เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 16
ตอนที่ 16 มีสิทธิ์อะไร
“ได้ งั้นก็เอาตามนั้น” โปรดิวเซอร์สูบบุหรี่อีก “จะได้เวลาแล้ว เตรียมอัดได้เลย”
ในห้องประเมินสิบนาทีหลังจากนั้น
ภายในห้องพัก เมนเทอร์ด้านการเต้นคนหนึ่งหันไปมองที่ว่างด้านข้าง “เมนเทอร์ซือคงจะไม่ได้เป็นอย่างที่ในเน็ตว่ากันจริงๆ ใช่มั้ย...เธอยังจะมาไหมเนี่ย”
“เธอจะมาหรือไม่มาก็เหมือนกันแหละ” เมนเทอร์ด้านการขับร้องหลีจิ่งเฉินเอ่ยอย่างเย็นชา “ถ้าเธอมาแล้วจะทำอะไรได้”
หลินชิงเหยียนเอ่ยตอบ “เมนเทอร์หลี เธอยังเด็กคงยังไม่คุ้นเคยกับวงการบันเทิง พยายามเข้าใจเธอหน่อยนะคะ”
“เมนเทอร์หลินไม่ต้องแก้ต่างแทนหรอก” หลีจิ่งเฉินนิ่วหน้าด้วยความรำคาญ “ในเมื่อไม่มีอีคิวก็ไม่ต้องอยู่มันแล้ววงการนี้”
นอกจากซือฝูชิงแล้ว เมนเทอร์คนอื่นๆ ต่างก็อายุมากกว่ายี่สิบห้าปีกันแล้วทั้งนั้น ซึ่งนับได้ว่าเป็นผู้อาวุโสในวงการแล้ว
ปีนี้หลีจิ่งเฉินเองก็อายุสามสิบสองปีแล้ว เขานั้นไม่เข้าใจวงการบันเทิงในตอนนี้เลยจริงๆ
ไม่เพียงแต่ความสามารถของศิลปินย่ำแย่ลงเรื่อยๆ เท่านั้น แต่พวกเขายังใช้กลยุทธ์เปรียบเทียบเพื่อผลประโยชน์ทางการตลาด ยิ่งพอได้มาเห็นว่าซือฝูชิงไม่แม้แต่จะปฏิบัติตามหน้าที่พื้นฐานของการเป็นเมนเทอร์อย่างนี้ เขาย่อมไม่มีความรู้สึกดีใดๆ ให้ซือฝูชิงอยู่แล้ว
“ฉันเห็นในเน็ตพูดกันว่าเธอกำลังจะถูกคนตระกูลจั่วไล่ออกจากบ้าน” หลินชิงเหยียนขมวดคิ้วท่าทางเป็นกังวล “ถ้าเธอออกจากบ้านตระกูลจั่วแล้วก็คง...”
เสียงเปิดประตูขัดจังหวะคำพูดที่เหลือไปเสียก่อน
หญิงสาวสวมเสื้อเชิ้ตลายทางสีขาวเบจทับด้วยแจ็กเก็ตหนังสไตล์บารอก ขาคู่นั้นของเธอเรียวยาวแต่เครื่องสำอางที่แต่งแต้มบนใบหน้าหนาเกินไปมาก
พอหลินชิงเหยียนเห็นว่าเธอเข้ามาก็ชะงักไปทันที
ซือฝูชิงเดินช้าๆ ไปยังที่นั่งว่างโดยไม่สนใจสายตาของใครทั้งนั้น
เธอลากนิ้วผ่านใบบันทึกคะแนนพลางใช้นิ้วเรียวยาวหมุนปากกาเล่น
เธอไม่เคยอยู่ในวงการบันเทิงของต้าซย่ามาก่อนแต่จะลองเล่นดูหน่อยก็ได้
หลินชิงเหยียนหุบยิ้ม ออกอาการลังเลเล็กน้อย “เมนเทอร์ซือ?”
ซือฝูชิงเท้าคางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้ “มีอะไรเหรอ”
ตอนที่เธอยิ้ม ดวงตาจิ้งจอกของเธอก็โค้งขึ้นตาม รอยยิ้มบางเบาในแววตานั้นราวกับมีแสงพร่างพราวอยู่ข้างใน ราวกับทำให้น้ำแข็งและหิมะละลายได้ในทันที
ทั้งๆ ที่คนอื่นๆ มองเห็นใบหน้าแท้จริงของเธอได้ไม่ชัดเจนเท่าไร แต่การที่เธอนั่งอยู่ตรงนั้นเพียงแค่หันมายิ้มน้อยๆ ก็สามารถดึงดูดความสนใจของทุกคนได้อย่างง่ายดาย
มีเสน่ห์ราวกับคนที่โดดเด่นมาตั้งแต่เกิด
“ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก” หลินชิงเหยียนหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดยิ้มๆ “อีกไม่นานก็จะมีการประเมินครั้งที่สองแล้ว ถ้าหากเมนเทอร์ซือทำไม่ได้จริงๆ ฉันแนะนำให้ถอนตัวออกจากรายการนี้ไปดีกว่า ยังไงก็น่าจะดีกว่าการเป็นตัวตลกให้ชาวเน็ตหัวเราะเอาทีหลัง เมนเทอร์ซือคิดเหมือนกันไหม”
หลินชิงเหยียนรู้ดีว่าความสามารถในวงการของซือฝูชิงนั้นแย่แค่ไหน
เธอดิ้นรนอยู่ในวงการมานานขนาดนี้ย่อมเข้าใจกฎระเบียบต่างๆ ในวงการเป็นอย่างดี
แม้ว่าเธอจะเป็นเพียงเมนเทอร์ในรายการแต่ก็มีคู่แข่งเช่นกัน
‘รายการหนุ่มสาววัยใส’ ได้เชิญเมนเทอร์ทั้งหมดสี่คนมาสอนดนตรี ร้องเพลงและเต้นรำ แต่กลับมีเพียงเมนเทอร์ด้านการเต้นเท่านั้นที่ถูกเชิญมาถึงสองคน
ก่อนที่จะอัดรายการหลินชิงเหยียนกังวลอย่างมากว่าตัวเองจะเป็นบันไดให้ซือฝูชิงเหยียบขึ้นไปหรือเปล่า
แต่ตอนนี้เธอวางใจแล้ว
ถ้าจะเอาเรื่องความสามารถซือฝูชิงก็ไม่มี ถ้าจะเอาเรื่องหน้าตาก็ยังไม่ผ่าน คงอยู่ในวงการบันเทิงนี้ต่อไปไม่ได้หรอก
พอรายการนี้จบลง ซือฝูงชิงก็จะหมดประโยชน์ทันที
ซือฝูชิงมองไปที่แบบประเมินด้วยสีหน้าไม่ใส่ใจปนเกียจคร้าน “งั้นฉันก็จะฝืนใจประเมินไปก็แล้วกัน”
เธอไปทำความเข้าใจ ‘รายการหนุ่มสาววัยใส’ มาเป็นพิเศษแล้ว และรู้ว่ามันเป็นรายการเรียลลิตี้แข่งขันพัฒนาความสามารถเพื่อคัดเลือกตัวจริง เด็กฝึกจำนวนหนึ่งร้อยหนึ่งคนที่ได้รับการคัดเลือกจากทั่วประเทศจะใช้เวลาสามเดือนในค่ายฝึก และจะมีเด็กฝึกเพียงเก้าคนเท่านั้นที่จะได้รับการคัดเลือกให้เดบิวต์ในตอนท้าย
การแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือดเข้มข้น
แม้ว่าการประเมินครั้งที่สองจะไม่ได้กำจัดใครออกไป แต่คะแนนการประเมินจะส่งผลต่อแอร์ไทม์บนหน้าจอและคะแนนโหวตของแฟนคลับ
เด็กฝึกจึงทุ่มเทกันมาก
หลีจิ่งเฉินหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ เขาพูดออกมาอย่างเย็นชาโดยไม่ไว้หน้าของซือฝูชิงอีกต่อไป “คุณจะประเมินอะไรได้ ยังมาทำเป็นพูดว่าฝืนใจ ความสามารถของเด็กฝึกพวกนี้ยังสูงกว่าคุณซะอีก! เป็นถึงเมนเทอร์ด้านการเต้นแต่เต้นไม่เป็น!”
ไม่รู้จริงๆ ว่าซือฝูงชิงเข้าวงการบันเทิงมาได้ยังไง
“เมนเทอร์หลี” เมนเทอร์ด้านดนตรีทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาส่ายหัวเป็นการส่งสัญญาณให้รู้ว่าการประเมินกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
หลีจิ่งเฉินเลิกมองซือฝูชิงและหันไปมองเวทีด้วยสีหน้าเรียบเฉยแทน
พอแปดโมงครึ่งนักเรียนคนแรกก็เข้ามา
เขาเดินขึ้นไปบนเวที โค้งคำนับและแนะนำตัวเอง “สวัสดีเมนเทอร์ทุกท่านครับ ผมชื่อมู่เหยี่ย เป็นเด็กฝึกจากเทียนเล่อมีเดีย ถนัดโวคัล (สายร้อง) ครับ”
ซือฝูชิงได้ยินชื่อนั้นก็ช้อนสายตาขึ้นมองเขาเล็กน้อย
รอให้อาการบาดเจ็บที่ข้อมือหายดีก่อนแล้วเธอจะยืดเส้นยืดสายคลายกล้ามเนื้อเสียหน่อย
มู่เหยี่ยแนะนำตัวเสร็จก็เริ่มโชว์เพลงหลักของรายการหนุ่มสาววัยใสที่ชื่อว่า ‘I’m the king’ (ฉันคือราชา)
ท่อนสำคัญของเพลงนี้ต้องใช้ช่วงเสียงที่สูงและเทคนิคที่แข็งแรงมาก ซึ่งทำให้แยกแยะระดับของนักเรียนได้ง่าย
นี่เป็นครั้งแรกที่ซือฝูชิงได้ยินเพลงนี้
ใบหูของเธอขยับ เธอสามารถฟังระดับเสียงและช่วงของเสียงแต่ละโน้ตได้อย่างรวดเร็ว
พอซือฝูชิงเหลือบมองการเต้นของมู่เหยี่ย เธอก็แทบอยากจะปิดหูปิดตาตัวเองเดี๋ยวนั้นทันที
ดูไม่ได้เลยจริงๆ
ถ้าคลาสเอมีความสามารถแค่นี้ เธอคิดว่าคลาสเอฟก็คงคัดออกไปได้เลย
วงการบันเทิงในปัจจุบันนี้เป็นอย่างนี้เหรอ
หลังการแสดงจบลงมู่เหยี่ยก็ยืนอยู่กลางเวที เขาไม่ได้ดูประหม่าแต่กลับมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม “ขอบคุณเมนเทอร์ทุกท่านครับ”
หลินชิงเหยียนยิ้มก่อนจะพูดอะไรบางอย่างด้วยจุดประสงค์แอบแฝง “เมนเทอร์ซือ แม้ว่าเขาจะเป็นรุ่นน้องบริษัทเดียวกับเมนเทอร์ซือแต่คุณจะปล่อยให้เขาผ่านไปง่ายๆ ไม่ได้นะ”
ไม่เพียงแต่พวกเมนเทอร์เท่านั้น แม้แต่เด็กฝึกทุกคนต่างก็มองออกว่าซือฝูชิงไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบนักในบริษัทเทียนเล่อมีเดีย แถมยังถูกกดไปหมดทุกอย่างอีกต่างหาก
แม้แต่มู่เหยี่ยและลู่เยี่ยนที่ยังไม่ได้เดบิวต์ก็ยังสามารถเหยียบย่ำเธอได้
พอหลินชิงเหยียนนึกถึงตอนแรกที่เธอคิดว่าซือฝูชิงจะมาเป็นคู่แข่งของตัวเอง พลันรู้สึกว่าความคิดนั้นตลกสิ้นดี
ซือฝูชิงเท้าคางขณะมองมู่เหยี่ยด้วยรอยยิ้ม “นายคิดว่านายควรอยู่คลาสไหน”
มู่เหยี่ยเหลือบมองเธอด้วยสายตาเจือแววดูถูกเล็กน้อยแต่ใบหน้าของเขายังเป็นปกติ “ผมคิดว่าผมอยู่คลาสเอต่อไปได้ครับ”
“ถ้างั้นก็ขอแสดงความยินดีด้วย” ซือฝูชิงใช้นิ้วเคาะใบบันทึกคะแนน เสียงพูดนั้นหยุดลงไปครู่หนึ่ง “เอฟ”
ถ้าไม่ใช่เพราะเอฟเป็นระดับที่ต่ำที่สุดแล้ว เธอคงส่งรุ่นน้องคนนี้ออกจากระบบสุริยะไปตั้งนานแล้ว
สีหน้าของมู่เหยี่ยแสดงความไม่พอใจทันที
ใครก็รู้ว่าในบรรดาห้าคลาส เอ บี ซี ดี เอฟ คลาสเอฟคือระดับที่แย่ที่สุด
หลังจากการประเมินครั้งที่สอง คลาสเอฟจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะแสดงในเพลงประกอบหลักของรายการบนเวทีด้วยซ้ำ ซึ่งจะทำให้ซีนที่ปรากฏในสัปดาห์หลังๆ ลดน้อยลงมาก
หากมีซีนน้อยลงย่อมส่งผลโดยตรงต่อความนิยมของเขา และไม่แน่ว่าเขาอาจหลุดจากเก้าอันดับแรกก็ได้
แววตาของมู่เหยี่ยมืดครึ้มลงไปชั่วขณะ
ถ้าหลินชิงเหยียนหรือเมนเทอร์ด้านดนตรีให้เอฟเขา เขาจะยอมรับมันแต่โดยดี
มีเพียงซือฝูงชิงเท่านั้นที่ไม่คู่ควร
และเรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือ การประเมินจะเป็นการให้คะแนนร่วมกันของเมนเทอร์ทุกท่าน ซือฝูชิงจะตัดสินใจเรื่องนี้คนเดียวได้ยังไง
“ซือฝูชิง คุณร้องเพลงไม่เป็น เต้นก็ไม่ได้” มู่เหยี่ยเย้ยหยัน “คุณยังแสดงเพลงธีมหลักเองไม่ได้เลย แล้วคุณก็ไม่ใช่เมนเทอร์ด้านดนตรีและขับร้องด้วย คุณมีสิทธิ์อะไรมาให้เอฟผม”