เธอกลับมาเทพ

เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 7

#7เธอกลับมาเทพ

ตอนที่ 7 เจอกันอีกครั้ง

“ทำไมเหรอ” ซือฝูชิงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีเกียจคร้าน

หน้ากากบดบังใบหน้าไว้อยู่ ทว่าไม่อาจกลบท่าทีดื้อรั้นและบุคลิกสง่างามได้เลย

“เปล่า” คนคนนั้นอึกอักอยู่ครู่หนึ่งแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่คลี่ยิ้มให้ “หลังจากเข้าไปแล้ว อะไรที่ควรทำ อะไรที่ไม่ควรทำ เธอน่าจะรู้แก่ใจดี”

ซือฝูชิงยักไหล่แล้วชักมือถือกลับมา “วางใจได้”

ตอนนี้เธอให้ความสำคัญกับเรื่องเงิน ถ้าเงินน้อยเธอก็จะไม่ทำอะไรทั้งนั้น

คนคนนั้นถือเอกสารพลางมองเด็กสาวเดินเข้าไปทางประตูก่อนจะส่ายศีรษะ

ถึงแม้จะไม่ใช่ภารกิจในเขตอันตรายอย่างทะเลทราย แต่เขาคิดไม่ถึงว่าจะมีบอดี้การ์ดสาวมาสมัครด้วย

ช่วงปีนี้มีบอดี้การ์ดสาวบ้างก็จริงแต่มีน้อยมากๆ อีกอย่างศักยภาพก็ไม่มีใครเก่งจริงๆ เลยสักคน

คนที่คลุกคลีอยู่ในวงการต้าซย่ามานานล้วนรู้ดี เว็บไซต์ทางการของหน่วยคุ้มกันต้าซย่ามีกลุ่มไพ่เด็ดโดยเฉพาะ ซึ่งภายในมีแต่คนเก่งๆ ระดับแนวหน้าทั้งนั้น

บอดี้การ์ดในกลุ่มไพ่เด็ดใช่ว่าใช้เงินแล้วจะว่าจ้างได้เลย แถมในกลุ่มไพ่เด็ดยังมีผู้หญิงคนหนึ่งด้วย

ทั้งชื่อเสียงเรียงนาม อายุและประวัติส่วนตัวล้วนไม่มีรายละเอียดกล่าวถึง

แม้แต่นายจ้างผู้โชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากเธอก็ยังไม่รู้สถานะตัวตนของเธอผู้นั้นเลยด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ทุกครั้งที่ได้เธอเป็นแนวหน้าในการต่อสู้ทีไร ภารกิจก็ไม่เคยล้มเหลวเลยสักครั้ง

แม้แต่บอสใหญ่ของหน่วยคุ้มกันต้าซย่าก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมยอดฝีมือแบบนี้ถึงมาเดินบนเส้นทางบอดี้การ์ดเช่นนี้ได้

แต่เรื่องที่น่าเสียดายก็คือยอดฝีมือผู้นี้ไม่ปรากฏตัวมาเกือบสี่ปีแล้ว และไม่รู้ว่าหายตัวไปอยู่ที่ไหนด้วย

เขาคนนั้นเก็บความคิดแล้วบันทึกเอกสารต่อไป

...

ภายในคฤหาสน์ไม่มีสัญลักษณ์บอกทางใดๆ ทั้งสิ้น ซือฝูชิงเดินอยู่ไม่นานก็ค้นพบว่าตนเดินหลงอยู่ในสวนดอกไม้เสียแล้ว

“...”

เพราะเก็บตัวอยู่ในห้องทดลองครึ่งปีไม่ได้ออกไปไหน เธอเกือบลืมไปแล้วว่าตนเป็นพวกหลงทิศทาง

เมื่อก่อนเวลาไปเที่ยวกับรุ่นพี่ เธอแค่เดินตามต้อยๆ ไปโดยไม่ต้องคิดกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้น

ซือฝูชิงเดินเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาไปมาโดยเปลี่ยนเพียงทิศทางการเดินเท่านั้น ท้ายที่สุดก็เดินมาถึงเส้นทางเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้แน่นขนัดซึ่งช่วยบดบังแสงอาทิตย์ได้เป็นอย่างดี

ขณะที่เธอกำลังจะเดินไปยังสุดถนนเล็กๆ นั้น สวบ! มีวัตถุบางอย่างพุ่งตรงมากลางอากาศ

ทันใดนั้นก็มีเสียงแหลมสูงดังขึ้น “ใครกัน รนหาที่ตาย!”

ชิ้ง!

ฉับพลันก็ผุดเสียงใสกังวานดังขึ้นต่อเนื่อง ซือฝูชิงมองเข็มเงินหลายสิบเล่มที่อยู่ห่างปลายเท้าไปไม่เกินครึ่งเมตรด้วยสีหน้าตกตะลึง

ดาวกระจายเข็มเงิน!

ที่นี่มียอดฝีมือของตระกูลมั่วด้วยเหรอ

สีหน้าของเธอยังคงเรียบนิ่ง เธอเดินขึ้นหน้าไปอีกก้าว พอเดินอ้อมพุ่มไม้ไปก็เจอชายหนุ่มที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหดคนหนึ่ง

ด้านหลังของเขายังมีชายอีกคนหนึ่ง

หากจะพูดให้ถูกก็คือชายอีกคนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้วีลแชร์

ชายหนุ่มบนรถเข็นพูดด้วยน้ำเสียงสุขุมฟังดูน่าเกรงขามอย่างเห็นได้ชัด “เฟิ่งซาน”

เฟิ่งซานยั้งมือไว้ ทว่าไม่ได้เก็บไอสังหารที่แผ่อยู่บนร่างแต่อย่างใด สายตาดูไม่ค่อยชอบใจนัก “พี่เก้า!”

อวี้ซีเหิงมุ่นคิ้วเล็กน้อยพลางเงยหน้าขึ้น

หญิงสาวยังคงยืนอยู่ใต้ต้นหลิว

แสงอาทิตย์รำไรสาดส่องทะลุผ่านกิ่งไม้กระทบลงบนร่างเธอ ราวกับภาพในห้วงความฝัน

เธอกวาดตามองเขาด้วยท่าทีประหลาดใจ แต่นัยน์ตากลับปรากฏเงาต้นไม้หลากสี ภาพตรงหน้าพร่าเลือนราวกับอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์

สองดวงตาที่น่าลุ่มหลงคู่นั้น

เขาเพิ่งเห็นดวงตาคู่นี้เมื่อคืนวันก่อน

ซือฝูชิงเองก็จำได้ตั้งแต่แวบแรก เขาคือผู้ชายที่เธอเผลอแต๊ะอั๋งวันนั้น

ไม่ง่ายเลยกว่าเธอจะหนีไปได้ ทำไมวันนี้ถึงเจอกันโต้งๆ แบบนี้ได้นะ

แต่ต้องยอมรับว่าผู้ชายคนนี้ผิวพรรณดีมาก

ตอนแรกเธอคิดว่าอาจารย์และศิษย์พี่ใหญ่ของเธอหล่อเหลาเหนือใครแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าบนโลกนี้จะมีคนที่เหนือกว่านั้นอยู่อีก

เหมือนเขามีเสน่ห์ดึงดูดขั้นสูงบางอย่างที่ชวนให้ใครต่อใครต่างยอมตายเพื่อเขาได้เลย

เขานั่งอยู่ตรงนั้นพร้อมแผ่กลิ่นอายความแกร่งกล้าปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ

ไม่ใช่การข่มคนแต่อย่างใด ทว่าเป็นความเมตตาที่มีต่อสรรพสิ่งมากกว่า

ซือฝูชิงจับจ้องเขาพลางคิดในใจ ตอนนั้นเธอหันข้างให้เขา แถมวิ่งหนีอย่างเร็วอีกต่างหาก ไม่แน่เขาอาจจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำ

พอคิดถึงตรงนี้ ดวงตาพร้อมคิ้วงามก็แฝงไปด้วยรอยยิ้ม พูดขึ้นด้วยท่าทีเคร่งขรึม “ขอโทษด้วย ไม่ได้เจตนามารบกวน ฉันแค่มาสมัครงานแต่ตอนนี้ดันเดินหลงทางซะได้ ขอถามหน่อยว่าต้องไปทางไหนเหรอคะ”

“ออกไปทางนี้เลี้ยวซ้ายแล้วค่อยเลี้ยวขวา” อวี้ซีเหิงหันไปสบตาเธอ เอ่ยเสียงนุ่ม “พอเลี้ยวผ่านโค้งที่สามไปก็ถึงแล้ว”

เสียงของเขาเหมือนกับคนคนนี้ไม่ต่างกัน เสียงใสน่าฟัง แถมยังแฝงไปด้วยพลังอันน่าเกรงขาม

ซือฝูชิงอดใช้มือแตะใบหูไม่ได้ “อย่างนั้นเหรอ ขอบคุณนะคะ”

พอเธอเลื่อนสายตามาก็เห็นขาทั้งสองข้างของเขา จากนั้นนัยน์ตาก็เหมือนตกอยู่ในภวังค์

“เธอยังจะมองอีกเหรอ” ท่าทีเช่นนี้ทำให้แววตาของเฟิ่งซานยิ่งแผ่ไอสังหารดุดันออกมา ทว่าถูกอวี้ซีเหิงตัดบทก่อน “เฟิ่งซาน ไปกันเถิด”

“ครับ!” เฟิ่งซานทำได้แค่ข่มไอสังหารที่แฝงอยู่ในดวงตาก่อนตามอวี้ซีเหิงออกไป

ซือฝูชิงกลับไม่ได้จากไปในทันที เธอมองเงาแผ่นหลังของเขาพลางครุ่นคิดบางอย่าง

ก่อนหน้านี้เธอเห็นแล้วว่าขาทั้งสองข้างของเขาพิการจึงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

แต่ผู้ชายในคืนนั้นใช้ขาต่อสู้ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่มีทางเป็นคนพิการแน่นอน

หลังจากละสายตาจากมา ซือฝูชิงก็เดินไปตามเส้นทางที่อวี้ซีเหิงบอกจนกระทั่งเดินมาถึงโถงด้านหน้าซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางได้สำเร็จ

เธอยืดเส้นยืดสายแล้วหาที่นั่งก่อนจะนั่งลง

ซือฝูชิงไม่ถือว่ามาสายนัก เพราะหลังจากนั้นก็มีคนทยอยมากันเรื่อยๆ อยู่ไม่น้อย สายตาของคนอื่นๆ ต่างจับจ้องมายังร่างของเธอก่อนจะเผยท่าทีแตกต่างกันออกไป

รวมถึงเสิ่นซิงอวิ๋นที่อยู่ในห้องหนังสือชั้นสองมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว

“เอ๊ะ ทำไมมีผู้หญิงโผล่มาด้วย” เขามองหน้าจอยักษ์แวบหนึ่งพลางอดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ “ผู้หญิงคนนี้ปกปิดพรางตัวดีจริงๆ”

ส่วนอวี้ซีเหิงที่อยู่ด้านข้างเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยใบหน้าสงบนิ่ง

เสิ่นซิงอวิ๋นเหมือนนึกอะไรออก คิ้วขมวดขึ้นฉับพลัน “ไม่ได้มาเพราะนายหรอกใช่ไหม ฉันคงต้องตรวจสอบหน่อยแล้ว”

ถึงแม้อวี้ซีเหิงจะไม่สะดวกไปไหนมาไหน แต่เพราะใบหน้าของเขาน่าหลงใหลเกินไป ขนาดเหล่าคุณหนูผู้ดีในเมืองซื่อจิ่วยังถูกตาต้องใจเขามากมาย

เมื่อก่อนยังมีคุณหนูคนหนึ่งไล่ตามไปถึงต่างประเทศจนสร้างเรื่องเดือดร้อนไม่น้อย

อวี้ซีเหิงเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นเสียงนุ่มนวลอย่างไม่รีบร้อน “แต่เธอผู้นี้ไม่ใช่”

“แน่ใจขนาดนั้นเชียว” เสิ่นซิงอวิ๋นนึกประหลาดใจ “แต่ความจริงแล้วไม่ต้องกังวลไปหรอก ไม่เลือกแน่นอนและคงไม่ได้เจอนายด้วย”

เรื่องพละกำลัง เพศหญิงมักด้อยกว่าเพศชายอยู่แล้ว

คนอื่นๆ ที่มาสมัครล้วนร่างสูงกำยำกันหมด ขาเล็กๆ ของซือฝูชิงยังใหญ่สู้แขนของพวกเขาไม่ได้เลย

บนหน้าจอ คนอื่นๆ กำลังวอร์มร่างกาย มีเพียงซือฝูชิงที่ล้วงหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเป้แล้วเปิดอ่านพลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้

ชื่อหนังสือถูกกล้องจับภาพไว้ได้อย่างชัดเจน

“ตำนานอิ้นหวงงั้นเหรอ” เสิ่นซิงอวิ๋นย่อมเห็นอยู่แล้ว จากนั้นก็ยิ้มเจื่อน “ดูไม่ออกเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะคลั่งเรื่องประวัติศาสตร์ด้วย”

ขณะที่พูดก็ถอนหายใจออกมา “แต่พูดตามตรงมีใครไม่เลื่อมใสคนอย่างฮ่องเต้อิ้นบ้าง”

เขาเป็นบุคคลที่อยู่ในใจผู้คนมากมายนับไม่ถ้วน ถึงแม้จะมีชีวิตอยู่แค่ในประวัติศาสตร์ก็ตาม

ในที่สุดประโยคนี้ก็ทำให้แววตาของอวี้ซีเหิงหันมามองหน้าจอยักษ์ พอเขาเห็นชื่อหนังสือตำนานอิ้นหวงชัดเด่นหราเช่นนั้น แววตาก็หม่นลงเล็กน้อย

ซือฝูชิงเงยหน้าขึ้นมาราวกับรู้สึกได้

เธอเอียงศีรษะพร้อมกะพริบตามองกล้องปริบๆ

เสิ่นซิงอวิ๋นสะดุ้งตกใจ “สือเหยี่ยน เธอคนนี้...”

ทว่าซือฝูชิงเก็บสายตากลับมาอ่านหนังสือต่อแล้ว

วินาทีต่อมาร่างของเธอก็โงนเงนไปมาเพราะมีเท้าข้างหนึ่งเตะเก้าอี้ของเธออย่างแรง

เจ้าของเท้านั้นแค่นเสียงเย้ยหยันใส่เธอว่า “พูดกับเธออยู่ ไม่ได้ยินหรือไง”

ซือฝูชิงปิดหนังสือก่อนจะเงยหน้าขึ้น ยิ้มตาหยีแล้วตอบว่า “เมื่อกี้นายเป็นคนถีบเก้าอี้ของฉันใช่ไหม”

devc-75d0bbbd-32992เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 7