เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 15
ตอนที่ 15 นายทุนของซือฝูชิง
จั่วเสียนอวี้ชะงักไปชั่วขณะ
เธอมองเห็นแต่ไม่รู้ว่าซือฝูชิงคุยอะไรกับคนในรถก่อนจะโน้มตัวขึ้นรถไป
จากนั้นรถสีขาวก็ทะยานออกไป
จั่วเสียนอวี้ตกอยู่ในห้วงความคิด
เธอรู้ว่าซือฝูชิงทำงานอยู่ในวงการบันเทิงและเซ็นสัญญาเข้าสังกัดบริษัทเทียนเล่อมีเดีย
จั่วเสียนอวี้ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับวงการนี้มาก่อนแต่เธอรู้ว่าวงการบันเทิงเป็นสถานที่ที่วุ่นวาย พวกเรื่องอย่างขึ้นเตียงเพื่อให้ตัวเองถูกดันและได้รับคอนเน็กชันนั้นมีให้เห็นเกลื่อนกลาด
เธอทำหน้าที่เป็นรองประธานในบริษัทจั่วกรุ๊ปจึงเห็นเรื่องแบบนี้ตามงานเลี้ยงสังสรรค์อยู่ไม่น้อย
ด้วยศักยภาพอย่างซือฝูชิงสามารถเป็นเมนเทอร์ด้านการเต้นให้รายการที่กระแสมาแรงอย่างหนุ่มสาววัยใสได้ เห็นทีคงมีข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างที่บอกใครไม่ได้แน่นอน
แต่นายทุนของซือฝูชิงเป็นใคร จั่วเสียนอวี้เองก็คร้านจะไปตามสืบ
เพียงแต่รถคันที่เธอเพิ่งเห็นเมื่อครู่ดูท่าทางสะอาดตาแต่ไม่ใช่รถหรูหราราคาสูงลิ่วอะไร
คาดว่าน่าจะเป็นรถที่ประกอบขึ้นเอง ซึ่งมูลค่าคงไม่เท่าไร
จั่วเสียนอวี้นึกผิดหวังเล็กน้อย
ในเมื่อซือฝูชิงอยู่ในบ้านตระกูลจั่วมานานแต่กลับเลือกเดินไปในทางที่ผิด ความจริงก็ควรละอายใจต่อคำสั่งสอนของคุณปู่บ้าง
แต่เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับตนด้วยล่ะ
จั่วเสียนอวี้เลิกสนใจ เธอเบือนหน้าแล้วเดินจากไป
...
บนรถ
ซือฝูชิงนั่งอยู่ทางฝั่งซ้าย เธอยกมือทั้งสองข้างขึ้นไหว้ “เจ้านาย ขอบคุณที่เจ้านายเห็นแก่ที่ฉันยากจน กระทั่งรถโดยสารยังไม่มีปัญญานั่งเลยขับรถมารับ แต่ก่อนหน้านี้พวกเราตกลงกันไว้แล้วว่าเจ้านายจะไม่หักเงินเดือนฉันนะ”
เฟิ่งซานกระตุกยิ้มมุมปาก
เมื่อก่อนเขาเคยนึกกังวลกลัวว่าซือฝูชิงจะปองร้ายอวี้ซีเหิง เลยระแวดระวังอยู่บ้าง
แต่หลังจากรู้จักกันมาระยะสั้นๆ แล้ว เขาก็มั่นใจแล้วว่าซือฝูชิงรักเพียงเงินเท่านั้น
พอได้ยินเช่นนั้น อวี้ซีเหิงก็ขยับคิ้วเล็กน้อยก่อนจะวางหนังสือในมือลงแล้วยกมือขึ้นเท้าคางพลางจับจ้องเธอ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ไม่ใช่ว่าเพิ่งได้เงินหลายพันล้านมาจากตระกูลจั่วหรอกหรือ”
“ไม่ใช่เงินที่ฉันหาได้เองสักหน่อย” ซือฝูชิงเองก็ไม่ได้แปลกใจว่าทำไมเขาถึงรู้ ยกมือเท้าคางแล้วพูดต่อ “มีเพียงเงินที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงตัวเองเท่านั้นถึงจะใช้ได้อย่างวางใจ”
อวี้ซีเหิงไม่ได้ตอบกลับอะไร
เฟิ่งซานกระแอมไอสองที “คุณซือ เมื่อกี้เหมือนผมกับพี่เก้าเห็นคนในตระกูลจั่วท่าทางดูรีบร้อน เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ”
“พูดถึงเรื่องนี้” ซือฝูชิงตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจเท่าไร “ก็แค่ทำให้มือขวาของจั่วจงเหอพิการเท่านั้นเอง”
คำว่า ‘เท่านั้นเอง’ อื้ออึงอยู่ในหูเฟิ่งซานหลายพันรอบ ชวนให้เขารู้สึกอกสั่นขวัญผวา
ความขัดแย้งระหว่างตระกูลจั่วกับซือฝูชิงลึกซึ้งแค่ไหน คนในเมืองหลินต่างรู้ดี
ความจริงเพราะเป็นห่วงซือฝูชิง พวกเขาเลยมาที่นี่
ดูท่าทางพวกเขาจะมาเสียเที่ยวแล้วจริงๆ
“เจ้านาย คุณเป็นเจ้านายที่ดีมากจริงๆ ไม่เพียงแต่จ่ายค่าประกันสังคมให้พนักงาน แต่ยังรับประกันความปลอดภัยของพนักงานอีกด้วย” ดวงตาจิ้งจอกของซือฝูชิงกะพริบปริบๆ จากนั้นก็ยกมือทั้งสองข้างไหว้อีกครั้ง “ฉันรักเจ้านายจริงๆ นะคะ”
เฟิ่งซานทนฟังไม่ไหวอีกต่อไป เขาขับรถด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
อวี้ซีเหิงไม่พูดให้มากความ “ต้องถึงกี่โมง”
“ถึงแปดโมงครึ่งก็ได้” ซือฝูชิงลูบท้องอย่างไม่คิดเกรงใจ “หิวแล้ว ฉันขอกินข้าวเช้าก่อนได้ไหม”
“...”
...
หลังจากนั้นไม่กี่นาทีรถก็มาเทียบจอดตรงหน้าร้านขายโจ๊กและซาลาเปา
ที่นี่ห่างจากตัวเมืองค่อนข้างไกล ในร้านจึงมีคนไม่มากนัก
เฟิ่งซานมองซือฝูชิงที่สั่งซาลาเปาสามเข่งกับโจ๊กข้าวเหนียวสีดำหนึ่งถ้วยมากินคนเดียวอย่างตกตะลึง
อวี้ซีเหิงยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย เขาหยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดโต๊ะและเก้าอี้ก่อนจะพูดขึ้น “ซาลาเปาไส้ผักหนึ่งเข่ง”
เฟิ่งซานรีบเดินไปบอกเถ้าแก่และสั่งซาลาเปาไส้หมูให้ตัวเองอีกสองเข่ง
ไม่นานเข่งซาลาเปาก็ถูกยกมาเสิร์ฟ
“เอ๊ะ ดูไม่ออกเลยว่าเจ้านายจะติดดินขนาดนี้” ซือฝูชิงกัดซาลาเปาเข้าปากคำหนึ่ง “ฉันนึกว่าเจ้านายไม่กินอาหารข้างทางซะอีก”
ถึงขั้นสามารถจ่ายค่าบอดี้การ์ดได้เป็นแสนแบบนี้ต้องเกิดมาในตระกูลใหญ่แน่นอน
โดยปกติแล้วเหล่าคุณชายคุณหนูในตระกูลผู้ดีค่อนข้างจู้จี้เรื่องอาหารการกิน
อวี้ซีเหิงนิ่งไปสักพักก่อนเอ่ยตอบเสียงเรียบ “เรื่องแค่นี้เอง”
ถึงแม้จะจากโลกอดีตหนึ่งพันห้าร้อยปีมานานขนาดนี้แล้วแต่เขามักจะนึกถึงศึกสงครามในครานั้นอยู่บ่อยครั้ง
ทุกหย่อมหญ้าในสนามศึกล้วนเป็นแหล่งฝังศพที่ดีของวีรบุรุษ เหตุใดยังต้องส่งร่างกลับไปฝังที่บ้านเกิดอีกเล่า
ชีวิตเราพร้อมเผชิญกับความตายได้ทุกเมื่อ ฉะนั้นจะยังเรื่องมากว่าต้องกินอะไรอีกหรือ
“นั่นสิ” ซือฝูชิงตักโจ๊กเข้าปากไปอีกคำก่อนพูดเสียงเรียบ “หากเทียบกับเหล่าทหารศึกที่ประจำการอยู่แถบชายแดน นี่ถือว่าดีกว่ามากแล้ว”
แต่ไหนแต่ไรมาเธอไม่เคยเลือกกิน
เมื่อก่อนอยู่ในห้องทดลองครั้งหนึ่งก็เก็บตัวเป็นเดือน อาศัยแค่แคปซูลอาหารเสริมเพิ่มพลังเท่านั้น
ไม่เหมือนศิษย์พี่รองกับศิษย์พี่หญิงสามที่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย พวกเขาสองคนถูกตั้งฉายาว่าลูกคุณหนูในที่ทำงาน ถึงขั้นเคยเกาะขาสาวฝ่ายการเงินที่รับผิดชอบเรื่องเบิกจ่ายร้องไห้อยู่หลายครั้ง
อวี้ซีเหิงเงยหน้าขึ้นจับจ้องหญิงสาวตรงหน้า
ชั่ววินาทีนั้นดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเขาก็ขรึมลงราวกลับมีฝนห่าใหญ่เทลงมาอย่างหนัก แววตาเคร่งขรึม
ซือฝูชิงหยิบซาลาเปาขึ้นมาอีกลูกถึงค่อยสังเกตเห็นสายตาของเขา “เจ้านาย”
เขาคงไม่ได้คิดอยากจะหักเงินเธอหรอกใช่ไหม
“กินดีๆ” อวี้ซีเหิงเลื่อนสายตามามอง น้ำเสียงของเขาไม่สูงนักแต่กลับน่าเกรงขาม “ตอนกินกับตอนนอนอย่าพูดให้มาก”
เฟิ่งซานตกใจก่อนจะรีบใช้ซาลาเปามาปิดปากตัวเองไว้ตามคำสอน สื่อว่าเขาไม่มีทางพูดแม้แต่คำเดียว
ซือฝูชิงตอบรับ “อืม” ด้วยท่าทีผ่อนคลาย จากนั้นก็ดื่มด่ำกับมื้อเช้าต่อไป
พอกินเสร็จเธอก็หยิบกระเป๋าเครื่องสำอางมาละเลงใบหน้าให้เป็นแนวพังก์ร็อก จากนั้นก็ขึ้นรถอย่างพึงพอใจภายใต้สายตาเอือมระอาของเฟิ่งซาน
...
เวลาแปดโมงยี่สิบนาที หลังเวทีในค่ายฝึกซ้อมของรายการหนุ่มสาววัยใส
ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์กำลังตรวจสอบอันดับผลโหวตใหม่ล่าสุด
“เซี่ยอวี้ศักยภาพดี” ผู้กำกับถอนหายใจ “ทำหน้าที่เป็นเด็กฝึกได้ไม่เลวเลย”
โปรดิวเซอร์พ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างช้าๆ “แถมเขายังถูกโกงผลโหวตอีกด้วย”
ผู้กำกับมองจำนวนโหวตของจริงตรงหลังเวทีแวบหนึ่ง พลันอดใจเต้นไม่ได้
ถูกโกงผลโหวตแต่กลับไต่ขึ้นมาถึงที่สองได้
“ใช่แล้ว ซือฝูชิงขอลาหยุดไปแค่สามวัน วันนี้เป็นวันประเมินแบ่งชั้นครั้งที่สอง เธอต้องมาเข้ารายการ” โปรดิวเซอร์ถามขึ้นมา “ทางฝั่งเทียนเล่อมีเดียว่ายังไงบ้าง”
“ทำตามแผนเดิมต่อไป” ผู้กำกับบอก “ซือฝูชิงรับผิดชอบสร้างเรื่องดราม่าโดนด่า ต่อให้ไม่มีก็ต้องตัดออกมาให้มี แบบนี้ถึงจะดึงเรตติ้งได้”
มีเรื่องดราม่า มีการแข่งขัน เรตติ้งรายการถึงจะกระฉูด
พวกเขารู้ว่าซือฝูชิงเป็นผู้เสียสละอย่างแท้จริงในรายการหนุ่มสาววัยใส ซึ่งแตกต่างจากเหล่าแฟนคลับ
ในเมื่อความสามารถของซือฝูชิงแย่ที่สุดในบรรดาเหล่าเมนเทอร์ทั้งสี่
นอกจากจะไม่มีรางวัลเป็นชิ้นเป็นอันแล้ว เดบิวต์มาตั้งสองปีแต่ทั้งร้องเพลง เต้น แรปล้วนไม่ได้เรื่อง
ทุกครั้งที่วงสตาร์รี เกิร์ลกรุ๊ปขึ้นแสดงทีไร เธอเป็นเพียงภาพฉากหลังที่น่าสงสารทุกที
แต่กลับเอาคนแบบนี้มาเป็นเมนเทอร์ด้านการเต้นในรายการเฟ้นหาบอยแบนด์ คอยติชมเด็กฝึกอีกต่างหาก
บอกตรงๆ ว่าเป็นแค่การสร้างความสนุกเท่านั้นแหละ
ถ้าไม่เป็นผู้เสียสละให้ทางรายการแล้วเธอจะเป็นอะไรได้ล่ะ