เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 19
ตอนที่ 19 อวี้ซีเหิง “ไปรับเธอ”
นี่คือสิ่งที่มู่เหยี่ยไม่อยากเห็น
ในการประเมินวันนี้เขาไม่เพียงแต่ไม่สามารถทำให้ซือฝูชิงอับอายขายหน้าได้ แต่ยังทำให้ตัวเองต้องตกไปอยู่คลาสเอฟและพลาดโอกาสที่จะได้แสดงเพลงประกอบหลักอีกต่างหาก
ตอนนี้สามารถพูดได้ว่าตนเกลียดซือฝูชิงเข้ากระดูกดำ
แต่ซือฝูชิงเป็นเครื่องมือในการเพิ่มความนิยมของรายการหนุ่มสาววัยใส อีกทั้งยังเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเทียนเล่อมีเดียและรายการ ดังนั้นตอนนี้เขาจึงยังทำอะไรเธอไม่ได้
ไม่อย่างนั้นเขาคงทำให้เธอได้เห็นดีไปแล้ว
มู่เหยี่ยกำหมัดแน่น ดวงตาของเขาเย็นชามืดมน
มันก็แค่บังเอิญโชคดีเท่านั้น
ลู่เยี่ยนเหล่มอง แม้จะมีความสงสัยบางอย่างอยู่ในแววตาของเขาแต่เขายังคงใจเย็น “เราตั้งใจฝึกฝนก็พอ ต่อให้เธอจะกลั่นแกล้งพวกเราแค่ไหนแต่เธอจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่บริษัทวางแผนมาแล้วได้เหรอ”
มู่เหยี่ยได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกทันที “บริษัทคงไม่ปล่อยให้เกิดความผิดพลาดกับรายการแน่”
เทียนเล่อมีเดียเป็นบริษัทบันเทิงชั้นนำในต้าซย่าและอาจกล่าวได้ว่าเป็นผู้ควบคุมเส้นสายสำคัญๆ หนึ่งในสามของอุตสาหกรรมบันเทิง
ถ้าซือฝูชิงออกจากเทียนเล่อมีเดียไปแล้ว คงจะไม่สามารถอยู่ในวงการบันเทิงนี้ได้อีกเลย
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้ยินมาว่าซือฝูชิงได้ลงนามในสัญญาที่ไม่สมเหตุสมผลที่สุดกับบริษัท ค่าเสียหายในการละเมิดสัญญาคือตัวเลขเก้าหลัก ต่อให้ขายตัวเธอไปก็ยังชดใช้ไม่ไหว
ชั่วชีวิตนี้ซือฝูชิงอย่าได้คิดจะหนีจากเทียนเล่อมีเดียเลย
ในที่สุดมู่เหยี่ยก็รู้สึกดีขึ้นบ้าง เขากำลังจะกลับไปเต้นต่อตอนที่ลู่เยี่ยนพูดขึ้นอย่างเย็นชา “การประเมินของนายวันนี้มันยังไงกัน”
สีหน้าของมู่เหยี่ยชะงักไปทันที เขารีบอธิบาย “พี่เยี่ยน ผมแค่นึกไม่ถึงว่าซือฝูชิงจะจับพลัดจับผลูฟังโน้ตที่ผมร้องได้”
“มันก็เป็นเพราะความสามารถของนายไม่พอเองด้วย” ลู่เยี่ยนนิ่วหน้า “เดิมทีนายอยู่คลาสเอ พวกเราสองคนสามารถช่วยกันจับตาดูเซี่ยอวี้ได้ แต่ตอนนี้เหลือฉันคนเดียวแล้ว”
มู่เหยี่ยเม้มปาก
หลังจากตอนแรกของรายการออกอากาศ เทียนเล่อมีเดียก็มีคำสั่งเด็ดขาดให้พวกเขาทำอย่างไรก็ได้เพื่อไม่ให้เซี่ยอวี้ติดสามอันดับแรก
แต่ความนิยมของเซี่ยอวี้นั้นสูงมากจริงๆ เขาแทบจะทิ้งห่างคนอื่นแบบไม่เห็นฝุ่น
แม้ว่าก่อนที่ลู่เยี่ยนจะเดินทางกลับประเทศ เขาก็มีแฟนคลับจำนวนมากอยู่แล้ว และแม้ว่าจะมีการทำการตลาดของเทียนเล่อมีเดียร่วมด้วย แต่ลู่เยี่ยนกลับเอาชนะเซี่ยอวี้ได้เพียงนิดหน่อยเท่านั้น
มู่เหยี่ยจินตนาการไม่ออกเลยว่า พอรายการออกอากาศไปอีกหลายตอน จำนวนแฟนๆ ของเซี่ยอวี้จะเติบโตไปถึงไหน
“ช่างเถอะ นายไปอยู่คลาสเอฟแล้วคอยจับตาดูสวี่ซีอวิ๋นนั่นเอาไว้ก็แล้วกัน เขาดูสนิทสนมกับเซี่ยอวี้” ลู่เยี่ยนเอ่ยซ่อนนัยยะ “เซี่ยอวี้ดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับเขา”
เขาทำอะไรเซี่ยอวี้ไม่ได้แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำอะไรสวี่ซีอวิ๋นไม่ได้นี่นา
มู่เหยี่ยได้ยินดังนั้นก็หยิกฝ่ามือตัวเองและได้แต่ต้องตอบรับด้วยความรู้สึกฮึดฮัดไม่เต็มใจ “ครับพี่เยี่ยน”
...
ส่วนทางฝั่งเฟิ่งซาน พอได้รับข้อความตอบกลับสั้นๆ ก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “พี่เก้า ไม่ตรวจสอบอีกหน่อยจริงๆ เหรอครับ”
ซือฝูชิงที่พวกเขาเห็นนั้นแตกต่างจากที่อธิบายไว้ในเอกสารมากเสียจนอาจเรียกได้ว่าไม่ใช่คนคนเดียวกันเลยด้วยซ้ำ
แต่เขาก็มั่นใจได้ว่ามันไม่ใช่การปลอมตัวหรือการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ
ถ้าจะบอกว่าก่อนหน้านี้ซือฝูชิงเก็บซ่อนความสามารถ ก็คงจะเป็นการซ่อนที่มิดชิดมากจริงๆ
เครือข่ายข่าวกรองของพวกเขาคงถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแปลงแล้วเช่นกัน
เฟิ่งซานเริ่มจินตนาการถึงฉากที่พี่น้องอีกหลายคนถูกทุบตีอย่างโหดร้ายแล้ว
อวี้ซีเหิงจับถ้วยชาแล้วหมุนอย่างใจเย็น “ถ้าสงสัยก็ไม่ต้องใช้ ถ้าจะใช้คนอย่าสงสัย ในเมื่อตัดสินใจที่จะใช้ย่อมไม่ต้องตรวจสอบแล้ว”
เฟิ่งซานเม้มปาก “พี่เก้า ถ้าเผื่อว่าคุณซือเป็น...”
พอเฟิ่งซานพูดมาถึงตรงนี้ เขาก็หยุดชะงักและไม่พูดอะไรต่อ
รอบกายอวี้ซีเหิงมีหน่วยลับหรือนักฆ่าที่ต้องการจะเอาชีวิตของเขาอยู่ไม่ขาดสาย
ที่บังเอิญก็คือคนประเภทนี้ปลอมตัวเก่งเหมือนกัน
เพราะถึงอย่างไรทักษะของซือฝูชิงนั้นก็ออกจะน่ากลัวเกินไป
แม้ว่าเฟิ่งซานจะรู้สึกดีๆ กับซือฝูชิงมากขึ้นแต่เขาก็ยังกังวลอยู่ดี
“อย่ากังวลไป” อวี้ซีเหิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยราวกับกำลังขบขัน “พอเงินเข้าเดี๋ยวเธอก็มา”
เฟิ่งซาน “...”
พี่เก้าของเขารู้จักคุณซือดีจริงๆ
“ไปรับเธอคืนนี้ด้วย” อวี้ซีเหิงเอ่ยสั่งเสียงเรียบ “พรุ่งนี้เช้าออกเดินทางตอนตีสี่ครึ่ง ซิงอวิ๋นติดต่อเธอไว้แล้ว พอถึงเวลาพวกเราก็ไปได้เลยทันที”
เฟิ่งซานตอบรับท่าทางจริงจัง “ครับ”
การเดินทางไปเมืองเยี่ยนเพื่อพบหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณครั้งนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ พวกเขากำลังปิดบังเรื่องนี้จากทั้งเมืองซื่อจิ่วและจงโจว
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีข่าวเล็ดลอดออกไปบ้าง จึงไม่รู้ว่าระหว่างทางจะมีอันตรายมากมายแค่ไหน
เฟิ่งซานถอนหายใจเบาๆ
ไม่รู้ว่าเมื่อไรขาของพี่เก้าถึงจะหายดี
...
รถของจั่วเสียนอวี้มาถึงห้องจัดงานศพตอนบ่ายโมงครึ่งพอดี
ตรงกลางห้องโถงไว้ทุกข์มีโลงศพที่แกะสลักจากไม้หนานมู่เดินเส้นทองวางอยู่ ส่วนด้านบนมีรูปถ่ายของท่านผู้เฒ่าจั่ว
ซือฝูชิงยืนอยู่ที่ประตูทางเข้า เพียงแค่มองเธอก็รู้สึกได้ถึงการถูกรังเกียจและความแปลกแยก
แปลก
เธอหรี่ดวงตาจิ้งจอกลงเล็กน้อยแต่ยังคงก้าวเข้าไปจุดธูปสามดอกให้กับท่านผู้เฒ่าจั่ว
เมื่อพ่อบ้านได้ยินว่าคนตระกูลจั่วมาถึงแล้ว เขาก็ออกมาต้อนรับทันที “คุณหนูเสียนอวี้นั่นเอง คุณหนูมีอะไรจะสั่งอีกไหมครับ ของที่จำเป็นสำหรับงานศพของท่านผู้เฒ่าครบถ้วนหมดแล้ว”
“ชิงชิงอยากมาพบคุณปู่” จั่วเสียนอวี้พูดเบาๆ “เราจะต้องเปิดโลง”
“เปิดโลง?” เมื่อพ่อบ้านได้ยินเช่นนั้น เขาก็ขมวดคิ้วทันทีพลางมองไปที่ซือฝูชิงด้วยท่าทีต่อต้านเล็กน้อย
คนที่เคยติดต่อกับคนตระกูลจั่วทุกคนล้วนรู้ว่าท่านผู้เฒ่าจั่วดีกับซือฝูชิงแค่ไหน ท่านให้ทุกสิ่งที่เธอต้องการ
ตอนนี้ท่านผู้เฒ่าจั่วจากไปแล้ว แต่ซือฝูชิงกลับยังวุ่นวายไม่เลิก ยังอยากรบกวนศพของท่านอีก
ท่านเลี้ยงคนมาเสียข้าวสุกจริงๆ
แต่ในเมื่อจั่วเสียนอวี้เอ่ยปากแล้ว พ่อบ้านเลยได้แต่ต้องทำตามความประสงค์ เขาสั่งให้คนเปิดโลงศพทันที
สัปเหร่อได้จัดการศพและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ท่านผู้เฒ่าจั่วไปก่อนหน้านี้แล้ว
ซือฝูชิงโน้มตัวไปข้างหน้า พลันนิ่วหน้าทันที
ผู้เฒ่าจั่วเสียชีวิตเพราะความเจ็บป่วยจริงๆ อีกทั้งโหงวเฮ้งของเขายังบอกว่าเขาหมดบุญนานแล้ว
เธอไม่ได้จงใจศึกษาเรื่องฮวงจุ้ยโหงวเฮ้งอะไรพวกนั้นหรอก แต่ก็ได้เรียนอะไรมาบ้างจากศิษย์พี่ห้าตอนที่อยู่ว่างๆ เบื่อๆ ในสำนัก
เรื่องง่ายๆ บางอย่างเธอก็เรียนรู้และทำได้อย่างง่ายดาย
ซือฝูชิงก้มหน้าลงพร้อมกับแววตาครุ่นคิด
โชคชะตานั้นสำคัญมาก
เมื่อโชคชะตาของราชวงศ์สิ้นสุดลงก็จะถึงกาลล่มสลาย
เช่นเดียวกับที่เคยมีพงศาวดารกล่าวไว้ว่า หากราชวงศ์ต้าซย่าอันยิ่งใหญ่ไร้ซึ่งฮ่องเต้อิ้นที่จุติลงมาจากดาวจื่อเวย[footnoteRef:1]เพื่อพลิกกระแสดวงชะตานั้น ราชวงศ์ต้าซย่าก็คงจะล่มสลายไปนานแล้ว [1: ดาวจื่อเวย ดาวทางทิศเหนือ เปรียบเหมือนดาวจักรพรรดิ]
บางคนรวยมาก มีอำนาจมาก บางคนก็ยากจนล้มลุกคลุกคลานไปตลอดชีวิต นั่นก็เพราะพวกเขามีดวงชะตาแตกต่างกัน
เธอจำได้ว่าศิษย์พี่ห้าเคยบอกว่า โชคชะตานั้นอาจถูกแย่งชิงไปได้
แต่การแย่งชิงโชคชะตานั้นขัดต่อกฎธรรมชาติและจะมีผลกรรมสืบเนื่องตามมา
การที่ท่านผู้เฒ่าจั่วป่วยตายในครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะกฎแห่งกรรม
เขาแย่งชิงโชคชะตาของใครมา
ซือฝูชิงหรี่ดวงตาจิ้งจอกของเธอก่อนจะก้มลงเล็กน้อยเตรียมจะสำรวจให้ละเอียดแต่กลับถูกมือหนึ่งคว้าไหล่เอาไว้เสียก่อน
“ในบรรดาพวกเราทุกคน คุณปู่รักเธอมากที่สุด ตอนนี้คุณปู่ก็จากไปแล้วและเธอก็เป็นคนอยากมาหาคุณปู่เอง ฉันคิดว่าเธออยากจะมาไหว้ศพคุณปู่แต่ตอนนี้เธอกำลังจะทำอะไร” จั่วเสียนอวี้พูดเสียงเย็น “ซือฝูชิง ฉันผิดหวังในตัวเธอมากจริงๆ”