เธอกลับมาเทพ

เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 12

#12เธอกลับมาเทพ

ตอนที่ 12 อวี้ซีเหิง “...ขึ้นรถ”

ถ้าเย่ว์หลานจิวเวลรี่และจิงเฉิงพร็อพเพอร์ตี้ตกอยู่ในมือของซือฝูชิงคงล้มไม่เป็นท่าภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีแน่นอน

คนไร้ความสามารถอย่างซือฝูชิง การเรียนไม่ได้เรื่อง ต่อสู้ก็ไม่เป็น คนแบบนี้จะดูแลกิจการบริษัทได้ที่ไหนกัน

ถ้าตกอยู่ในมือเธอจริงๆ คงจบเห่

พอคุณนายจั่วได้ยินดังนั้นก็เห็นด้วย ค้นหาเบอร์โทรของซือฝูชิงแล้วรีบกดโทรออกในทันที

ตอนที่ซือฝูชิงได้รับโทรศัพท์เป็นตอนที่เธอกำลังต่อรองราคากับเถ้าแก่ร้านขายอุปกรณ์โลหะอยู่ “เถ้าแก่ ถูกลงหน่อยเถอะ ตรงนี้ขึ้นสนิมแล้ว ขายห้าหยวนยังได้กำไรเลย”

เถ้าแก่เห็นเธอใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวซีด แถมเป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวน้อยๆ คนหนึ่งเลยโบกมือยกให้อย่างใจอ่อน “ก็ได้ๆ เอาไปเถอะๆ”

สุดท้ายซือฝูชิงก็ใช้เงินเพียงห้าสิบหยวนซื้ออุปกรณ์ได้กองหนึ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกประสบความสำเร็จในการต่อรองราคา

พอเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอจึงกดรับโดยไม่ได้ดูชื่อปลายสายเลยสักนิด

“ซือฝูชิง เดี๋ยวเธอแวะมาที่นี่หน่อย” หลังจากรับสาย คุณนายจั่วก็พูดด้วยน้ำเสียงราวกับอยู่ในสถานะที่สูงส่งกว่าเล็กน้อย “ทางนี้มีเรื่องอยากหารือกับเธอ เรื่องเกี่ยวกับท่านผู้เฒ่า”

“อยากให้ฉันไปหาเหรอ ได้สิ” ซือฝูชิงทัดผมตรงข้างหูก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้ม “ถ้าขอร้อง ฉันก็จะกลับไป”

หลังจากนั้นปลายสายก็มีเสียงตึงดังแว่วมา ตามด้วยเสียงตัดสายตู้ดๆ ทันที

ซือฝูชิงบล็อกเบอร์โทรศัพท์ เอ่ยเสียงเรียบ “ความอดทนมีแค่นี้?”

เธอยัดโทรศัพท์เก็บเข้ากระเป๋ากางเกงพลางมุ่นคิ้ว

ตระกูลจั่วอยากให้เธอกลับไปในเวลานี้ต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับมรดกของท่านผู้เฒ่าจั่วแน่นอน คิดว่าสมบัติที่ยกให้เธอคงมีไม่น้อย

เธอสงสัยว่าการตายของท่านผู้เฒ่าจั่วดูผิดปกติ

แต่ในขณะเดียวกันก็นึกประหลาดใจว่าทำไมท่านผู้เฒ่าจั่วถึงดีกับเธอมากขนาดนี้

คงต้องหาข้ออ้างไปดูร่างของท่านผู้เฒ่าจั่วหน่อยแล้ว

ซือฝูชิงเอนหลังพิงกำแพง เหม่อมองท้องฟ้าพลางขบคิด ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อเธอ “คุณซือ”

พอหันไปก็เห็นรถเก๋งซีดานสีดำสนิทคันหนึ่งจอดอยู่ตรงหน้า

เมื่อกระจกลดลงก็เห็นเฟิ่งซานนั่งอยู่ฝั่งคนขับ

เขาเห็นซือฝูชิงแบกอุปกรณ์โลหะกองโตไว้ด้านหลัง อีกทั้งในนั้นยังมีค้อนยักษ์ด้ามหนึ่งอีกด้วยเขาเงียบไปสักครู่ก่อนเอ่ยถาม “คุณซือมาที่นี่...”

“อ๋อ” ซือฝูชิงถอนหายใจ “กำลังคิดอะไรพลางดื่มด่ำกับทิวทัศน์อยู่ ถึงขนาดรู้สึกอยากแต่งกลอนด้วยเลยเนี่ย โทษทีๆ”

เฟิ่งซาน “...”

“ไม่ต้องสนใจฉันหรอก” ซือฝูชิงโบกมือให้เขา “ปล่อยให้ฉันคิดต่ออีกครู่หนึ่งก็แล้วกัน”

เฟิ่งซานยังไม่ทันพูดอะไร ประตูด้านหลังก็ถูกเปิดออก

ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งสวมชุดสูทพร้อมรองเท้าหนังปรากฏกายขึ้น

เขานั่งเงียบๆ อยู่ด้านใน แสงเงาสะท้อนตกกระทบสันจมูกของเขาขับให้ดูหล่อเหลา สง่างาม สูงส่งจนเหมือนภาพลวงตา

อวี้ซีเหิงเหลือบมองมาทางซือฝูชิง พูดสั่งด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยพลัง “ขึ้นรถ”

ซือฝูชิงหันไป สองวินาทีหลังจากนั้นเธอก็วิ่งมาหาด้วยท่าทีชอบใจ จากนั้นก็เอาอุปกรณ์ที่ซื้อมาวางไว้ตรงหลังรถ “เจ้านายช่างแสนดีจริงๆ”

ถ้ามีของดีไม่คว้าไว้คงโง่แย่

ในเมื่อของดีส่งมาให้ถึงที่แล้ว หากไม่คว้าไว้คงพลาดน่าดู

พื้นที่ด้านหลังกว้างขวาง ซือฝูชิงนั่งอีกฝั่งซึ่งห่างจากอวี้ซีเหิงราวๆ ครึ่งเมตรแต่กลับสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ในตัวเขาอย่างชัดเจน

บนตัวเขามีกลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนดอกหอมหมื่นลี้โชยมาโอบล้อมเธอไว้

ดูลึกลับเหมือนกับเธอไม่มีผิด

อวี้ซีเหิงหลับตาลงช้าๆ “พรุ่งนี้เธอมีงาน?”

“หา? ใช่แล้วค่ะ” ซือฝูชิงชี้ไปทางภาพโปรโมตที่ฉายอยู่บนจอด้านหน้า “ฉันเป็นเมนเทอร์ให้รายการนี้อยู่”

ภาพโปรโมตรายการหนุ่มสาววัยใสที่ฉายอยู่บนหน้าจอ ลู่เยี่ยนครองตำแหน่งเซ็นเตอร์ตามมาด้วยเซี่ยอวี้

หลังจากฉายภาพของเหล่าเด็กฝึกที่ได้รับกระแสนิยมดังเปรี้ยงปร้างแล้วก็ตามมาด้วยภาพของเหล่าเมนเทอร์

การแต่งหน้าแนวพังก์ร็อกของซือฝูชิงทำให้ดูแปลกแยกไปจากบรรดาเมนเทอร์ทั้งสี่คน

เฟิ่งซานกุมหน้าผาก “คุณซือถ่ายรายการไม่ล้างเครื่องสำอางเลยเหรอ”

ใครๆ ก็อยากทำให้ตัวเองสวยดั่งนางฟ้า แต่ทำไมพอเป็นซือฝูชิงดันทำให้ตัวเองยิ่งแต่งยิ่งอัปลักษณ์เสียได้

“ไม่ล้าง” ซือฝูชิงเท้าคางเอ่ยเสียงเอื่อยๆ “แค่ทำให้เจ้านายสบายตาก็พอแล้ว คนอื่นให้เงินฉันหรือไง”

เฟิ่งซานสีหน้าเปลี่ยน ฉับพลันก็ใจเต้นตุบตับขึ้นมาถึงลูกกระเดือก กลัวว่าวินาทีต่อมาซือฝูชิงคงตายแน่

แต่ใครจะรู้ว่าอวี้ซีเหิงแค่ลืมตาหันมามองเธอแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร

ก็จริง

ไม่ว่าตอนที่เขาเป็นฮ่องเต้อิ้นในวัยยี่สิบเจ็ดชันษาหรือตอนนี้ สาวงามที่เคยเจอมาเทียบซือฝูชิงไม่ได้เลย

บนตัวของซือฝูชิงมีเสน่ห์บางอย่าง แค่พูดเพียงสองสามประโยคก็ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายได้แล้ว

ถึงแม้ยุคสมัยที่เต็มไปด้วยสงครามจะผ่านไปนานมากเป็นพันเป็นร้อยปีแล้ว แต่มันก็ยังคงตามหลอกหลอนเขาจวบจนทุกวันนี้

ทว่าคำพูดของเธอในวันนั้นช่วยทำให้เขานอนหลับสนิทซึ่งนานๆ ทีจะมีสักครั้ง

หน้าจอภาพโปรโมตยังคงฉายภาพต่อไป ซือฝูชิงทำเสียงจิ๊ใส่ “ตอนนี้มีแต่คนหน้าตาดูไม่ได้ ความสามารถก็แย่ แต่ยังเข้าวงการบันเทิงได้อีก”

เฟิ่งซาน “...”

นี่ไม่ใช่ว่ากำลังด่าตัวเองอยู่เหรอ

ซือฝูชิงมองเหล่าแฟนคลับที่กำลังถ่ายภาพหน้าจอโปรโมตตรงหน้า พลันฉุกนึกถึงเรื่องราวในอดีต

ตอนที่เธอขลุกอยู่ในบริษัทเก๋อหลินเอิน ศิลปินรอบตัวล้วนมีทักษะการแสดงยอดเยี่ยม หน้าตายังสวยหล่อดูดีครบเครื่อง

สมัยนั้นมัวแต่ฝึกฝนขัดเกลาฝีมือการแสดง ใครจะมีเวลามากุเรื่องสร้างกระแสกลั่นแกล้งกันแบบนี้

นั่นเป็นยุคสมัยที่ใช้ความสามารถมาคุยกัน

ระดับตัวท็อปประชันกันด้วยฝีมือจริงๆ

ทำไมเธอออกห่างมาแค่สามปี วงการบันเทิงในต้าซย่าก็ถอยหลังลงคลองแล้วล่ะ

มัวแต่ทำการทดลองจนไม่ได้แสดงละครและร้องเพลงมานาน แอบคิดถึงจังแฮะ

“เจ้านาย” ทันใดนั้นซือฝูชิงก็หันหน้าไปหาด้วยท่าทีตื่นเต้น “ฉันร้องเพลงโคชิทานทานให้ฟังดีไหมคะ”

เฟิ่งซานที่กำลังขับรถเอ่ยถามอย่างสงสัย “เพลงโคชิทานทานคืออะไรเหรอ เพลงปลุกใจรบ?”

อวี้ซีเหิงเงยหน้าขึ้นพร้อมดวงตาลึกล้ำสีดำขลับ ซึ่งแยกไม่ออกว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน แต่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกว่า “ขับรถดีๆ”

เฟิ่งซาน “?”

เขาทำอะไรผิดเหรอ

เฟิ่งซานแอบนึกประหลาดใจ

เขาใช้มือหนึ่งขับรถ ในขณะที่อีกมือหนึ่งพิมพ์คำว่าโคชิทานทานลงบนมือถืออย่างระมัดระวัง

ทว่าดันเผลอเห็นคำว่า ‘ต้องการค้นหาเพิ่มเติม’

จากนั้นก็เห็นคำว่าเพลงติดเรทเด่นหราเต็มสองตา

เฟิ่งซานสีหน้าเรียบตึง “...”

เขาเก็บโทรศัพท์อย่างเงียบเชียบแล้วหันมาตั้งใจขับรถต่อ

หลังจากกลับมาถึงอะพาร์ตเมนต์ ซือฝูชิงก็ได้รับโทรศัพท์จากฝั่งตระกูลจั่วอีกครั้ง

ครั้งนี้คนที่โทรมาเป็นจั่วเสียนอวี้ เธอพูดเสียงนุ่มนวล “ฝูชิง เธอแวะมาสักหน่อยเถอะ มีเรื่องเร่งด่วนจริงๆ ถ้าสามารถจบปัญหาได้ เธอก็ยื่นข้อเสนอมาได้เลย

ใกล้ถึงวันฝังคุณปู่แล้ว เขาคงไม่อยากเห็นเธอร่อนเร่อยู่แบบนี้หรอก”

ซือฝูชิงนั่งไขว่ห้าง ริมฝีปากคลี่ยิ้มผ่อนคลาย “ข้อเสนอว่าตามที่ฉันบอกได้เลยเหรอ”

คนในตระกูลจั่วอยากให้เธอตายใจแทบขาด

ครั้งก่อนกรีดข้อมือเธอ ครั้งนี้จะไม่ตัดหัวเธอเลยเหรอ

เสียงจั่วเสียนอวี้ยังคงพูดอย่างอ่อนโยนเช่นเคย “ใช่ ฝูชิง คนในครอบครัวกำลังรอเธออยู่ ถ้าเธอว่างคืนนี้ก็มากินข้าวเย็นด้วยกันสักมื้อเถอะ”

หลังจากพูดเพียงสองสามประโยค บทสนทนาก็สิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว จั่วเทียนเฟิงรีบเอ่ยถามขึ้นว่า “เป็นไงบ้าง”

จั่วเสียนอวี้ตอบพลางขมวดคิ้ว “ซือฝูชิงยอมมาหาแล้ว”

“ดี ถ้าเสียนอวี้ออกหน้าย่อมสำเร็จอยู่แล้ว” จั่วเทียนเฟิงเอ่ยอย่างอารมณ์ดี “เตรียมหนังสือตกลงสละมรดกไว้ได้เลย พอซือฝูชิงมาถึงจะได้ให้เซ็นทันที”

ซือฝูชิงคู่ควรกับสมบัติของตระกูลจั่วที่ไหนกัน

devc-75d0bbbd-32992เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 12