เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 14

#14เธอกลับมาเทพ

ตอนที่ 14 เอาคืนคนที่เคยทำร้ายตน

เวลาแบบนี้คนในบ้านตระกูลจั่วหลับสนิทหมดแล้ว

จั่วจงเหอจงใจรอให้ถึงเวลานี้ก่อนถึงค่อยเริ่มลงมือ

เขาเคลื่อนไหวเสียงเบามาก ทว่าซือฝูชิงกลับได้ยินอย่างชัดเจน

เธอเดินบนเส้นทางนักสู้มาตั้งหลายปี ต่อให้แค่กระดิกตัวนิดเดียวก็ไม่มีทางเล็ดลอดผ่านหูของเธอไปได้

ซือฝูชิงรู้ดีว่าหากเธอปล่อยตัวตามสบายเมื่อไรก็เหมือนมอบชีวิตไว้ในกำมือศัตรูเมื่อนั้น

นี่เป็นกฎเกณฑ์ที่เธอยึดมั่น

หญิงสาวขดตัวอยู่ในผ้าห่ม ดูท่าทางเหมือนหลับลึกไร้ซึ่งการป้องกันตัว

ตอนนอนซือฝูชิงจะอยู่ในสภาพหน้าสดเปลือยเปล่าปราศจากเครื่องสำอางใดๆ

ขนตายาวเป็นแพสวย ผิวขาวเนียนใสราวกับแค่เป่าหรือดีดก็ช้ำหมดแล้ว กระทั่งริมฝีปากก็ยังไร้การเติมแต่ง ชวนให้นึกถึงสาวงามในภาพวาดโบราณ

ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ศีรษะของจั่วจงเหอร้อนฉ่า เขากลืนน้ำลายลงคอแล้วรีบพุ่งตัวยื่นมือออกไป

แต่ซือฝูชิงเคลื่อนไหวเร็วกว่า

ทันใดนั้นเธอก็เบิกตา คว้าข้อมือของจั่วจงเหอไว้แล้วบิดแขน จากนั้นก็หยิบเศษขวดเบียร์แทงลงบนข้อมือของเขาอย่างแรง

ขณะที่เสียงร้องโอดครวญของจั่วจงเหอกำลังจะสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งบ้าน มือของซือฝูชิงก็พุ่งเข้าไปบีบคอของเขาไว้รวดเร็วปานสายฟ้า

เธอหัวเราะเสียงเย็นชา “ชู่ว เงียบหน่อยสิ”

เสียงทั้งหมดของจั่วจงเหอจึงติดอยู่ในลำคอ ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง สมองราวกับประมวลผลอะไรไม่ได้ไปชั่วขณะ

เขาไม่สามารถทำความเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าได้อย่างสิ้นเชิง เวลานี้ทั้งร่างแข็งทื่อขยับเขยื้อนไม่ได้

ในความทรงจำของจั่วจงเหอ ซือฝูชิงเป็นเด็กเร่ร่อนที่กำพร้าพ่อแม่และต้องอาศัยคนอื่นเพื่อดำเนินชีวิต ตอนที่ท่านผู้เฒ่าจั่วยังอยู่ เขาก็หวั่นเกรงอยู่บ้าง

แต่พอท่านผู้เฒ่าจั่วจากไป ซือฝูชิงคงทำได้แค่ยอมถูกกดขี่ตามอารมณ์ของเขาเท่านั้น

หากไม่ใช่เพราะวันนั้นยัยนี่ยอมโดนกรีดข้อมือดีกว่ายอมโดนข่มเหง วันนี้เขาคงไม่ต้องเปลืองแรงเข้ามาในห้องแบบนี้หรอก

แต่ตอนนี้มันคืออะไร

ในหูของจั่วจงเหอเกิดเสียงดังวิ้งๆ พร้อมอาการชาวาบไปทั่วแขนขา

“ฉันเป็นคนชอบใช้วิธีทำมายังไงก็ตอบแทนคืนไปอย่างนั้น งั้นครั้งนี้เอาแค่นี้ละกัน” ซือฝูชิงชี้นิ้วพร้อมเสียงหัวเราะแผ่วเบา “แต่ครั้งหน้าคงเป็นตรงนี้แทน”

จั่วจงเหอรู้สึกเสียววาบไปทั้งครึ่งล่าง เขาอยากเปิดปากพูดแต่ถูกหญิงสาวบีบคอไว้อยู่เลยเปล่งเสียงออกมาไม่ได้

“วางใจเถอะ” ซือฝูชิงมองความหวาดกลัวของเขาออกเลยปลอบโยนด้วยความหวังดี “ฉันลองคำนวณอัตราการไหลเวียนของเลือดนายดูแล้ว รับประกันว่าในเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงนี้นายไม่ถึงตายแน่นอน แต่หลังจากนั้น...”

เธอคลี่ยิ้มหวานแล้วกระซิบบอกอย่างอ่อนโยน “คงรับประกันไม่ได้”

จั่วจงเหอทนฟังประโยคนี้ไม่ไหว จู่ๆ ก็เป็นลมหมดสติไป

เวลานี้ซือฝูชิงถึงกระโดดลงจากเตียง จากนั้นก็ใช้เท้าเตะเขาออกนอกประตูไปอย่างไม่ใส่ใจ อีกทั้งโยนเศษขวดเบียร์ออกไปด้วย

เธอปิดประตูแล้วกลับขึ้นไปนอนบนเตียงใหม่อีกครั้ง หลังจากนั้นก็นอนหลับสนิทอย่างสบายใจ

จนกระทั่งเสียงกรีดร้องของคุณนายจั่วในตอนเช้าปลุกทุกคนในบ้านให้ตื่นขึ้น

ปกติคุณนายจั่วจะตื่นมาออกกำลังกายตอนเช้าตรู่หกโมงครึ่ง

เธอนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานจั่วจงเหอจะลงมือจัดการซือฝูชิงเพื่อเลี่ยงไม่ให้ซือฝูชิงคิดเกาะแกะตระกูลจั่วอีก

เลยอยากเดินมาดู

แต่คุณนายจั่วคิดไม่ถึงว่าเธอจะได้เห็นจั่วจงเหอนอนแอ้งแม้งหมดสติพร้อมเลือดไหลอาบเป็นทางแบบนี้

“จงเหอ!” คุณนายจั่วตกใจจนลนลานทำตัวไม่ถูก “จงเหอ ตื่นสิ อย่าทำให้แม่ตกใจนะ จงเหอ! เทียนเฟิง...เทียนเฟิง!”

“แหกปากอะไรแต่เช้าตรู่” จั่วเทียนเฟิงที่ถูกปลุกตื่นรีบเดินลงบันไดมาด้วยอารมณ์หงุดหงิด

“เทียนเฟิง คุณรีบมาเร็วเข้า!” คุณนายจั่วปล่อยโฮพลางตะโกนขึ้นว่า “จงเหอใกล้ไม่ไหวแล้ว!”

จั่วเทียนเฟิงเดินมา พอเห็นฉากตรงหน้าก็ตกตะลึงตาค้าง “นี่...นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น”

“เร็วเข้า เรียกหมอมา!” จั่วเสียนอวี้ได้สติเร็วที่สุดเลยรีบให้พ่อบ้านไปเชิญหมอประจำตระกูลมา

หมอประจำตระกูลวุ่นกับการพันแผลจนมือไม้พันกันยุ่งเหยิง ตามด้วยฉีดยาไปเข็มหนึ่ง เวลานี้จั่วจงเหอถึงค่อยๆ ฟื้นคืนสติ

สมองของเขายังคงมึนงงแต่ความหวาดกลัวยังคงอยู่ “แม่...แม่ครับ! ซือฝูชิงจะฆ่าผม ยัยนั่นจะฆ่าผม!”

จั่วเทียนเฟิงผงะไปก่อนเอ่ยด้วยอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความโกรธ “แกพูดเรื่องเหลวไหลอะไรกัน”

ถ้าซือฝูชิงใจกล้ามากขนาดนั้น เขายอมเขียนชื่อตัวเองกลับด้านเลย

“ซือฝูชิง!” คุณนายจั่วกลับไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแล้วเริ่มทุบประตูห้อง “แกออกมาเลยนะ! ออกมาดูเรื่องที่แกก่อไว้เลย! ซือฝูชิง...แกมันคนต่ำทราม!”

หลังจากทุบประตูไม่นานเท่าไร ประตูก็เปิดออกเสียงดัง แอ๊ด

ซือฝูชิงสวมเสื้อคลุมแล้วเดินออกมาด้วยท่าทีไม่รีบร้อน ขนตายังมีหยดน้ำเกาะอยู่พร้อมไอน้ำรอบกาย

เธอเปิดปากหาว เลิกคิ้วพลางเอ่ย “ทำไมคุณชายจั่วบาดเจ็บได้ล่ะ ยังไม่ไปโรงพยาบาลอีกเหรอ”

“แก!” จั่วจงเหอขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน จากนั้นร่างก็สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ “แกเป็นคนกรีดแขนฉัน!”

“ลำพังแค่คุณชายคนเดียวก็เท่ากับฉันสองคนแล้ว ฉันจะไปกรีดแขนนายได้ยังไง” ซือฝูชิงเอนพิงกรอบประตู “อีกอย่างเมื่อวานฉันหลับไปตั้งแต่ห้าทุ่ม ไม่เจอหน้านายเลยด้วยซ้ำ”

จั่วจงเหอแค้นใจจนคันฟันยุบยิบแทบกระอักเลือด “เป็นแกนั่นแหละ แกใช้ขวดเบียร์ทำร้ายฉัน ไม่งั้นแผลนี้จะมาได้ไง”

“อ๋อ” ซือฝูชิงเอ่ยเสียงสบายๆ “ใช่ ฉันดื่มเบียร์แล้ววางขวดทิ้งไว้ที่หน้าประตู โตจนป่านนี้แล้ว ทำไมยังเดินไม่ดูตาม้าตาเรืออีกล่ะ

ถ้าเตะจนขวดแตกก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าถึงขั้นทำให้ตัวเองเป็นแผลคงไม่ดีเท่าไร”

จั่วเสียนอวี้ขมวดคิ้วแน่น

ปกติแล้วจั่วจงเหอดื่มเหล้ามักเมาหนัก แถมกลางคืนก็มืดมาก เรื่องแบบนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้สูงจริงๆ

แต่ถ้าบอกว่าซือฝูชิงเป็นคนลงไม้ลงมือกับจั่วจงเหอคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

“คุณปู่จากไปแล้ว ฉันจะกล้าเป็นปฏิปักษ์กับตระกูลจั่วได้ยังไง” ซือฝูชิงถอนหายใจ “จริงไหมล่ะ”

เธอใช้มือล้วงกระเป๋ายืนนิ่งราวเด็กน้อยว่าง่าย

จากมุมนี้มีเพียงจั่วจงเหอเท่านั้นที่มองเห็นไอเย็นยะเยือกที่ส่งผ่านมาจากดวงตาของเธอราวกับคมมีด ซึ่งเกือบปาดคอของเขาขาดอยู่แล้ว

“แก...แก...” จั่วจงเหอยังไม่ทันตอกกลับแต่เพราะอัดอั้นอารมณ์มานานภาพตรงหน้าจึงมืดลงก่อนจะหมดสติไปอีกครั้ง

คุณนายจั่วตะคอกใส่เสียงสะอื้น “ซือฝูชิง เธอมันตัวกาลกิณี!”

พอซือฝูชิงกลับมาก็ทำให้ลูกชายของเธอต้องบาดเจ็บ

“พอแล้ว” เห็นได้ชัดว่าจั่วเทียนเฟิงไม่เชื่อคำพูดของจั่วจงเหอ “เสียนอวี้ ลูกอยู่บ้าน พ่อกับแม่จะพาพี่ใหญ่ไปโรงพยาบาล”

หากบอกว่าเป็นฝีมือของซือฝูชิง เขาไม่มีทางเชื่อแน่นอน

เขาเข้าใจลูกชายของเขาดีที่สุดแล้ว เปลือกนอกดูดีแต่ข้างในกลวงโบ๋ แต่ถึงอย่างไรก็เคยอยู่ในโรงเรียนเตรียมทหารมาระยะหนึ่ง ฉะนั้นฝีมือการต่อสู้ย่อมไม่แย่

วันก่อนซือฝูชิงได้รับบาดเจ็บหนักที่ข้อมือขนาดนั้นจะล้มผู้ชายตัวใหญ่ๆ คนหนึ่งได้อย่างไร

จั่วเทียนเฟิงแค่นเสียงหึ

จั่วจงเหอคงคิดว่าเรื่องทำตัวเองบาดเจ็บเป็นเรื่องน่าขายหน้าเลยไม่กล้าพูดความจริงมากกว่า

คุณนายจั่วจ้องหญิงสาวตาเขม็งแวบหนึ่งจากนั้นก็พาตัวจั่วจงเหอจากไปพร้อมกับจั่วเทียนเฟิงด้วยท่าทีไม่เต็มใจนัก

ซือฝูชิงเบะปาก แววตาเกียจคร้านพร้อมรอยยิ้มปรากฏที่มุมปาก

ภายในบ้านกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหล่าคนใช้ก็กลับไปยุ่งวุ่นวายกับงานต่อ

“ฝูชิง เธอจะไปอัดรายการใช่ไหม” จั่วเสียนอวี้เป็นฝ่ายเอ่ยถาม “ให้ฉันไปส่งนะ”

“ไม่ต้อง” ซือฝูชิงเดินลงบันไดมาแล้ว “ฉันไม่อยากเกี่ยวข้องอะไรกับพวกเธออีก”

จั่วเสียนอวี้ขมวดคิ้วอีกครั้ง

ถ้าตัดความสัมพันธ์กับตระกูลจั่ว ซือฝูชิงจะใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลินได้อย่างไร

ทว่าเธอไม่มีทางรั้งไว้แน่นอน

จั่วเสียนอวี้เดินไปยังหน้าระเบียงและมองซือฝูชิงที่กำลังจากไปจากมุมสูง

เบื้องหน้ามีรถสีขาวคันหนึ่งจอดอยู่ตรงหัวมุมถนน

ซือฝูชิงเองก็ชะงักฝีเท้า

หลังจากนั้นก็เปิดประตูหลังรถออก

devc-75d0bbbd-32992เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 14