เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 11

#11เธอกลับมาเทพ

ตอนที่ 11 พี่ชิง แกร่งจริงๆ

พอโพสต์นี้เผยแพร่ออกไป เวยปั๋วของซือฝูชิงก็ถูกเหล่าแฟนคลับของลู่เยี่ยนที่กำลังหัวร้อนระเบิดใส่ทันที

[???]

[ในที่สุดซือฝูชิงก็สติหลุดจนเป็นบ้าไปแล้วเหรอ]

[ตลกจริง ซือฝูชิง เธอให้ใครไสหัวไปกันแน่]

[ซือฝูชิง สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปคนหนึ่งที่ทั้งร้องทั้งเต้นไม่เป็นอย่างเธอ มีสิทธิ์อะไรมาเป็นเมนเทอร์ให้รายการเฟ้นหาบอยแบนด์!]

ภายในระยะเวลาไม่กี่นาที คอมเมนต์ของโพสต์นี้ก็ทะลุแตะสองหมื่นคอมเมนต์ แถมเป็นคำด่าทอทั้งสิ้น

ซือฝูชิงเหลือบมองโทรศัพท์ที่สั่นครืดๆ อย่างรุนแรงแวบหนึ่ง ก่อนจะเมินใส่สายตรงจากบริษัทเทียนเล่อมีเดียที่กระหน่ำโทรเข้ามา พลันเคาะแป้นพิมพ์อัปเดตอีกโพสต์ลงบนเวยปั๋ว

ซือฝูชิง : [แต่งหน้าแต๋วแตกขนาดนั้น ไม่มีความแมนเลยสักนิด ฉันไม่สนใจพี่ชายของพวกเธอหรอก รีบเอาไปเถอะจะได้ไม่เกะกะขวางลูกกะตาฉัน ถ้ายังกุข่าวแบบนี้อีกก็ไปเจอกันที่ศาล]

พอโพสต์นี้แพร่ออกไปก็ยิ่งทำให้เหล่าบรรดาแฟนคลับของลู่เยี่ยนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

[ใครบอกแต๋ว ไม่เข้าใจเทรนด์หรือไง!]

[ซือฝูชิง เธอกล้าพูดแบบนี้ด้วยเหรอ ไม่ดูเลยว่าตัวเองแต่งหน้ายังไง แถมหน้าไม่อายมาว่าคนอื่นอีก]

[มีหน้ามาบอกว่าเจอกันที่ศาล เธอเจ๋งจริงหรือเปล่าเถอะ]

เหล่าแฟนคลับกระหน่ำด่าไม่ยั้ง ส่วนคนที่ผ่านไปผ่านมาก็แค่ดูเอาสนุก ยิ่งทัวร์ลงหนักเท่าไรก็ยิ่งชอบใจมากเท่านั้น

[ซือฝูชิงแกร่งไม่เบา มองข้ามเรื่องความชื่นชอบไปแล้ว แฟนคลับของไอดอลหนุ่มรังแกไอดอลสาวแบบนี้ถือว่าไม่ธรรมดา]

[ภาพแบบนี้แค่แป๊บเดียวก็ทำได้แล้ว แฟนคลับของลู่เยี่ยนมีสมองหน่อยเถอะ ถ้าฉันบอกว่าฉันเป็นฮ่องเต้อิ้นกลับชาติมาเกิด ถ้าโอนเงินมาให้ฉัน ฉันจะรีบแต่งตั้งขึ้นเป็นขุนนางใหญ่]

[พูดตามตรงลู่เยี่ยนแต่งหน้าดูไม่แมนจริงๆ เทียบเซี่ยอวี้ไม่ติดด้วยซ้ำ]

[งั้นก็ช่วยโหวตให้เด็กฝึกอย่างเซี่ยอวี้แทนฉันหน่อยแล้วกัน เอาตำแหน่งเซ็นเตอร์เลย ไม่ผิดหวังแน่นอน]

ไม่นานคอมเมนต์ก็เปลี่ยนประเด็นมาเดิมพันระหว่างลู่เยี่ยนกับเซี่ยอวี้แทน

ณ ภายในฐานเก็บตัวฝึกซ้อมของรายการหนุ่มสาววัยใสในเวลานี้

ลู่เยี่ยนข่มอารมณ์โกรธแล้วอ่านจนจบ สูดหายใจเข้าลึกเอ่ย “มู่เหยี่ย นี่เป็นวิธีที่นายพอจะคิดได้หรือไง”

ทางรายการสั่งเก็บตัวไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอก หากไม่ได้รับอนุญาตจากทีมงานรายการ เหล่าเด็กฝึกก็ห้ามหยิบโทรศัพท์เด็ดขาด

แต่เพราะคนที่หนุนหลังลู่เยี่ยนมีอิทธิพลมาก ทางทีมงานเลยไม่กล้าสร้างข้อบังคับอะไรกับเขาเท่าไร

มู่เหยี่ยพูดขึ้น “พี่เยี่ยน ผม...”

เขาก็แค่ทำตามคำสั่งของบริษัท กุข่าวทำให้ซือฝูชิงถูกด่ารุนแรงมากกว่านี้ จากนั้นก็ช่วยดึงเรตติ้งรายการและสร้างกระแสให้คนอื่นๆ ได้รู้จักมากขึ้น

ในเมื่อตอนนี้พวกแฟนคลับไม่สนสี่สนแปด ลำพังแค่กุข่าวโดยใช้ภาพปลอมๆ ภาพเดียวก็สร้างกระแสได้ดีมากขนาดนี้แล้ว

ลู่เยี่ยนมองเขาด้วยสายตาเย็นเฉียบ “แล้วตอนนี้ล่ะ พอใจหรือยัง”

ถึงแม้ฐานแฟนคลับของเขาจะมีไม่น้อย แถมยังเต็มใจเปิดศึกพุ่งชนแทนเขาอีก เขาไม่จำเป็นต้องออกโรงเลยสักนิด แค่หลบอยู่หลังแฟนคลับก็พอแล้ว

แต่เขาไม่อยากให้กระแสนิยมของเซี่ยอวี้พุ่งขึ้นตามด้วย

เขาไม่มีทางปล่อยตำแหน่งเซ็นเตอร์ให้หลุดมือไปเด็ดขาด

“พี่...พี่เยี่ยน” มู่เหยี่ยเม้มริมฝีปาก “ผมคิดไม่ถึงว่าซือฝูชิงจะกล้าโพสต์ลงเวยปั๋วด้วย”

ก่อนที่รายการจะออกอากาศ ซือฝูชิงก็ถูกชาวเน็ตด่ามาตลอด

ถูกด่ามาหนึ่งเดือนเต็ม ไม่กล้าแม้แต่ท่องโลกออนไลน์ด้วยซ้ำ ซือฝูชิงจิตใจแกร่งกล้าขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร

ลู่เยี่ยนแค่นยิ้ม “ขนาดกระต่ายจนตรอกยังกัดคนได้ วันหลังถ้านายคิดจะเล่นงานซือฝูชิงก็อย่าเอาชื่อฉันไปข้องแวะด้วย มีวิธีตั้งเยอะแยะแต่ดันใช้วิธีโง่ๆ”

เด็กฝึกคนอื่นๆ เองก็ไม่กล้าพูดอะไร

“พี่เยี่ยน วางใจได้เลย” มู่เหยี่ยแววตาหม่นลง “วันมะรืนจะประเมินความสามารถครั้งที่สองแล้ว ในฐานะเมนเทอร์ ซือฝูชิงต้องมาแน่นอน พอถึงตอนนั้นผมจะทำให้หล่อนขายหน้าเอง”

ลู่เยี่ยนเอ่ยเสียงเรียบ “นายหาวิธีตอบกลับบริษัทเองก็แล้วกัน”

พวกเขาเป็นเด็กในสังกัดบริษัทเทียนเล่อมีเดียเหมือนซือฝูชิง

มู่เหยี่ยร่างแข็งทื่อ เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มหน้าผาก

ก่อนหน้านี้ที่บริษัทเทียนเล่อมีเดียไม่แถลงการณ์ เพราะต่อให้ซือฝูชิงจะโดนด่าเท่าไร พวกเขาก็ไม่สนใจทั้งนั้น

แต่ถ้าลามมาเกี่ยวพันกับลู่เยี่ยนด้วยย่อมต่างกันออกไป

ลู่เยี่ยนเป็นดาวเด่นที่เทียนเล่อมีเดียหมายจะดันขึ้นฟ้า ฉะนั้นจะเกิดข้อผิดพลาดใดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด

ถึงแม้คำค้นหายอดฮิตอันดับจะขยับลงแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อฐานแฟนคลับของลู่เยี่ยนอยู่บ้าง

เขาต้องถูกเทียนเล่อมีเดียลงโทษแน่ๆ

มู่เหยี่ยงุดหน้าลงพลางกำหมัดแน่นจนเกิดเสียงกระดูกลั่นดัง กร๊อบ

วันมะรืน เขาจะทำให้ซือฝูชิงได้เจอดี

...

หลังจากซือฝูชิงลงสองโพสต์บนเวยปั๋วเสร็จก็ออฟไลน์ไป แถมปิดโทรศัพท์อีกด้วย

เธอไม่ตามสืบว่าเป็นฝีมือของใคร เรื่องแบบนี้ไม่คู่ควรให้เธอเก็บมาใส่ใจด้วยซ้ำ

อีกฝั่ง เฟิ่งซานเอาข้อมูลที่รวบรวมมาได้ยื่นให้อวี้ซีเหิง

“พี่เก้า ตรวจสอบแล้ว เป็นเรื่องที่กุขึ้นมาจริงๆ รูปนี้เป็นฝีมือของมู่เหยี่ยที่อยู่บริษัทเดียวกับซือฝูชิง” เขาพูดต่อ “เหมือนเป็นคำสั่งของบริษัท ถ้าจะให้สืบต่อ ผมจะได้ไปหาผู้เชี่ยวชาญในวงการบันเทิงมาวิเคราะห์อีกที”

เฟิ่งซานเพิ่งค้นพบว่าอุปสรรคของซือฝูชิงหนักไม่เบา

มีทั้งตระกูลจั่วและบริษัทเทียนเล่อมีเดียล้อมหน้าล้อมหลัง

โดนทั้งสองฝ่ายขนาบเล่นงานจนหมดทางหนีทีไล่

อวี้ซีเหิงที่กำลังดูเอกสารพูดโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา “อืม แล้วอย่างไรต่อ”

เฟิ่งซานเผยสีหน้าฉงนแล้วส่งโทรศัพท์ไปให้ “คุณซือจัดการแก้ปัญหาเองแล้วครับ”

หลังจากอวี้ซีเหิงเห็นคำว่า ‘ไสหัวไป’ คิ้วงามก็คลายลงแต่ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรไปมากกว่านี้

เขาตอบรับเสียงแผ่วเบา “เข้าใจแล้ว”

เฟิ่งซานผ่อนลมหายใจก่อนจะพยักหน้า “พี่เก้า ผมว่านอกจากเรื่องชอบพูดจาเหลวไหลเกินจริงไปบ้าง ความจริงคุณซือนั้นท่าทางไม่เลวเลย แค่พวกเราไม่เชื่อที่เธอพูดก็พอแล้ว”

อย่างน้อยซือฝูชิงก็ดูเป็นมิตรเข้าหาง่าย เก่งกาจแต่ไม่กร่าง แถมเก่งกว่าพวกลูกสาวตระกูลผู้ดีในเมืองซือจิ่วอื่นๆ ที่เขารู้จักตั้งเยอะ

พูดจาเหลวไหลเกินจริง?

อวี้ซีเหิงคลึงขมับพลันตกอยู่ในห้วงความคิด ไอร้อนของชาตรงหน้าพวยพุ่งผ่านดวงตาของเขา ทว่าเขายังคงมีท่าทีนิ่งขรึมเช่นเคย

เขานึกถึงการประลองระหว่างเธอกับเขาในคืนนั้น พลันนึกถึงดวงตายิ้มหยีและน้ำเสียงไพเราะที่ถามเขาพลางกลั้วหัวเราะว่า

‘...คุณชอบฟังอิฟูโตวโตว (ifuu doudou) หรือโคชิทานทาน (Koshitantan) ล่ะ’

หลังจากนั้นตอนว่างเขาก็ลองเปิดเพลงทั้งสองฟัง ได้แต่คิดว่า เรื่องพูดจาเหลวไหลคงเป็นเรื่องรอง แต่ควรแก้ไขท่าทีไร้มารยาทเช่นนั้นเป็นอย่างแรกมากกว่า

วันต่อมา ณ บ้านตระกูลจั่ว

วันฝังศพของท่านผู้เฒ่าจั่วถูกกำหนดขึ้นช่วงสุดสัปดาห์นี้

คนในตระกูลจั่วหลายสิบคนต่างตั้งตารอคอยเรื่องมรดก ทว่าหลังจากทนายประกาศเรื่องพินัยกรรมที่ท่านผู้เฒ่าจั่วทำไว้ขณะมีชีวิตอยู่ ชั่ววินาทีนั้นทุกคนก็พากันระเบิดอารมณ์

ในพินัยกรรมระบุไว้ว่าให้เย่ว์หลานจิวเวลรี่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทจั่วกรุ๊ปตกเป็นของซือฝูชิง รวมถึงหุ้นแปดเปอร์เซนต์ของจิงเฉิงพร็อพเพอร์ตี้ด้วย

เย่ว์หลานจิวเวลรี่และจิงเฉิงพร็อพเพอร์ตี้ล้วนเป็นกิจการที่สำคัญที่สุดของบริษัทจั่วกรุ๊ปทั้งสิ้น

“ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้” คุณนายจั่วรับไม่ได้ “ซือฝูชิงไม่ได้ใช้สกุลจั่วด้วยซ้ำ มีสิทธิ์อะไรได้รับส่วนแบ่ง ท่านผู้เฒ่าบ้าไปแล้วหรือไง!”

พวกเขาคิดว่าท่านผู้เฒ่าจั่วก็แค่ให้ความรักความเอ็นดูซือฝูชิงมากหน่อยเท่านั้น สุดท้ายคงรู้ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน

แต่นี่แทบเอาทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลจั่วยกให้หมดแล้ว!

บริเวณขมับของจั่วเทียนเฟิงเต้นตุบๆ เส้นเลือดเขียวปูดโปนจนแทบระเบิดออกมา

เขาฝืนข่มอารมณ์โกรธไว้แล้วสูดลมหายใจเข้าลึก “เรียกซือฝูชิงมา บอกว่าเป็นเรื่องของท่านผู้เฒ่าจั่ว”

จั่วเทียนเฟิงรู้สึกขายหน้าอยู่บ้าง วันก่อนเขาเพิ่งไล่ซือฝูชิงไป แต่ตอนนี้ดันเรียกเธอกลับมาแทน

“เรียกกลับมา แล้วยัยนั่นจะปล่อยสมบัติพวกนี้ให้หลุดมือเหรอ” คุณนายจั่วโกรธจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง “กลัวว่าจะสมใจนังแพศยานั่นมากกว่า”

“ให้ไปสักห้าล้าน” จั่วเทียนเฟิงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ซือฝูชิงไม่มีความสามารถ แถมดูแลกิจการบริษัทก็ไม่เป็น ได้เงินไปบ้างก็นับว่าเป็นบุญมากแล้ว ยัยนั่นเองก็ไม่ใช่คนในตระกูลจั่วยังคิดจะเอาอะไรอีก”

เงินตั้งห้าล้าน ชั่วชีวิตนี้ซือฝูชิงไม่มีทางได้เห็นเงินก้อนโตขนาดนี้แน่นอน

devc-75d0bbbd-32992เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 11