่ทันได้ตั้งตัว เขาสบถเสียงเย็นในลำคอออกมาทีหนึ่งอย่างไม่สบอารมณ์ทันที

…………………………………………………

devc-370efb0d-33501Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ: Chapter 037 ตอนที่ 37