เธอกลับมาเทพ

เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 13

#13เธอกลับมาเทพ

ตอนที่ 13 รวยเพียงชั่วข้ามคืน

“พ่อคะ” จั่วเสียนอวี้เอ่ยถามพลางขมวดคิ้ว “คุณปู่ไม่เคยพูดถึงเรื่องครอบครัวของซือฝูชิงให้พ่อฟังเลยจริงๆ เหรอ”

จั่วเทียนเฟิงแววตาขรึมลง “ไม่เลย พ่อเองก็เคยถามอยู่หลายครั้ง แต่ปู่ของลูกไม่ยอมเปิดปากพูดเลยสักครั้ง แต่พ่อคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าปู่ของลูกจะเลอะเลือนถึงขั้นยกกิจการของตระกูลให้ซือฝูชิง”

จั่วเสียนอวี้เม้มริมฝีปาก

ในเรื่องการทำธุรกิจ ท่านผู้เฒ่าจั่วไม่เคยไว้หน้าใครทั้งนั้น แม้เป็นเพื่อนกันก็ยังไม่ปรานี หากบอกจะรวบกิจการก็กินรวบไม่เหลือ ทว่าตอนนี้กลับยกกิจการของตระกูลจั่วให้ซือฝูชิง

เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำบางอย่างแน่นอน

รอจนสองทุ่ม ซือฝูชิงก็เดินทางมาถึงด้วยท่าทีที่ไม่รีบร้อนอะไร

ครั้งนี้เธอฉาบเครื่องสำอางมาแน่นเหมือนยามปกติ แม้แต่เปลือกตายังแต่งแน่นจนเกินงาม

จั่วเสียนอวี้ขมวดคิ้วแวบหนึ่งก่อนจะรุดหน้าเข้าไปต้อนรับ “ฝูชิง เธอมาถึงแล้วเหรอ เวลาแบบนี้รถคงติดน่าดู”

“รถก็ไม่ได้ติดหรอก เพียงแต่ฉันไม่มีเงินเลยต้องเดินมา ปวดขาไปหมดแล้ว” ซือฝูชิงทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาด้วยท่าทีเป็นธรรมชาติ “ถ้าเธอเป็นห่วงฉันขนาดนั้นก็นวดขาให้ฉันหน่อยสิ”

จั่วเสียนอวี้ข่มอารมณ์โกรธไว้ได้ทัน

ในเมื่อเธอได้รับการสั่งสอนเรื่องมารยาทมาตั้งแต่เด็ก อีกทั้งสู้รบปรบมืออยู่ในบริษัทจั่วกรุ๊ปถึงสามปี จึงแตกต่างจากจั่วฉิงหย่าที่ถูกยั่วโมโหได้ง่าย

“พ่อบ้าน ช่วยไปเอาเครื่องนวดที่ฉันซื้อใหม่มาที” จั่วเสียนอวี้กล่าว “ชิงชิงเหนื่อยแล้ว ให้พักสักหน่อยแล้วกัน”

ซือฝูชิงเอนตัวลงบนโซฟาแล้วปล่อยให้จั่วเสียนอวี้ใช้เครื่องนวดนวดให้เธอไป

คุณนายจั่วมองด้วยท่าทีไม่พอใจแต่เพราะเรื่องมรดกจึงพยายามอดกลั้นอารมณ์ไว้

“วันนี้เรียกเธอมาเพราะเรื่องพินัยกรรมของคุณปู่” จั่วเทียนเฟิงแววตาขึงขังแต่ยังถือว่าพูดจาอ่อนโยนอยู่บ้าง “คุณพ่อยกเย่ว์หลานจิวเวลรี่และหุ้น 8% ของจิงเฉิงพร็อพเพอร์ตี้ให้เธอ แต่เธอเองก็รู้ดีว่าเธอไม่ใช่คนช่ำชองเรื่องทำธุรกิจ

เพราะฉะนั้นฉันจะให้เงินเธอห้าล้านแล้วเธอก็โอนสิ่งเหล่านี้มาให้ฉัน วันหลังถ้าเธอต้องการความช่วยเหลืออะไร ฉันจะช่วยเธอแน่นอน”

ซือฝูชิงมองพินัยกรรมบนโต๊ะแวบหนึ่ง หางตาเชิดขึ้นดึงให้ดวงตาจิ้งจอกยิ่งดูงดงาม “ห้าล้าน?”

ถึงแม้เธอจะไม่ได้เรียนพวกบริหารธุรกิจมา แต่เธอรู้ดีว่ามูลค่าของบริษัทนี้สูงมากเพียงใด

ห้าล้านยังไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าบริษัทเลยด้วยซ้ำ

“พี่ใหญ่ แบบนี้พี่ออกจะไร้ศีลธรรมไปหน่อยมั้ง” คุณชายรองของตระกูลจั่วที่อยู่ด้านข้างถอนหายใจยาว “พี่เห็นว่าเสี่ยวชิงไม่รู้เรื่องตลาดหลักทรัพย์เลยคิดรังแก ลำพังแค่เย่ว์หลานจิวเวลรี่ก็มูลค่าสามพันล้านเป็นอย่างต่ำแล้ว

บวกกับหุ้น 8% ของจิงเฉิงพร็อพเพอร์ตี้ ถ้าไม่ถึงหมื่นล้านก็อย่าพูดกันเลย แบบนี้พี่คิดจะจับเสือมือเปล่างั้นเหรอ”

สีหน้าของจั่วเทียนเฟิงขรึมลง “จั่วเทียนเฉียน!”

“ถ้าอย่างนั้นเอาแบบนี้ไหมเสี่ยวชิง ฉันขอแค่หุ้นของจิงเฉิงพร็อพเพอร์ตี้” จั่วเทียนเฉียนกลับไม่สนใจจั่วเทียนเฟิง ยิ้มตาหยีเอ่ย “ฉันให้เธอสามร้อยล้านเป็นไง”

“สามร้อยล้านเหรอ เยอะกว่าห้าล้านแฮะ” ซือฝูชิงกะพริบตาปริบๆ ราวกับเด็กที่ผ่านประสบการณ์มาน้อย เธอพูดด้วยท่าทีไม่รีบร้อน “ฉันคงต้องพิจารณาดีๆ สักหน่อยแล้ว”

จั่วเทียนเฟิงใบหน้าแดงก่ำ

เดิมทีเขากะใช้เงินห้าล้านฟาดหน้าซือฝูชิงให้คายเย่ว์หลานจิวเวลรี่กับหุ้นออกมา สุดท้ายจั่วเทียนเฉียนดันเข้ามายุ่มย่ามเสียได้

แบบนี้จะให้เขากระอักเลือดตายเลยหรืออย่างไร

ซือฝูชิงขยับไหล่ครู่หนึ่ง คลี่รอยยิ้มเหนื่อยหน่าย “ในเมื่อลุงรองให้เงินฉันมากกว่า งั้นก็...”

“สองพันล้าน! ฉันต้องการเย่ว์หลานจิวเวลรี่กับหุ้นของจิงเฉิงพร็อพเพอร์ตี้” จั่วเทียนเฟิงกัดฟันเอ่ยตัดบทด้วยสีหน้าดุดัน “ราคานี้พอใจเธอหรือยัง”

พอพูดจบ แววตาของจั่วเทียนเฉียนก็หม่นลงแล้วทำเสียงจิ๊ใส่ “พี่ใหญ่รวยมากจริงๆ ถึงขนาดเอาเงินหมุนเวียนสองพันล้านมาใช้ได้ น้องเทียบไม่ติดจริงๆ”

เขาไม่ได้จงใจอยากแย่งชิงกับจั่วเทียนเฟิงหรอก เพียงแค่อยากลองเดิมพันดูก็เท่านั้น

“สองพันล้านเหรอ ก็ได้” ซือฝูชิงกลอกตามองบนด้วยท่าทีนิ่งสงบ “แต่ฉันมีเงื่อนไขสองเรื่อง”

จั่วเทียนเฟิงขบฟันจนเลือดไหลเพื่อข่มอารมณ์โกรธไว้ “ว่ามา”

“อย่างแรกฉันต้องได้เจอคุณปู่ อย่างที่สองฉันต้องได้ไปร่วมงานฝังศพของคุณปู่ด้วย” ซือฝูชิงใช้มือกุมศีรษะ “ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องคุยกัน”

ครั้นพูดจบ คนในตระกูลจั่วก็มองเธอด้วยความประหลาดใจสุดขีด

แค่สองเงื่อนไขนี้ง่ายจะตายไป

แค่นี้เองเหรอ

คุณนายจั่วอดทนไม่ไหวอีกต่อไปเลยกระทืบเท้าและสบถด่า “เธอคิดจะร่วมงานฝังศพงั้นเหรอ เธอคู่ควรหรือไง เธอไม่ใช่คนของตระกูลจั่ว ถ้าเธอสำเหนียกบ้างสักนิด เธอคง...”

“แม่คะ” จั่วเสียนอวี้คว้ามือของคุณนายจั่วไว้ รีบพูดขัดขึ้นว่า “ฝูชิงอยากไปก็ให้เธอไปเถอะ”

คุณนายจั่วโกรธมาก ดวงตาแดงก่ำอัดแน่นไปด้วยความแค้นเคือง

ซือฝูชิงยั่วยวนลูกชายเธอก็อีกเรื่อง แต่ยังเอาเงินตั้งสองพันล้านไปง่ายๆ อีก ช่างไร้ยางอายซะจริง

จั่วเทียนเฟิงมีแผนรับมือในใจแล้วจึงตอบรับ “ได้”

ซือฝูชิงพยักหน้าก่อนจะหยิบปากกาขึ้นมา ขณะที่จะจรดปลายปากกาเซ็นชื่อก็เงยหน้าขึ้น “เงินล่ะ”

เส้นเลือดสีเขียวตรงขมับของจั่วเทียนเฟิงเต้นตุบตับแต่เขาฝืนสะกดอารมณ์ไว้ จากนั้นก็สั่งให้คนเตรียมบัตรธนาคารที่ไม่มีชื่อใบหนึ่งแล้วยื่นส่งให้

หลังจากซือฝูชิงเก็บบัตรธนาคารลงกระเป๋าเรียบร้อยถึงยอมเซ็นชื่อของตนเองลงไป

ในที่สุดจั่วเทียนเฟิงก็ผ่อนลมหายใจ

สองพันล้านแลกกับสองหมื่นล้าน ถือว่าเป็นการซื้อขายที่คุ้มค่า

“คืนนี้ดึกมากแล้ว เธอก็พักที่นี่เลยสิ” จั่วเทียนเฟิงอารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย “คืนพรุ่งนี้ค่อยให้เสียนอวี้พาเธอไปหาปู่ ใช่แล้ว ไม่นานมานี้เย่ว์หลานจิวเวลรี่เพิ่งซื้อภูเขามาลูกหนึ่ง งั้นมอบให้เธอไปด้วยละกัน ครอบครัวเดียวกัน อย่าปฏิเสธเลย”

เขาให้คนหยิบสัญญาซื้อขายฉบับหนึ่งมาวางไว้บนโต๊ะ

ซือฝูชิงรับมา เลิกคิ้วถาม “ภูเขาเหมืองแร่”

“ใช่ ภูเขาเหมืองแร่” จั่วเทียนเฟิงจ้องเธออย่างไม่ขยับ “ถ้าโชคดีละก็ เขาลูกนี้อาจสร้างเม็ดเงินได้หลายพันล้านเลยนะ”

“หลายพันล้านเหรอ งั้นฉันรับไว้ก็ได้” ซือฝูชิงหยิบสัญญาแล้วลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าราบเรียบ “หวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เชิญฉันมา”

หลังจากเธอเดินขึ้นบันไดไป คุณนายจั่วก็เผยสีหน้าบูดบึ้งทันที ตวาดลั่น “จั่วเทียนเฟิง คุณบ้าไปแล้วเหรอ! ตอนแรกก็เป็นของตระกูลจั่วอยู่แล้ว คุณจะให้เงินสองพันล้านไปอีกทำไม!”

“ฉันจะปล่อยให้ยัยนั่นเอาไปง่ายๆ ได้ที่ไหน” แววตาของจั่วเทียนเฟิงดำมืด “คุณรอดูเลย อีกไม่นานจะทำให้ยัยนั่นคายคืนผมมาให้หมด”

ขณะที่ทุกคนกำลังนั่งคุยกัน ประตูก็ถูกผลักเปิดออก จากนั้นก็ปรากฏร่างหนึ่งเดินเข้ามาด้วยสภาพโซซัดโซเซ “พ่อ แม่ เสียนอวี้”

พอจั่วเทียนเฟิงได้กลิ่นเหล้ารุนแรงก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ “แกออกไปกินเหล้าที่ไหนมา”

“เจอคุณชายจากเมืองซื่อจิ่วเลยดื่มไปสองแก้ว” จั่วจงเหอตอบแล้วพูดต่อว่า “เมื่อกี้ผมได้ยินพ่อกับแม่พูดถึงซือฝูชิงกันเหรอ วันนี้หล่อนก็อยู่ด้วยเหรอ”

คุณนายจั่วสีหน้าเปลี่ยน “จงเหอ!”

“ก็แค่เล่นๆ เอง แม่คิดว่าผมเอาจริงหรือไง” จั่วจงเหอรู้ว่าคุณนายจั่วกำลังคิดอะไรอยู่เลยหัวเราะ “ยัยนั่นคู่ควรให้ผมตกหลุมรักหรือไง”

เมื่อก่อนตอนที่ท่านผู้เฒ่าจั่วยังอยู่ เขายังพอเสแสร้งเอาใจซือฝูชิงเพื่อเข้าใกล้คุณปู่ได้

ตอนนี้เหรอ

คำเดียวเลยว่าไม่คู่ควร

“แม่ มีกุญแจห้องไหม” จั่วจงเหอเงยหน้าขึ้น “ถึงยังไงยัยนี่ก็ต้องไสหัวออกจากบ้านตระกูลจั่วไปอยู่แล้ว ให้ผมเล่นสนุกก่อนสิ”

พอคุณนายจั่วเห็นว่าเขาไม่ใส่ใจจริงๆ ถึงยื่นกุญแจสำรองส่งไปให้ “เอาให้พอดีๆ ละ”

“รู้แล้วน่าๆ” จั่วจงเหอโบกไม้โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เอาถึงตายหรอก”

คุณนายจั่วห้ามอะไรเขาไม่ได้เลยกำชับสองสามประโยคก่อนกลับห้องนอนไป

ตกดึกเวลาตีสอง จั่วจงเหอเดินร่างโงนเงนขึ้นบันไดไป พอเดินมาถึงหน้าประตูห้องของซือฝูชิงก็หยิบกุญแจสำรองออกมาไขเปิดประตู

devc-75d0bbbd-32992เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 13