เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 17
ตอนที่ 17 ซือฝูชิง นายกล้าไม่พอใจเหรอ
พอเรียกเธอว่าเมนเทอร์เข้าหน่อย เธอก็นึกว่าตัวเองเป็นเมนเทอร์ไปจริงๆ แล้วเหรอ
คนในเทียนเล่อมีเดียต่างก็รู้กันทั้งนั้นว่า ซือฝูชิงก็แค่เหยื่อในรายการ ‘หนุ่มสาววัยใส’ นี้เท่านั้น
ขอแค่รายการได้รับความนิยมมากขึ้นก็พอ ซือฝูชิงจะโดนด่าอย่างไรก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเขา
หลินชิงเหยียนนึกไม่ถึงว่าซือฝูงชิงจะเลือกขัดแย้งกับมู่เหยี่ยตรงๆ อย่างนี้ เธอชะงักไปเล็กน้อย “มู่เหยี่ย คำพูดของเมนเทอร์ซืออาจจะรุนแรงไปหน่อย นายอย่าได้ถือสาไปเลย”
“เมนเทอร์หลิน” มู่เหยี่ยให้ความเคารพหลินชิงเหยียนมากแต่เขายังคงดูถูกซือฝูชิงอยู่ดี “ผมพูดตรงๆ ผมก็แค่อยากถามเมนเทอร์ซือว่า เมนเทอร์ใช้มาตรฐานอะไรมาให้เอฟผม”
หลินชิงเหยียนเงียบไม่พูดอะไรอีก
ในเมื่อซือฝูชิงเป็นคนเริ่มแสดงความไม่ได้เรื่องออกมาเอง เธอก็จะไม่ห้าม
ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์เองก็ยินดีที่จะเห็นจุดระเบิดนั้น
พอผ่านช่วงประเมินครั้งที่สองและอัปโหลดขึ้นอินเตอร์เน็ตแล้ว ความนิยมของรายการก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก
ซึ่งต้องขอบคุณความไม่รู้ของซือฝูชิง
“นายมีสี่โน้ตที่ร้องต่ำไปสองช่วงเสียง อีกห้าโน้ตต่ำไปหนึ่งช่วงเสียง และโน้ตตัวที่สามในท่อนฮุคก็ปลิ้นด้วย” ซือฝูชิงเคาะกระดาษที่มีช่วงเสียงเขียนอยู่เต็มลงกับโต๊ะและยิ้มบาง “นายบอกว่านายรับหน้าที่เป็นโวคัล (ร้องนำ) คงรู้ใช่ไหมว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการร้องเพลงคือลมหายใจ แต่ยังร้องเพลงออกมาแบบนี้ นายมีสิทธิ์อะไรบอกว่าตัวเองร้องเพลงเป็น
ในฐานะเมนเทอร์ ฉันให้เอฟนาย นายกล้าไม่พอใจ?”
เธอนั่งอยู่ตรงนั้น ปลายหางตาชี้ขึ้น ดวงตาระยิบระยับราวกับลมฤดูใบไม้ผลิ
ทั้งๆ ที่เธอไม่มีท่าทางก้าวร้าวหรือโจมตีใดๆ แต่มันกลับทำให้คนอื่นรู้สึกกดดันได้อย่างมาก
“...”
เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะในห้องประเมิน
แม้แต่หลีจิ่งเฉินเองก็ตกใจเล็กน้อย
ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าซือฝูชิงมีความสามารถมากน้อยแค่ไหน
หลีจิ่งเฉินไม่เคยคาดหวังว่าเธอจะสามารถพิพากษ์วิจารณ์อะไรที่มีประโยชน์ได้อยู่แล้ว แค่ขอให้เธอไม่สร้างปัญหาก็พอ
ใครจะไปรู้ว่าเธอจะฟังโน้ตทุกตัวออกได้ทันที แถมยังจำได้แม่นยำขนาดนั้นด้วย
ถ้าไม่เคยเรียนขับร้องมาโดยเฉพาะ หูก็คงไม่ไวขนาดนี้
คนที่คาดไม่ถึงที่สุดก็คือมู่เหยี่ย เขาตัวแข็งทื่อไปหมดแล้ว
เหงื่อเย็นไหลออกมาจากแผ่นหลังของเขาภายใต้การจับจ้องของซือฝูชิง แข้งขาอ่อนแรงเล็กน้อย “...ไม่ ไม่ครับ”
“ไม่ก็ดี” ซือฝูชิงหลุบตาลง “ฉันจะไม่ลงรายละเอียดเกี่ยวกับการเต้นของนาย นายน่าจะรู้ตัวเองดี”
สีหน้าของมู่เหยี่ยเปลี่ยนไปอีกแล้ว เขากำหมัดแน่นเพื่อกดข่มอารมณ์ของตนเอง
เมนเทอร์ด้านดนตรีเพิ่งจะได้สติกลับมา สีหน้าของเขายังคงงุนงงเล็กน้อย “เมนเทอร์ซือพูดถูก เขาร้องโน้ตพวกนั้นต่ำไปจริงๆ ตรงจุดที่ปลิ้นก็เห็นได้ค่อนข้างชัดเจน ผมเองก็คิดว่าถ้าสมาชิกคลาสเอร้องเพลงธีมแบบนี้ก็ควรจะได้เอฟจริงๆ”
หลีจิ่งเฉินพูดอย่างเย็นชา “เอฟ”
คลาสเอมีได้เพียง 9 คนเท่านั้น ก็ย่อมต้องมีมาตรฐานสูงเป็นธรรมดา
เมื่อเมนเทอร์ทั้งสามคนให้เอฟกับเขา สีหน้าของมู่เหยี่ยซีดเซียวลงทันที
ครั้งต่อไปจะเป็นการแสดงต่อสาธารณะครั้งแรก เขาได้ไปอยู่คลาสเอฟและไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้แสดงเพลงประกอบหลัก เขาจะทำอย่างไรดี
หลินชิงเหยียนยังคงอึ้งอยู่จนหลีจิ่งเฉินต้องเรียกเธอ “เมนเทอร์หลิน? ถึงตาเมนเทอร์หลินแล้ว”
ทันใดนั้นเธอก็สะดุ้งขึ้นมา เธอตกใจจนเสียอาการก่อนจะยิ้มอย่างขอโทษ “ขอโทษด้วยค่ะ ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไร ฉันก็ให้เอฟเหมือนกัน”
เมื่อทุกคนลงคะแนนแล้ว ในที่สุดมู่เหยี่ยก็ได้เอฟอย่างไม่มีข้อยกเว้น
ในสมองของมู่เหยี่ยสับสนไปหมด ใบหน้าของเขาไม่มีสีเลือดแม้แต่น้อย จากนั้นสีหน้าหวาดกลัวก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น
แย่แล้ว ถ้าเขาไปอยู่คลาสเอฟ โอกาสที่เขาจะไม่ได้เดบิวต์มีถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง
มู่เหยี่ยไม่รู้ว่าตัวเองออกจากห้องประเมินไปได้อย่างไร เขาสับสนเหม่อลอย และหมดความเย่อหยิ่งที่เคยมีก่อนหน้านี้ไปนานแล้ว
การประเมินของคนอื่นก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก ถ้าเด็กฝึกไม่ลืมท่าเต้นก็ลืมเนื้อร้อง
ซือฝูงชิงมีท่าทีง่วงนอนและไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ เพิ่มเติมอีก
จนกระทั่งเงาร่างสูงโปร่งหลังเหยียดตรงเดินขึ้นเวทีมา
เด็กหนุ่มสวมชุดเครื่องแบบสีม่วงของคลาสเอ ผิวของเขาขาวมาก เขายังมีดวงตาจิ้งจอกที่น่าดึงดูดอีกด้วย
ใบหน้าคมสัน อวัยวะทั้งห้าบนใบหน้าชัดเจน
น้ำเสียงของเขาฟังดูสบายๆ การแนะนำตัวของเขาก็เรียบง่าย “เซี่ยอวี้ ฝึกเองไม่มีสังกัดครับ”
เซี่ยอวี้เป็นเด็กฝึกเอง แม้แต่ผู้จัดการเขายังไม่มี จึงไม่ต้องพูดถึงคนสนับสนุนเบื้องหลัง
เขามีความสามารถมากจริงๆ และได้ที่หนึ่งในการโหวตครั้งแรก แต่กลับต้องถูกกดคะแนนจนได้ที่สองแทน
ซือฝูชิงยังคงดูอย่างนิ่งเฉยไม่กระตือรือร้นใดๆ
เสียงเพลงดังขึ้น เมื่อดนตรีนำช่วงแรกผ่านไปแล้วเสียงร้องของผู้ชายก็ดังขึ้น “ความฝันในโลกนี้เป็นของฉันทั้งหมด...”
น้ำเสียงใสสะอาด พลังก็เพียงพอ
ซือฝูชิงลืมตาและยืดตัวขึ้น
บนเวทีชายหนุ่มคุกเข่าลงข้างหนึ่ง เตะเท้าขึ้นไปกลางอากาศ แล้วก้าวพลิกตัว...ท่าทางยากๆ พวกนี้เป็นเรื่องง่ายสบายๆ สำหรับเขา
ตึง ตึง
ทุกท่วงท่าการเต้นของเขาสอดรับกับจังหวะกลองอย่างสมบูรณ์แบบ
ประกอบกับเสียงร้องของเขาและการไต่โน้ตที่ไหลลื่นคล่องแคล่วถึงที่สุด
การแสดงนี้นับเป็นบุญหูบุญตาจริงๆ
ซือฝูชิงเท้าคาง
อืม คนนี้พอใช้ได้
ตึง!
ในขณะที่เสียงกลองจังหวะสุดท้ายและเสียงดนตรีจบลงพร้อมกัน ท่วงท่าการเต้นของเซี่ยอวี้ก็หยุดลงเช่นกัน
เขาเงยหน้าขึ้น โค้งคำนับเล็กน้อย และยังคงอยู่ในท่าทางสบายๆ “ขอบคุณครับ”
“เต้นได้ไม่เลว ร้องก็ค่อนข้างดี” ซือฝูชิงยิ้มอย่างเกียจคร้าน “ฉันให้เอ แต่ก็ต้องพยายามต่อไปด้วยนะ”
เมนเทอร์ด้านดนตรีก็เห็นด้วย “เซี่ยอวี้ น้ำเสียงของนายดีมากจริงๆ ผมก็ให้เอ”
เซี่ยอวี้เลิกคิ้ว ดวงตาสีดำคมเข้มคู่หนึ่งจ้องมองซือฝูงชิงสองสามวินาทีก่อนจะเอ่ยขึ้น
น้ำเสียงของเขาสบายๆ ฟังดูหล่อเท่ “ขอบคุณครับเมนเทอร์ซือ คุณใจดีมาก”
“ห้ามหยอกล้อเมนเทอร์” ซือฝูชิงยังไม่มีความเคลื่อนไหว แค่โบกมือ “คนต่อไป”
เซี่ยอวี้ยักไหล่ แล้วเดินเอามือล้วงกระเป๋าออกไป
เด็กฝึกคนต่อไปเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วการแสดงรอบใหม่ก็เริ่มขึ้น
หลินชิงเหยียนกดข่มโทสะเอาไว้ เธอไม่สามารถที่จะพูดอะไรแทรกได้เลย
เธอกำลังบีบขวดน้ำแร่ เงามืดดำปรากฏใต้แพขนตาของเธอ
...
การประเมินในช่วงเช้าจบลงอย่างรวดเร็ว เด็กฝึกทยอยกันไปโรงอาหารเพื่อเข้าแถวรับอาหาร
ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเซี่ยอวี้เป็นเด็กฝึกที่โดดเด่นที่สุด
เขามีรูปร่างสูงใหญ่ ขายาว และเต็มไปด้วยมาดอันธพาล อวดดีไม่ไหว
ดูไม่เหมือนว่าเขามาที่นี่เพื่ออยู่ในวงการบันเทิง แต่ดูเหมือนคุณชายสักคนที่ออกมาโลดแล่นบนโลกใบนี้
“พี่เซี่ย วันนี้ซือฝูชิงแปลกจริงๆ” เด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินตามหลังเซี่ยอวี้มา เขาลดเสียงลงเล็กน้อย “พี่ว่าจู่ๆ เธอก็รู้แจ้งขึ้นมาหรือว่าอะไร แล้วยังเข้าใจดนตรีด้วยนะ?”
สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าเป็นที่รู้กันทั่วค่ายแล้ว
ปกติตอนอยู่ในค่ายฝึกมู่เหยี่ยมักจะเย่อหยิ่งมาก แต่เขาได้รับการสนับสนุนจากเทียนเล่อมีเดีย แถมยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลู่เยี่ยนตัวเลือกอันดับหนึ่งในตำแหน่งเซ็นเตอร์ด้วย
พวกเขาจึงต้องเลี่ยงคมดาบปกป้องตัวเองไว้ก่อน
วันนี้ซือฝูงชิงวิจารณ์มู่เหยี่ยจนถึงขั้นว่าไม่มีอะไรดีอย่างไร้ความปรานี มู่เหยี่ยจึงรู้สึกขุ่นเคืองไม่พอใจเธอ
เซี่ยอวี้เงยหน้าขึ้น “ยังไงเหรอ”
“ผมแค่คิดว่าเธอแปลก” เด็กหนุ่มสับสน “ถ้าเธอมีความสามารถขนาดนี้ ทำไมเธอถึงไม่แสดงมันออกมาก่อนหน้านี้ล่ะ”
เซี่ยอวี้มองโทรศัพท์มือถือของตัวเองและไม่ตอบสนองต่อประโยคนี้
“จะว่าไป...” จู่ๆ เด็กหนุ่มก็พูดขึ้นอีกครั้ง “พี่เซี่ย พี่คิดว่าซือฝูชิงหน้าคล้ายพี่บ้างไหม”