เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 8

#8เธอกลับมาเทพ

ตอนที่ 8 อวี้ซีเหิง...มานี่

คนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเธอเป็นผู้สัมภาษณ์ที่มีหมายเลขยี่สิบเก้าติดตรงหน้าอก อีกทั้งเป็นชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่กำยำคนหนึ่ง

เขามองเธอด้วยท่าทีที่แฝงไปด้วยความดูแคลน “เธอจะเป็นฝ่ายออกไปเองหรือจะให้ฉันทำให้เธอถูกหามออกไป”

มีบอดี้การ์ดมาสมัครตั้งมากมาย ความจริงไม่มีใครเห็นผู้หญิงร่างบอบบางที่พร้อมโอนเอนไปตามลมคนหนึ่งอยู่ในสายตาหรอก

การสัมภาษณ์เป็นการคัดเลือกโดยดวลกันหนึ่งต่อหนึ่ง ซึ่งสุดท้ายจะคัดเหลือเพียงห้าคนสุดท้ายเท่านั้น

พอชายหมายเลขยี่สิบเก้า เห็นว่าคู่ต่อสู้ของตนเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง แง่หนึ่งก็รู้สึกดีใจที่ไม่ต้องเปลืองแรง แต่อีกแง่หนึ่งก็รู้สึกว่าตนถูกดูหมิ่น

หากเขาเอาชนะแม้แต่ผู้หญิงคนเดียวไม่ได้ แบบนี้เขาจะอยู่ในหน่วยคุ้มกันต้าซย่าได้อย่างไร

ซือฝูชิงเอียงศีรษะพลางพูดขึ้น “ฉันถามว่านายเป็นคนถีบเก้าอี้ฉันใช่ไหม”

“ถ้าไม่ถีบเก้าอี้แล้วเธอจะสนใจฉันเหรอ” ชายหมายเลขยี่สิบเก้า ยิ่งหงุดหงิดใจ แสยะยิ้ม “รีบๆ เลือกมาสักอย่าง หรือรีบสู้กันให้จบๆ ไป”

“แบบนั้นก็ได้” ซือฝูชิงลุกขึ้นยืน “ใครใช้ให้นายเตะเก้าอี้ฉัน”

หลังจากพูดคำสุดท้ายจบ เธอก็ลงมือทันที

นิ้วสวยเรียวยาวกำหมัดแน่นก่อนจะอัดเข้าไปที่ช่องท้องของชายหมายเลขยี่สิบเก้า

พลั่ก!

เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ชายหมายเลขยี่สิบเก้า ยังไม่ทันตอบโต้อะไรก็ล้มลงพื้นลุกไม่ขึ้นแล้ว

“...”

เสียงเซ็งแซ่ทั้งหมดชะงักลงชั่วขณะ จากนั้นทั้งตึกก็ตกอยู่ในความสงบ

เสิ่นซิงอวิ๋นตกตะลึงอ้าปากค้าง

อวี้ซีเหิงเลิกคิ้ว

“เอ้า ทำไมนายถึงชิงล้มไปก่อนล่ะ” ซือฝูชิงก้มหน้า “ลุกขึ้นเร็ว จะทำให้ฉันถูกหามตัวออกไปไม่ใช่เหรอ”

ชายหมายเลขยี่สิบเก้า รู้สึกแค่ว่าร่างกายปวดระบมไปหมด เขาไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าตนจะถูกซือฝูชิงล้มในหมัดเดียว

ชายหมายเลขยี่สิบเก้า กัดฟันพร้อมระเบิดอารมณ์ “ฉันจะทำให้เธอ...”

จากนั้นร่างกายของเขาที่เพิ่งลุกจากพื้นได้ไม่เท่าไร ยังไม่ทันลุกขึ้นยืนด้วยซ้ำ

ผลัวะ!

เสียงสนั่นดังขึ้นอีกครั้ง จากนั้นชายหมายเลขยี่สิบเก้าก็ล้มลงพื้นลุกไม่ขึ้นอีก

“ทำไมนายล้มลงไปอีกแล้วล่ะ” ซือฝูชิงโน้มตัวลง “นายจงใจไม่เล่นกับฉันใช่ไหม”

ชายหมายเลขยี่สิบเก้าโมโหประโยคนี้จนเจ็บอวัยวะภายในไปหมด เส้นเลือดของเขาปูดโปนหมายจะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง

ทว่าอาการปวดระบมตามร่างกายทำเอาเขาขยับเขยื้อนไม่ได้ เขาจ้องตาเขม็งด้วยร่างอันสั่นเทา

“ช่างเถอะ” ซือฝูชิงหรี่ดวงตาจิ้งจอก เอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ “ฉันก็ไม่อยากเล่นกับนายเหมือนกัน”

ชายหมายเลขยี่สิบเก้ารู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ทว่าจากนั้นก็เห็นหญิงสาวสลัดมือด้วยท่าทีเกียจคร้านก่อนจะซัดหมัดสุดท้ายตรงช่วงท้องของเขา

ผลัวะ!

“ฉัน ฉันยอมแล้ว... ” ตุ้บ! สุดท้ายชายหมายเลขยี่สิบเก้าก็ฝืนต่อไปไม่ไหวสลบคาพื้นไปทั้งอย่างนั้น

ซือฝูชิงลุกขึ้นยืนตัวตรง “มีใครอยากจะเล่นด้วยอีกไหม”

ชายร่างสูงกำยำคนอื่นๆ พากันเดินถอยไปด้านหลังหนึ่งก้าวพร้อมเหงื่อเย็นๆ ที่ผุดขึ้นมา

ล้อเล่นน่า ซัดคนสลบได้ด้วยสามหมัด นี่เรียกว่าเล่นเหรอ

อวี้ซีเหิงยกมือกเท้าคางพร้อมท่าทีสนใจที่แฝงผ่านหางตา

“พี่เก้า” เฟิ่งซานขมวดคิ้ว “ถ้าเธอชนะ?”

อวี้ซีเหิงจิบชาอึกหนึ่ง พูดเสียงเอื่อยๆ “ถ้าเธอคนนี้ชนะก็เอามาเป็นบอดี้การ์ดข้างกายฉัน”

เฟิ่งซานขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม พลางจ้องหน้าจอยักษ์ไม่วางตา

จากนั้นก็ไม่มีใครกล้าสู้กับซือฝูชิงอีก เธอจึงมาถึงรอบสุดท้ายได้อย่างง่ายดาย

หลังจากคัดเลือกคนเรียบร้อยแล้ว เสิ่นซิงอวิ๋นถึงรีบลงมาด่านล่างด้วยท่าทีงงงันราวเพิ่งตื่นจากฝันอย่างไรอย่างนั้น

ชายร่างสูงกำยำทั้งสี่ยืนอยู่ด้วยกัน ส่วนซือฝูชิงยืนอยู่อีกฝั่ง

ซึ่งเกิดการเปรียบเทียบอย่างเห็นได้ชัด

“ตอนนี้หากไม่ผิดพลาดอะไรก็คงเป็นพวกคุณทั้งห้าคน” เสิ่นซิงอวิ๋นพยักหน้า “ต่อจากนี้จะบอกข้อควรระวังในรายละเอียดงาน ยังมีปัญหาอะไรอีกไหม”

ซือฝูชิงยกมือขึ้นราวกับเป็นนักเรียนดีเด่นผู้ฉลาดเฉลียวที่ขี้สงสัยคนหนึ่ง “ฉันมีคำถามค่ะ”

เสิ่นซิงอวิ๋นประหลาดใจไม่น้อย “ว่ามา”

“พวกคุณต้องการจ้างบอดี้การ์ดห้าคนใช่ไหม” ซือฝูชิงพูดตามเหตุและผล “ถ้าฉันคนเดียวทำงานเทียบเท่ากับคนห้าคนได้ เงินเดือนก็จะเพิ่มขึ้นเป็นห้าเท่าใช่ไหมคะ”

พอได้ยินประโยคนี้จากเธอ คนอื่นๆ ก็ “...?”

เสิ่นซิงอวิ๋นเองก็รู้สึกเหนือความคาดหมายจนสำลักน้ำลาย “อะไรนะ”

“นี่ไม่ใช่ว่า...” เขายังพูดไม่ทันจบ คิ้วทรงสวยของอวี้ซีเหิงก็เลิกขึ้นพร้อมรอยยิ้มบาง เอ่ยเสียงดังมาจากด้านบน “จะว่าเช่นนั้นก็ได้”

พอเขาเปิดปากพูดแบบนั้น เสิ่นซิงอวิ๋นเลยไม่ได้คัดค้านอะไร

“โอเค แบบนั้นแค่ฉันคนเดียวก็พอแล้ว” ซือฝูชิงมองไปทางชั้นสองแวบหนึ่งก่อนเริ่มวอร์มร่างกาย “ฉันจะพิสูจน์ให้เห็นว่าฉันคนเดียวทำงานของคนห้าคนได้”

ขณะที่พูด เธอก็กระดิกนิ้วเรียกพวกเขาสี่คนที่เหลือไปด้วย “พี่ใหญ่ทั้งหลาย ช่วยให้เกียรติลุยมาพร้อมกันเลยได้ไหม”

ชายร่างสูงกำยำทั้งสี่ “...”

หลังจากผ่านไปสามนาที ชายร่างสูงกำยำทั้งสี่ก็ล้มลงกับพื้นด้วยท่าทีสิ้นหวัง

ในที่สุดสีหน้าของเฟิ่งซานก็เปลี่ยนไป

เขาฝึกฝนการต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก ฉะนั้นย่อมมองออกว่าซือฝูชิงใช้มือเพียงข้างเดียวมาตั้งแต่ต้นจนจบ

สิ่งที่สำคัญก็คือเธอไม่ได้อาศัยพละกำลังอะไรมากมาย ใช้เพียงทักษะล้วนๆ

นี่มันความสามารถในการควบคุมที่แสนน่ากลัวอะไรกันแน่

“ซิงอวิ๋น” อวี้ซีเหิงวางถ้วยชาลง พลันเปิดปากขึ้นอีกครั้ง “ให้คนอื่นๆ ออกไปก่อนเถิด”

เสิ่นซิงอวิ๋นถอนหายใจ จากนั้นก็ทำได้แค่สั่งให้คนหามตัวชายทั้งสี่ออกไปก่อนกวักมือเรียกซือฝูชิง “ไป พวกเราขึ้นไปข้างบนกัน”

ซือฝูชิงเช็ดมือแล้วเดินตามเขาขึ้นไปด้านบน

หน้าจอยักษ์ในห้องหนังสือถูกเก็บไป ภายในห้องพลันตกอยู่ในความสงบ เฟิ่งซานยืนอยู่ด้านหลังอวี้ซีเหิง แววตาเย็นยะเยือกกวาดมองร่างของหญิงสาวไปมาจนไอเย็นแทรกซึมเข้ากระดูก

ซือฝูชิงเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง

ทำไมพี่ชายคนนี้มองเหมือนเธอเป็นคู่ปรับซะอย่างนั้นล่ะ

เดี๋ยวเธอก็แย่งงานด้วยซะเลย

ขณะที่ซือฝูชิงกำลังใช้มือนับว่าจะสามารถหาเงินได้เท่าไรก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำของอวี้ซีเหิงถามขึ้นว่า “ใช้ปืนเป็นหรือไม่”

เฟิ่งซานรีบหันมามองด้วยตาวาวโรจน์ทันที

“หืม” ซือฝูชิงเงยหน้าขึ้นแล้วเลิกคิ้ว “ฉันใช้ไม่เป็น”

พอเฟิ่งซานได้ยินเช่นนั้นก็ผ่อนลมหายใจ

ต่อสู้ระยะปะชิดเก่งขนาดนั้น ถ้าใช้ปืนเป็นอีก แบบนี้คนอื่นจะทำมาหากินอะไรได้อีก

“อืม” อวี้ซีเหิงขานทีหนึ่งแล้วเอ่ยเรียก “มานี่”

ซือฝูชิงก้าวขึ้นไปข้างหน้า “ทำไมเหรอ”

อวี้ซีเหิงกวาดตาขึ้นลงมองเธอแวบหนึ่งแล้วพยักหน้าออกคำสั่ง “เตรียมเสื้อผ้าสักสองสามชุดก่อน เอาไซส์เอสก็แล้วกัน”

ที่แท้ก็จะให้เสื้อผ้าเธอนี่เอง

ซือฝูชิงมองเสื้อยืดที่ซักจนขาวซีดบนร่าง พลันรู้สึกปวดใจ คิดแค่อยากจะวาดวงกลมลงไปบนนั้น

เธอขัดสนมากจริงๆ

เฟิ่งซานพลันนึกเห็นอกเห็นใจขึ้นมา

ตอนที่ซือฝูชิงผ่านการสัมภาษณ์ เอกสารของเธอก็มาอยู่ในมือของอวี้ซีเหิงเป็นที่เรียบร้อย

เขาเองก็รู้ว่าซือฝูชิงเป็นเด็กที่ถูกท่านผู้เฒ่าจั่วเก็บมาเลี้ยง ตอนนี้ท่านผู้เฒ่าจั่วจากไปแล้ว เธอย่อมไร้ที่พักพิง

“ไม่ได้!” ทันใดนั้นซือฝูชิงก็ชี้มาที่ตัวเอง “ฉันใส่ไซส์เอ็ม ไซส์เอสกระดุมปริ”

เฟิ่งซานชาวาบไปทั้งหน้าพลางมองเธออย่างตกใจ

ซือฝูชิงคนนี้กล้าพูดทุกเรื่องขนาดนี้เลยเหรอ

ทว่าอวี้ซีเหิงกลับสีหน้าเรียบนิ่งไม่เปลี่ยนราวกับชินชามานานแล้วอย่างไรอย่างนั้น เขาออกปากสั่งด้วยท่าทีเป็นธรรมชาติ “เปลี่ยนเป็นไซส์เอ็ม”

เฟิ่งซานคิดในใจ ตนยังจิตใจมั่นคงไม่มากพอ เห็นทีต้องเรียนรู้จากพี่เก้าเยอะๆ หน่อยแล้ว

ระหว่างที่รอเสื้อผ้า ซือฝูชิงก็นั่งลงกัดแอปเปิลลูกหนึ่งอย่างไม่เกรงใจ จากนั้นก็ล้วงหยิบหนังสือตำนานอิ้นหวงขึ้นมา

ส่วนอวี้ซีเหิงหันไปคุยอะไรกับเสิ่นซิงอวิ๋นนั้น เธอไม่ได้ฟัง

เฟิ่งซานที่อยู่ด้านข้างหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อดาวน์โหลดแอพเวยปั๋วโดยเฉพาะ

ตอนที่ซือฝูชิงมาถึงที่นี่ เอกสารข้อมูลของเธอก็ถูกส่งมาถึงมือของอวี้ซีเหิงแล้ว

เฟิ่งซานเลยรู้ว่าเธอเป็นไอดอล

ได้ยินมาว่าบนแอปพลิเคชันนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับดารานักร้องมหาศาล ในเมื่อเขาติดตามอวี้ซีเหิงก็จำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลให้ได้มากๆ

ใครจะไปรู้ เขายังไม่ทันพิมพ์ชื่อซือฝูชิงเข้าไป ข่าวค้นหายอดนิยมในเวยปั๋วก็เด้งข่าวฮิตขึ้นมาให้เขาก่อนแล้ว

เฟิ่งซานขมวดคิ้วแน่น เม้มปากแล้วส่งโทรศัพท์ไปให้ “คุณซือ อันนี้ใช่คุณหรือเปล่า”

devc-75d0bbbd-32992เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 8