เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 18
ตอนที่ 18 เทพบุตรที่ไม่อาจเอื้อม
เมื่อเซี่ยอวี้ได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นทันที
เขาเลิกคิ้วก่อนจะพูดเหมือนจะยิ้มก็ไม่เชิง “ว่าไงนะ!”
“ไม่ ไม่ ผมไม่ได้ตั้งใจจะบอกว่าพี่ขี้เหร่นะ ผมแค่รู้สึกว่ามันมีอะไรที่คล้ายกันนิดหน่อย ออร่าน่ะพี่เข้าใจไหม แล้วยังมีดวงตากับสายตาทั้งของพี่กับเธอด้วย เฮ้อ บอกไม่ถูกแฮะ” เด็กหนุ่มเกาศีรษะ “แต่พี่ว่าเธอแต่งหน้าหนาขนาดนั้นทุกวันจะไม่ทำร้ายผิวบ้างเลยเหรอ พี่ไม่อยากรู้บ้างเหรอว่าหน้าสดของเธอเป็นยังไงกันแน่”
สายตาเซี่ยอวี้เรียบเฉย เขาเหลือบมองไปทางขวา
ซือฝูชิงนั่งอยู่ที่โต๊ะข้างหน้าต่าง บนใบหน้านั้นยังคงแต่งแต้มเครื่องสำอางให้เป็นแนวพังก์ร็อกอยู่แต่ดวงตาจิ้งจอกคู่นั้นกลับใสกระจ่าง
เธอกินข้าวไปพร้อมอ่านหนังสือ
เซี่ยอวี้สายตาดีเลยเห็นชื่อหนังสือในมือของเธอ ‘ตำนานฮ่องเต้อิ้น’
ที่ต้าซย่าไม่ว่าใครก็ตามที่ศึกษาประวัติศาสตร์จะต้องรู้จักฮ่องเต้หนุ่มคนนี้
อาจกล่าวได้ว่าความเจริญรุ่งเรืองของรัฐต้าซย่าอันยิ่งใหญ่ในปัจจุบันนี้นั้นจะขาดความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของฮ่องเต้อิ้นในการปกป้องการรุกรานจากคนต่างเผ่าพันธุ์และการปกครองให้แผ่นดินสงบสุขไปไม่ได้
แม้ว่าเขาจะจากไปสิบกว่าศตวรรษแล้ว แต่เขาก็ยังคงเป็นที่ชื่นชอบของคนหมู่มาก
เนื่องจากฮ่องเต้อิ้นเสียชีวิตเร็วเกินไปจึงทำให้ผู้คนรู้สึกเสียดายไม่น้อย เขาเลยกลายเป็นคนที่ทุกคนสนใจแต่ไม่อาจแตะต้อง ฮ่องเต้อิ้นยังมีแฟนประวัติศาสตร์จำนวนมากอีกด้วย
ซึ่งนั่นเป็นผลให้วงการบันเทิงไม่เคยกล้าทำภาพยนตร์หรือซีรีส์ที่เกี่ยวข้องกับเขาเลย เพราะถ้าทำอะไรผิดขึ้นมาคงจะถูกด่าเละ
เซี่ยอวี้ค่อนข้างประหลาดใจที่เห็นซือฝูชิงอ่านหนังสือในโรงอาหาร
เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะรู้เรื่องของซือฝูชิง แต่เขามักจะได้ยินเด็กฝึกคนอื่นๆ เย้ยหยันว่าซือฝูชิงนั้นเรียนไม่จบมัธยมต้นด้วยซ้ำ เธอเป็นปลาที่เล็ดลอดผ่านตาข่ายแห่งการศึกษาเก้าปีมาได้
แต่วงการบันเทิงทุกวันนี้เต็มไปด้วยวัตถุนิยมและความใจร้อนฉาบฉวย จึงไม่จำเป็นต้องมีใบปริญญาก็ได้
ซือฝูชิงตั้งใจอ่านมากโดยไม่สนใจสายตาคนรอบข้างที่จ้องมองมาบ่อยครั้ง
เธอพลิกเปิดหน้าถัดไป หยิบน่องไก่ด้วยมือขวาแล้วกัดลงไป
พอเด็กหนุ่มเห็นภาพนั้น เขาก็รู้สึกปวดใจมาก “พี่เซี่ย ดูสิเธอเป็นไอดอลหญิงนะ แต่เธอกล้ากินน่องไก่แถมยังดื่มน้ำอัดลมด้วย”
เหล่าไอดอลหญิงล้วนต้องรักษารูปร่างและต้องควบคุมปริมาณการกินอย่างเคร่งครัด แต่ในกล่องอาหารกลางวันของซือฝูชิงมีกระดูกไก่ที่ถูกแทะไปแล้วตั้งหลายชิ้น
ในขณะนั้นเองซือฝูชิงก็หันกลับมาทันที เธอเท้าคางพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้น “น้องชาย นายกำลังอิจฉาที่ฉันผอมง่ายกินยังไงก็ไม่อ้วน?”
เธอเอนตัวและยิ้มอย่างเกียจคร้าน ดวงตาจิ้งจอกของเธอโค้งหยีทันที นัยน์ตาพร่างพราวราวกับมีดาวตกอยู่ข้างในนั้น
เธอดูน่ารักดึงดูด อีกทั้งสง่างามอย่างเป็นธรรมชาติ
เด็กหนุ่มโกรธมากจนใบหน้าของเขาแดงก่ำ “ทั้งที่คุณ...”
เขาแก่กว่าเธออีก!
น้องชายอะไรกัน!
เซี่ยอวี้เหลือบมองซือฝูชิงด้วยแววตาสำรวจลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิม จากนั้นก็พูดออกมาอย่างสบายๆ “ไปกันเถอะ”
“พี่เซี่ย เธอต้องตั้งใจแน่ๆ” เด็กหนุ่มยังคงหน้าแดงขณะบ่นพึมพำ “ฉวยโอกาสที่เป็นเมนเทอร์รังแกผม”
เขาไม่ทันได้คิดด้วยซ้ำว่าทำไมซือฝูชิงที่อยู่ห่างออกไปกว่าสิบเมตรกลับได้ยินคำพูดของเขา
...
หลังจากการประเมินครั้งที่สองสิ้นสุดลงก็ถึงเวลาที่จะต้องแบ่งกลุ่ม
เด็กฝึกแต่ละคนจะเลือกเมนเทอร์ผู้สอนที่เหมาะสมกับตนเองและลงชื่อไว้ จากนั้นเมนเทอร์จะค่อยเลือกพวกเขาอีกที
ซือฝูงชิงคิดเล่นๆ ว่าตอนนี้เธอเป็นปลาเค็มที่ไม่มีความสามารถอะไรนอกจากนอนนิ่งๆ และมีเมนเทอร์ด้านการเต้นสองคน ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเลือกเธอแน่นอน เธอจึงรู้สึกผ่อนคลายไม่น้อย
เธอหาวออกมาครั้งหนึ่ง พอหันกลับไปก็พบว่าข้างหน้าเธอคือเด็กฝึกชายที่กำลังซ้อมเพลงประกอบหลักของรายการอยู่
เด็กฝึกส่วนใหญ่เลือกไปอยู่กับหลินชิงเหยียน คนที่เหลือจึงมอบให้เป็นหน้าที่ของแธอ
บางคนมีคุณสมบัติไม่ดี บางคนไม่เคยเรียนเต้นมาก่อน รวมๆ แล้วก็คือไม่มีโอกาสเดบิวต์นั่นเอง
ซือฝูชิงเสยผมขึ้นพลางมองเด็กหนุ่มที่กำลังฝึกฝนอยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม “ขาต่ำไป แล้วก็มือ ยกให้สูงขึ้นหน่อย นายเป็นกอริลลาเหรอ
ตรงนี้ และก็ตรงนี้” เธอชี้ไปที่จุดอื่นเรื่อยๆ “ยกขึ้นไปจนถึงจุดนี้ ดูนะแล้วทำตามฉันรอบหนึ่ง”
ใบหน้าของเด็กหนุ่มแดงก่ำอีกครั้งแต่ก็ต้องยอมจำนนต่ออำนาจอย่างเป็นทางการของซือฝูชิงและทำตามอย่างไม่เต็มใจ
นักเรียนคนอื่นๆ ประมาณสิบกว่าคนล้วนเห็นเหตุการณ์แต่พวกเขาไม่ได้สนใจอะไร
หลินชิงเหยียนเก่งกว่าซือฝูชิงตั้งเยอะ
ถ้าไม่ใช่เพราะหลินชิงเหยียนไม่สามารถจะรับนักเรียนได้มากขนาดนั้น คิดว่าพวกเขาจะอยากมาเรียนกับซือฝูชิงงั้นเหรอ
เด็กฝึกคนอื่นๆ ไม่แม้แต่จะมองซือฝูชิงด้วยซ้ำ พวกเขายังคงเรียนรู้จากวิดีโอของหลินชิงเหยียนกันต่อไป
ซือฝูชิงก็ไม่ได้ตั้งใจจะสอนคนจำนวนมากขนาดนั้นอยู่แล้ว เธอเชิดคางขึ้น “นายชื่ออะไร”
เด็กหนุ่มตอบเสียงอู้อี้ “สวี่ซีอวิ๋น”
“อ้อ สวี่ซีอวิ๋นนี่เอง” ซือฝูชิงเท้าคางและยิ้มน้อยๆ “รีบฝึกเข้า ถ้านายทำไม่ได้ ฉันจะทำให้นายรู้เองว่าคนที่เป็นเมนเทอร์เขารังแกเด็กฝึกกันยังไง”
สวี่ซีอวิ๋น “!”
เมื่อได้เห็นรอยยิ้มที่ ‘ใจดี’ ของซือฝูชิงแล้ว เขาก็รีบทำตามทันทีโดยไม่กล้าหละหลวม
หลังจากที่เขาตั้งใจทำตามอย่างจริงจังแล้ว สวี่ซีอวิ๋นก็เต้นใหม่อีกครั้งด้วยตัวเอง แล้วเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นการเคลื่อนไหวที่ได้มาตรฐานของตัวเองในกระจก
จู่ๆ ก็ดูเหมือนว่าเขาทำท่านี้ได้แล้ว?
สวี่ซีอวิ๋นมองไปที่ซือฝูชิงโดยไม่รู้ตัว เขาเห็นเธอปรบมือให้ “เป็นเด็กที่สอนได้ คุณสมบัติไม่เลว เอาละ ไปฝึกต่อเองเถอะ”
ซือฝูชิงออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอก
“ฝูชิง ฉันมารับเธอไปที่ห้องจัดงานศพ ฉันขอลางานแทนเธอสองชั่วโมงแล้วด้วย” น้ำเสียงของจั่วเสียนอวี้ที่ปลายสายอ่อนโยน “รถจอดอยู่ข้างนอกที่จัดรายการแล้ว”
ซือฝูชิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ได้”
ทีมงานของรายการค่อนข้างจะผ่อนปรนกับการลางานของเธอมาก เธอแค่จำเป็นต้องอยู่ที่นั่นตอนที่อัดรายการเท่านั้น
ซือฝูชิงเองก็รู้ว่าโปรดิวเซอร์และเทียนเล่อมีเดียวางแผนอะไรอยู่ พวกเขาต้องการให้เธอเป็นเหยื่อของรายการ ‘หนุ่มสาววัยใส’ นี้
เธอมองข้อมือขวาของเธอที่ยังมีผ้าก๊อซพันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอามือซุกกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางเกียจคร้าน “จิ๊”
น่าเสียดายที่นิสัยเธอไม่ดี ถึงอย่างไรเธอก็จะไม่ยอมให้พวกเขาสมหวังหรอก
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง
ซือฝูชิงมองข้อความที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
เธอแน่ใจแล้วว่าเฟิ่งซานต้องมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลมั่วแห่งจงโจวไม่น้อย ไม่อย่างนั้นปี 2025 แบบนี้แล้วเขาจะยังใช้แต่การส่งข้อความแบบเก่าอยู่ได้อย่างไร
โบราณจริงๆ
เฟิ่งซาน : [คุณซือ เราจะออกเดินทางพรุ่งนี้และกลับมาคืนวันเสาร์ คุณยังกลับมางานศพท่านผู้เฒ่าจั่วทัน]
ซือฝูชิงพิมพ์โอเคตอบตกลงไปแล้วเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า
นอกค่ายมีรถเอนกประสงค์สีแดงคันหนึ่งจอดอยู่ข้างถนน
พอจั่วเสียนอวี้เห็นซือฝูชิงเดินออกมาก็กวักมือเรียกเธอทันที
ซือฝูชิงเปิดประตูและนั่งลงที่เบาะตอนหลัง
มีคนสองคนที่อยู่บนห้องซ้อมเต้นชั้นสามเห็นฉากนี้เข้าพอดี
“พี่เยี่ยน เธอถูกไล่ออกจากตระกูลจั่วแล้วไม่ใช่เหรอ” สีหน้าของมู่เหยี่ยอึมครึม “ทำไมตระกูลจั่วถึงยังส่งคนมารับเธออีก”
จั่วเสียนอวี้โดดเด่นที่สุดในบรรดาคนตระกูลจั่วรุ่นนี้ เธอเป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย เลยมีคนเมืองหลินจำนวนไม่น้อยที่ชื่นชมเธอ
ถึงอย่างไร ’หนุ่มสาววัยใส’ ก็อัดรายการกันที่นี่ พวกเขาเองก็พอจะรู้จักตระกูลเล็กตระกูลใหญ่ในเมืองหลินอยู่บ้าง
ตระกูลจั่วอาจเรียกได้ว่าเป็นนักเลงท้องถิ่นในเมืองหลินนี้
เด็กฝึกส่วนใหญ่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยมาแต่เกิด พวกเขาจึงไม่อาจทำให้คุณหนูคุณชายพวกนี้ขุ่นเคืองได้
ถ้าหากความสัมพันธ์ระหว่างซือฝูชิงกับตระกูลจั่วกลับมาดีกันแล้ว แผนการที่จะจับเธอมาแขวนเพื่อเพิ่มความนิยมของรายการจะดำเนินต่อไปได้อย่างไร