Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ

Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ: Chapter 039 ตอนที่ 39

#39Chapter 039

ตอนที่ 39 คิดจะมาคาบเหยื่อของเขาไปกินอย่างนั้นเหรอ

ตอนนี้ในใจของเฉิงหร่านอัดแน่นไปด้วยความโมโห!

เธอโกรธตัวเอง โกรธหานอวี่เจ๋อ ยิ่งไปกว่านั้นคือโกรธที่ถูกนักเรียนมากมายขนาดนั้นมุงดูอยู่ แล้วก็โกรธที่ถูกเพื่อนสนิทที่โตด้วยกันมาตั้งแต่เด็กเห็นกับตาด้วย!

เฉิงหร่านยืนขึ้นแล้วกวาดตามองรอบๆ ทีหนึ่ง เธอเห็นว่าสีหน้าของใครหลายคนทั้งฉายรอยรังเกียจและขุ่นเคือง อีกทั้งส่วนหนึ่งยังเป็นเพื่อนในห้องของเธอด้วย แล้วเธอก็เห็นถังเสวี่ยอยู่ในกลุ่มคนพวกนั้นด้วยเหมือนกัน เด็กสาวคนนั้นกำลังมองเธอด้วยสีหน้าประหลาด

สายตาของเฉิงหร่านเลื่อนไปมองที่ใบหน้ามึนตึงของไป๋เฮ่าหรานอีกครั้ง รวมถึงหานอวี่เจ๋อที่ถูกตัวเองผลักไปเสียเต็มแรงแล้วตอนนี้ยังคงนั่งแหมะอยู่บนพื้นอยู่เหมือนเดิมไม่ได้ลุกขึ้นมาด้วย

เฉิงหร่านขบเม้มริมฝีปากเข้าหากัน ตรงไปยังประตูทางออกใหญ่ของโรงเรียนโดยไม่พูดอะไรสักคำ เธอไม่สนใจแล้วเหมือนกันว่าคนที่มุงดูอยู่รอบๆ จะพูดถึงเธอกับหานอวี่เจ๋อว่าอะไรบ้าง!

เธอไม่ปฏิเสธหรอกว่าตอนที่เธอถูกแย่งจูบไป ในใจไม่ได้รู้สึกขัดขืนสักเท่าไร

ตั้งแต่ตอนนั้นเธอก็รู้แล้วว่าเธอไม่ได้รู้สึกกับหานอวี่เจ๋อเหมือนเดิมอีกแล้ว

แต่ว่าตอนนี้เธอไม่อยากเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่น่าอึดอัดแบบนี้จริงๆ เธอต้องหาที่เงียบๆ สักแห่ง แล้วก็ต้องจัดการกับความรู้สึกของตัวเองให้เรียบร้อยด้วย!

หานอวี่เจ๋อเห็นเฉิงหร่านผลักตัวเองเต็มแรง แถมตอนนี้ยังมาเดินหนีไปไม่พูดไม่จาอะไรสักคำแบบนี้อีก ดวงตาดำขลับพลันตวัดมองไปที่ผู้ชายหน้าสวยเหมือนปีศาจที่อยู่ในฝูงชนทันที!

เขารู้ เฉิงหร่านทำตัวแปลกไปก็เพราะเห็นผู้ชายคนนั้น

ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกัน

หานอวี่เจ๋อหรี่ตาลงก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้น เขาตะโกนเรียกเฉิงหร่านเสียงเย็นโดยไม่สนใจกลุ่มคนที่ยืนมุงอยู่รอบๆ แม้แต่น้อย “เฉิงหร่าน นี่มันอะไรกัน”

เฉิงหร่านชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย เธอรู้ว่าหานอวี่เจ๋อพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร เขากำลังถามเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับไป๋เฮ่าหราน!

เฉิงหร่านคิดเพียงเท่านี้ก็พาลโมโหขึ้นมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ อะไรของเขาน่ะ

ถ้าเธอเป็นอะไรกับไป๋เฮ่าหรานจริงๆ แบบนั้นยังจะยอมให้เขามาเอาเปรียบตัวเองอีกเหรอ

อย่าบอกนะว่าในสายตาเขาเธอเป็นผู้หญิงใจง่ายขนาดนั้นเลย

เฉิงหร่านหันขวับอย่างขุ่นเคือง น้ำเสียงโกรธเกรี้ยวทั้งยังสั่นเครืออย่างที่ไม่อาจอดกลั้นเอาไว้ได้ “พี่หานอวี่เจ๋อ พี่มันคนเฮงซวย!”

เฉิงหร่านพูดจบก็ไม่สนใจดูแล้วว่าหานอวี่เจ๋อจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เธอสาวเท้าฉับๆ ตรงออกไปจากโรงเรียน มือข้างหนึ่งยกขึ้นผลักนักเรียนคนที่ขวางทางอยู่ จากนั้นก็เดินออกไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมาอีกเลย

หานอวี่เจ๋อนิ่งอึ้งอยู่กับที่ เห็นร่างของเฉิงหร่านหายลับออกไปอย่างรวดเร็วแล้วในใจก็พาลรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล

อันจื่อเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย ตอนแรกเขาไม่อยากสนใจเรื่องนี้ แต่เพราะจี้เซียวเป็นคนชอบก่อเรื่อง ส่วนโม่ลี่ก็เป็นคนเงียบๆ ไม่พูดไม่จา ที่นี่เลยมีแต่เขาที่ยังพอพูดอะไรได้บ้าง

คิดเพียงเท่านี้เด็กหนุ่มก็เดินเข้าไปก้าวหนึ่งแล้วเอื้อมมือไปตบไหล่หานอวี่เจ๋อเบาๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไร “อวี่เจ๋อ ครั้งนี้นายเป็นคนผิดนะ ทำไมนายถึงไปถามเสียวหร่านแบบนี้ล่ะ นายจะให้น้องเขาคิดยังไง”

หานอวี่เจ๋อขบเม้มเรียวปากบางเข้าหากันแน่น ไม่ตอบอะไร เพียงแต่ช้อนสายตาขึ้นมองไป๋เฮ่าหรานที่ยืนนิ่งอยู่ไม่แม้แต่จะกระดุกกระดิกด้วยนัยน์ตาล้ำลึกคู่นั้น

สายตานั้นเรียกได้ว่าคมกริบและยะเยือกทีเดียว

ไป๋เฮ่าหรานยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นตั้งแต่เกิดเรื่องจนกระทั่งตอนนี้เฉิงหร่านเดินผลุนผลันจากไปแล้ว

ดวงหน้าสวยหวานนั้นยังคงมึนตึงอยู่เหมือนเดิม ตอนนี้พอเห็นว่าหานอวี่เจ๋อจ้องมองมาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร เขาก็แสยะยิ้มเย็นออกมาในใจ

เขารู้จักผู้ชายคนนี้แน่นอนอยู่แล้ว หานอวี่เจ๋อ ทายาทคนถัดไปที่จะมารับช่วงต่อกิจการของตระกูลหาน ตระกูลอันดับหนึ่งจากสิบตระกูลเจ้าของเครือธุรกิจใหญ่

นับแต่วันที่หานอวี่เจ๋อกับเพื่อนของเขาไปที่สวนสนุกเทียนเยวี่ยด้วยกันกับเฉิงหร่าน หลังจากที่เขารู้เรื่อง เขาก็สั่งให้คนไปพลิกแผ่นดินหาข้อมูลทุกอย่างมาหมดแล้ว

ตอนแรกเขาคิดว่าเฉิงหร่านแค่อยู่คนเดียวนานเกินไป ส่วนเขาก็เพิ่งแยกไปอยู่เมืองอื่น เธอไม่มีเพื่อนเล่น เขาเลยไม่ได้สนใจการปรากฏตัวของคนพวกนี้

แต่ให้คิดอย่างไรก็นึกไม่ถึงเลยว่าระหว่างทางที่เขากำลังมาที่โรงเรียนเมื่อครู่นี้ เขาจะได้รับรายงานอย่างหนึ่งที่ลูกน้องไปค้นหามาได้ นั่นคือเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเฉิงหร่านในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทั้งเรื่องใหญ่และเรื่องเล็ก

เรื่องที่ตอนแรกดูเหมือนไม่มีอะไร มาตอนนี้เขาถึงได้มารู้เข้าว่าผู้หญิงของเขาได้ถูกผู้ชายเจ้าเล่ห์คนนี้เข้ามาตอแยด้วย แถมยังคิดจะมาคาบเหยื่อของเขาไปกินอีก!

แบบนี้มันให้อภัยไม่ได้!

เขาสั่งให้คนขับหยุดรถทันที ให้คนขับไสหัวไป แล้วเขาก็บึ่งรถมาที่โรงเรียนเอง เพียงแต่นึกไม่ถึงว่ายังช้าไปก้าวหนึ่งอยู่ดี ผู้หญิงของเขาดันถูกคนอื่นตัดหน้าไปก่อนแล้ว!

ถ้าแค่นี้ก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ไอ้ผู้ชายที่เข้ามาตีท้ายครัวเขาดันมองเขาด้วยสายตาเหมือนว่าตัวเองเป็นเจ้าของเฉิงหร่านอีกต่างหาก เรื่องนี้คุณชายรองแห่งตระกูลไป๋รับไม่ได้จริงๆ!

ตอนนี้เหลือบมองสายตาเค้นหาคำตอบที่อวี่เจ๋อส่งมาแล้ว ผืนหมอกอึมครึมบนใบหน้าของไป๋เฮ่าหรานก็พลันจางหายไป ดวงหน้าสดสวยราวปีศาจนั้นค่อยๆ แสยะยิ้มออกมา ริมฝีปากสีแดงก่ำกระตุกขึ้นน้อยๆ ที่มุมปาก เผยให้เห็นเป็นเส้นโค้งที่ดูกวนประสาทเส้นหนึ่ง

หลังจากที่เหลือบมองหานอวี่เจ๋อหน้าเสียไปชั่วขณะด้วยความรู้สึกพึงพอใจแล้วนั้น ไป๋เฮ่าหรานถึงได้ล้วงมือสองข้างลงในกระเป๋ากางเกงแล้วหมุนตัวด้วยท่วงท่าสง่างาม มุ่งหน้าไปยังประตูใหญ่ของโรงเรียนด้วยจังหวะก้าวเดินที่ไม่เร็วไม่ช้า

คำพูดแค่เพียงประโยคเดียวเขาก็ยังขี้เกียจจะทิ้งเอาไว้ กล้ามากที่มาคาบเหยื่อของเขาไปกิน เขาไม่คิดจะปล่อยผู้ชายคนนี้ไปง่ายๆ หรอก!

รอให้เขาตามยายจอมเพ้อกลับมาลองถามให้รู้เรื่องก่อนเถอะ เดี๋ยวเขาจะมาคิดบัญชีกับผู้ชายคนนี้!

เหอะ! คาบเหยื่อของเขาไปกินก็ต้องชดใช้

จี้เซียวยกมือสองข้างขึ้นกอดอกพร้อมกับเอ่ยปากพูดด้วยท่าทางสบายๆ “เขาลือกันว่าคุณชายรองตระกูลไป๋หน้าสวยกว่าผู้หญิงตั้งสามส่วน วันนี้พอได้เจอแล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วย! เฮ้อ ให้ตาย หน้าตาแบบนี้...นี่ถ้าฉันไม่ได้ชอบแค่ผู้หญิงละก็นะ ตอนนี้เห็นทีคงจะเปลี่ยนรสนิยมแล้วเหมือนกัน”

โม่ลี่ชำเลืองมองทีหนึ่งด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ยืนดีๆ หน่อย ไม่งั้นฉันจะสงสัยแล้วนะว่านายแอบคิดอะไรกับฉันหรือเปล่า!”

จี้เซียวหัวเราะคิกคักก่อนจะเหยียดตัวตรง ก่อนหน้านี้เขาเอาแต่โน้มตัวมาพิงไหล่โม่ลี่ ตอนนี้มาดูอีกทีก็ดูเหมือนว่าจะดูทะแม่งๆ อย่างนั้นจริงๆ... “สบายใจได้ ต่อให้ฉันเบี่ยงเบนฉันก็ไม่ไปหานายหรอก นายหน้าตาปลอดภัยเกินไป ฉันคิดอะไรด้วยไม่ไหว”

ใบหน้าของโม่ลี่ขึ้นสีเขียวคล้ำทันที พูดแบบนี้หมายความว่าอะไร จะบอกว่าเขาขี้เหร่เหรอ

รนหาที่ตายจริงๆ!

อันจื่อเฉินเหลือบมองจี้เซียวที่ยกมือขึ้นกุมหัวเหมือนหนูหนีตายแว่บหนึ่งอย่างเอือมระอา เห็นโม่ลี่พุ่งเข้าไปลงไม้ลงมือกับเขาโดยไม่ปรานีแล้วก็กระตุกยิ้มมุมปากอย่างอดไม่ได้ ก่อนที่จะละสายตากลับมาแล้วมองไปทางประตูโรงเรียนที่ร่างของไป๋เฮ่าหรานหายไปตรงนั้นพลางพูดขึ้นเสียงเรียบ “อวี่เจ๋อ เขาน่าจะเป็นคนจากตระกูลไป๋ ได้ยินมาว่าคุณชายใหญ่ของตระกูลไป๋ก็กลับมาแล้วเหมือนกัน เพียงแต่โลกภายนอกยังไม่มีข่าวของเขาแพร่ออกมา แต่ฉันว่าคุณชายใหญ่ตระกูลไป๋คนนี้น่าจะเป็นคุณครูไป๋ที่อยู่ในโรงเรียนเรานี่แหละ!”

ทันทีที่พูดคำพูดนี้ออกไป จี้เซียวกับโม่ลี่ที่ตีกันอยู่ก็หยุดทะเลาะกันด้วยเช่นกัน ต่างคนต่างมองอันจื่อเฉินด้วยสายตาค่อนข้างประหลาด

หานอวี่เจ๋อได้ฟังแล้วสีหน้าที่เรียบเฉยมาตลอดก็วูบไหวไปเล็กน้อย เรียวปากบางเผยอออกน้อยๆ ก่อนจะถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ “นายบอกว่าไป๋เฉินซีคือคุณชายใหญ่ของตระกูลไป๋งั้นเหรอ”

อันจื่อเฉินเชิดหน้าขึ้นนิดๆ แน่นอนว่าเขารู้ว่าตอนนี้หานอวี่เจ๋อกำลังคิดอะไรอยู่ ตั้งแต่ที่เขารู้ตัวว่าตัวเองชอบเฉิงหร่าน เขาก็แอบไปสืบเรื่องของเฉิงหร่านมาแล้ว แม้ว่าข้อมูลจะไม่มาก แต่สำหรับเขาถือว่าเพียงพอแล้ว

เขารู้ว่าตระกูลเฉิงกับตระกูลไป๋ไม่ได้มีมิตรภาพที่ดีต่อกันธรรมดาๆ เหมือนอย่างที่คนนอกพูดกันเท่านั้น ความสัมพันธ์ดังกล่าวอาจจะซับซ้อนยิ่งกว่านั้น ดูจากเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในโรงเรียนสองครั้งนี้เป็นต้น ตระกูลไป๋ยื่นมือเข้ามาจัดการโดยไม่ลังเล เรื่องแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนที่สนิทกันทั่วไปจะทำให้กันได้โดยไม่ต้องคิดมาก

ต้องรู้ก่อนว่าตระกูลใหญ่เวลาทำอะไรมักจะเห็นแก่ตัวกว่าคนอื่นอยู่หน่อย ส่วนมากถ้าเป็นเรื่องที่สร้างความเดือดร้อนให้ตระกูลของตัวเอง พวกเขาล้วนแต่จะหลีกเลี่ยงโดยไม่ลังเล การเลือกที่จะนิ่งดูดายต่างหากที่เป็นวิธีการปฏิบัติโดยพื้นฐานของตระกูลใหญ่

ทว่าครั้งนี้ ตระกูลไป๋เป็นฝ่ายเสนอตัวเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง อีกทั้งหลังจากจบเรื่องแล้วก็ยังไม่มีเงื่อนไขใดๆ มาผูกมัดอีก สิ่งนี้กำลังบ่งบอกถึงอะไรอยู่กัน

มันทำให้รู้ว่าตระกูลไป๋กับตระกูลเฉิงรวมกันเป็นหนึ่งเดียวแล้วน่ะสิ เวลาที่มีเรื่องเดือดร้อนอะไรก็จะเผชิญไปด้วยกัน...

…………………………………………………

devc-370efb0d-33501Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ: Chapter 039 ตอนที่ 39