เธอกลับมาเทพ

เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 28

#28เธอกลับมาเทพ

ตอนที่ 28 การหนุนหลังที่โอหังและวางอำนาจ

จั่วเสียนอวี้เองก็ไปหาข่าวเกี่ยวกับหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณแต่เธอก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์เลย

เห็นได้ชัดว่าถ้ามันไม่ได้ถูกเข้ารหัสไว้ก็ต้องถูกลบไปแล้ว

แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างแรกหรืออย่างหลังก็พิสูจน์ได้ว่าหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณผู้นี้ไม่ธรรมดา

เธอไหว้วานให้ใครบางคนเดินทางไปยังเมืองเยี่ยนเพื่อหาข่าว ซึ่งทำให้เธอได้รู้ว่านอกจากตระกูลหนิงแล้ว ตระกูลมั่วและตระกูลจี้เองก็กำลังตามหาหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณอยู่เช่นเดียวกัน

ทั้งตระกูลจี้และตระกูลมั่วสองตระกูลชนชั้นสูงร่วมกันตามหาคนแต่กลับไม่มีเบาะแสอะไรเลยแม้แต่น้อย

จั่วเสียนอวี้เลยไม่คาดหวังอะไรอีกต่อไปแล้ว

ใครๆ ก็ลือกันว่าหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณมีนิสัยแปลกๆ จึงไม่ควรล่วงเกินอย่างยิ่ง

“อ้อ?” ซือฝูชิงใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้ม เธอเชิดคางขึ้น “ทำไมฉันจะต้องอยากรู้จักคนที่มีชื่อหลงตัวเองอย่างนั้นด้วยล่ะ”

จั่วเสียนอวี้หายใจติดขัดทันใด “เธอ...”

เธอจะพูดเรื่องพวกนี้กับซือฝูชิงไปทำไม สีซอให้ควายฟังชัดๆ

ซือฝูชิงเป็นแค่คนธรรมดาทั่วไป จะรู้เรื่องพวกนี้ได้ที่ไหน

จั่วเสียนอวี้หายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์อย่างเต็มที่

เธอหันหน้าหนีและไม่มองซือฝูชิงอีก

“เธอแย่แน่ซือฝูชิง!” จั่วฉิงหย่ากลับเผยยิ้มเต็มไปด้วยความมาดร้าย “เธอลบหลู่หมอเทวดาหัตถ์วิญญาณอย่างนี้แต่ยังคิดที่จะผูกสัมพันธ์กับคุณชายสามตระกูลอวี้อีก ฝันไปเถอะ!”

ซือฝูชิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เกี่ยวอะไรกับเธอด้วย”

เธอด่าตัวเองแล้วคนอื่นจะมายุ่งอะไรด้วย

“เกี่ยวแน่นอนอยู่แล้ว” จั่วฉิงหย่าพูดเย้ยหยัน “เดี๋ยวจะบอกคุณชายสามตระกูลอวี้ คอยดูไปเถอะ!”

ซือฝูชิงรับคำอย่างไม่แยแส

ทางด้านขวาอวี้เย่ายืนอยู่กับคุณชายคนอื่นๆ ที่เขารู้จัก

“อาเย่า นายดูสิ ซือฝูชิงเนรคุณอย่างที่ฉันพูดไว้ไม่มีผิด” คุณชายคนหนึ่งเชิดคางขึ้น “มาร่วมงานฝังศพแต่ไม่ยอมใส่ชุดไว้ทุกข์ เสียแรงที่ท่านผู้เฒ่าจั่วเห็นเธอเป็นสมบัติล้ำค่า”

อวี้เย่าไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง

“ตระกูลจั่วจะต้องจะยุติข้อตกลงรับเลี้ยงดูเธอแน่” คุณชายผู้นั้นพูดขึ้นมาอีก “แต่ก็ยังเดาอะไรไม่ได้ ซือฝูชิงจะต้องเกาะตระกูลจั่วไว้ไม่ยอมปล่อยแน่นอน”

วงการบันเทิงเปลี่ยนจิตใจคน

แม้ว่าซือฝูชิงจะเต็มไปด้วยข่าวเสียหาย แอนตี้แฟนต่างก็ไล่ให้เธอออกจากวงการบันเทิงไป แต่ถึงอย่างไรเมื่อก่อนเธอก็มีตระกูลจั่วคอยปกป้องหนุนหลัง อย่างน้อยเธอก็คว้าตำแหน่งอาจารย์ที่ปรึกษาในรายการ ‘หนุ่มสาววัยใส’ มาได้

ต่อไปเมื่อไม่มีการสนับสนุนจากตระกูลจั่วแล้ว ซือฝูชิงก็คงจะถูกเล่นงานในไม่ช้า

อวี้เย่าไม่ต้องการได้ยินเรื่องราวใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับซือฝูชิง

เขาคลายเนกไทออกเล็กน้อยด้วยอารมณ์หงุดหงิดก่อนจะเหลือบมองออกไปทางอื่น พลันเห็นเด็กหนุ่มแต่งตัวประหลาดสองคนกำลังเดินเข้าไปหาจั่วเทียนเฟิง

จั่วเทียนเฟิงนิ่วหน้าด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อถูกขวางทาง “คุณสองคนนี้...”

“ผู้น้อยเป็นองเมียวจิลูกศิษย์ของอาจารย์ชิซึยะ ฟูจิยามะ” หนึ่งในนั้นหยิบนามบัตรออกมาแล้วยื่นให้ “อาจารย์กับพ่อของคุณเป็นเพื่อนสนิทกัน พออาจารย์ได้ข่าวการเสียชีวิตของท่านผู้เฒ่าอย่างกะทันหัน ท่านก็โศกเศร้ามาก

แต่อาจารย์อยู่ตงซังปลีกตัวมาไม่ได้จึงให้พวกเราล่วงหน้ามาสักการะศพแทน”

จั่วเทียนเฟิงได้ยินเช่นนั้นก็กระตือรือร้นขึ้นมา “อาจารย์ชิซึยะ ฟูจิยามะ?!”

แม้ว่าเขาไม่เคยได้ยินชื่อชิซึยะ ฟูจิยามะ แต่เขารู้จักนามสกุลฟูจิยามะนี้

มันเป็นนามสกุลของตระกูลองเมียวจิชนชั้นสูงในตงซัง

องเมียวจิคือคนที่ตระกูลไฮโซในเมืองซื่อจิ่วต่างต้องการประจบประแจง

ตระกูลที่มีองเมียวจิหรือปรมาจารย์หยินหยางคอยดูแลสามารถรับประกันความเจริญรุ่งเรืองและความมั่งคั่งได้เป็นเวลานานหลายปีทีเดียว

แม้แต่เขาเองก็ไม่รู้มาก่อนว่าท่านผู้เฒ่าจั่วมีความสัมพันธ์กับตระกูลฟูจิยามะ

จั่วเทียนเฟิงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที “คุณสองคนไม่แจ้งมาก่อน ตระกูลจั่วของเราดูแลพวกคุณบกพร่องแล้ว”

“พวกเราศิษย์พี่ศิษย์น้องเองก็เพิ่งมาถึงวันนี้อย่างกะทันหัน” ชายหนุ่มยิ้ม “ไม่ทราบว่าพวกเราจะไปแสดงความเคารพต่อท่านผู้เฒ่าได้หรือไม่”

“ยินดีๆ” จั่วเทียนเฟิงตอบรับซ้ำๆ “เชิญทางนี้”

มีหลายคนสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวทางนี้

ใบหูของซือฝูชิงขยับเล็กน้อย ดวงตาจิ้งจอกของเธอหรี่ลง

การถูกแย่งชิงดวงชะตาไม่เหมือนกับอาการเจ็บป่วย ไม่สามารถใช้วิธีมองออกได้

ถ้าหากพูดว่าตระกูลจั่วแย่งชิงโชคชะตาของเธอไป คนอื่นๆ ก็จะมองว่าเธอบ้าไปแล้วเท่านั้น

เธอยังคงจำฝันในคืนนั้นได้

ปรมาจารย์หยินหยางในฝันพูดว่าโชคชะตาที่เหลืออยู่ของเธอมีไม่มากแล้ว

เธอจึงเดาได้ว่าคนที่แย่งชิงดวงชะตาของเธอไปไม่ได้มีแค่คนเดียว

เพราะถึงอย่างไรก็เป็นไปไม่ได้ที่ท่านผู้เฒ่าจั่วเพียงคนเดียวจะสามารถเชิญปรมาจารย์หยินหยางที่มีความสามารถแลกเปลี่ยนโชคชะตามาได้

ชายหนุ่มสองคนนี้คงจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับปรมาจารย์หยินหยางที่แย่งชิงโชคชะตาของเธอไปอย่างแน่นอน

ซือฝูชิงลูบคางของตนเอง

จิ๊

เธอเองก็ไม่ได้ไปตงซังมานานแล้ว รู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมาทันที

พิธีฝังศพเสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็ว

จั่วเทียนเฟิงรีบร้อนที่จะสร้างสัมพันธ์กับปรมาจารย์หยินหยาง จึงรีบก้าวเข้าไปหาพวกเขาก่อน

คนที่เหลือต่างทยอยแยกย้ายกันไปทีละคน

อวี้เย่าแสดงความเคารพต่อหลุมฝังศพของท่านผู้เฒ่าจั่วเป็นพิเศษอีกครั้งแล้วค่อยหันกายกลับ

“คุณชายสามอวี้!” จั่วฉิงหย่าไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป เธอรีบเรียกเขาไว้ทันที “เมื่อสักครู่นี้ฉันกับพี่รองเพิ่งจะพูดกันเรื่องหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณ แต่ซือฝูชิงคนชั้นต่ำนั่นกลับเอาแต่บอกว่าชื่อนั้นฟังดูหลงตัวเองเกินไป ทำไมจะต้องรู้จักด้วย ยัยนั่นช่างไม่รู้อะไรเลยจริงๆ”

ในที่สุดสีหน้าของอวี้เย่าก็เกิดการเปลี่ยนแปลง

มีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ว่าหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณมีความหมายต่อเขามากแค่ไหน

หมอเทวดาหัตถ์วิญญาณช่วยชีวิตเขาเอาไว้ในช่วงเวลาที่มืดมนและสิ้นหวังที่สุด

ไม่รู้ก็ไม่เป็นไรหรอก

แต่เห็นได้ชัดว่าการกระทำของซือฝูชิงนั้นโง่เขลามาก เธอไม่มีอีคิวด้วยซ้ำ เรียกได้ว่ายากจะเยียวยาแล้วจริงๆ

อวี้เย่าเกลียดซือฝูชิงเพิ่มขึ้นอีกแล้ว

แต่การศึกษาที่ดีของเขาทำให้เขาไม่อาจใช้คำพูดรุนแรงกับผู้หญิงได้ตรงๆ เขาจึงเดินผ่านซือฝูชิงไปด้วยสีหน้าเย็นชา ไม่เหลือบมองเธอเลยสักนิด

“โอ้ ซือฝูชิงดูเหมือนเธอจะไม่มีรถนะ” จั่วฉิงหย่ารู้สึกสบายอกสบายใจที่สุด “ดูเหมือนเธอจะต้องเดินกลับเองแล้วแหละ อย่าได้คิดที่จะอาศัยรถของพี่รองเลย ที่พวกเรารับเธอมาด้วยนี่ก็นับว่าดีมากแล้ว”

ไม่ต้องพูดถึงรถประจำทางในบริเวณใกล้ๆ นี้ แม้แต่จักรยานสาธารณะก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ

ตอนนี้แดดแรงมาก อากาศก็แห้งด้วย

อยากจะรู้นักว่าซือฝูชิงจะกลับไปได้ยังไง

ถ้านักข่าวบันเทิงเก็บภาพได้ระหว่างทางก็คงเป็นเรื่องอื้อฉาวขึ้นมาอีก

จั่วเสียนอวี้เหลือบมองซือฝูชิงอย่างไม่แยแส “ไปกันเถอะ”

ซือฝูชิงไม่ได้สนใจ เธอเก็บโทรศัพท์มือถือแล้วเดินออกจากสุสานอย่างช้าๆ

มีรถหรูหลายคันจอดอยู่ข้างนอกแต่เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครอยากรับซือฝูชิงไปด้วย

จั่วฉิงหย่าทำหน้าเยาะเย้ย “บ๊ายบายนะ เธอค่อยๆ เดินกลับละกัน พวกพันธุ์ผสมก็เป็นพันธุ์ผสมอยู่วันยังค่ำ”

ทันใดนั้นเองเสียงของเครื่องยนต์ก็ดังกึกก้องขึ้น แม้แต่ลมก็ดูเหมือนจะพัดรุนแรงขึ้นและม้วนเอาใบไม้ที่ร่วงหล่นบนพื้นปลิวว่อนไปทั่ว

ข้างหน้ามีรถสีน้ำเงินคันหนึ่งแล่นมา ซึ่งเห็นแต่ส่วนท้ายรถเท่านั้น

พวกคุณชายทั้งหลายล้วนตกตะลึง “ให้ตายเถอะ ขับถอยหลัง บ้าไปแล้วเหรอ!”

จะขับรถได้แบบโอหังและวางอำนาจไปไหน

อวี้เย่าเองก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งอย่างที่หาดูได้ยาก เขาชะโงกหน้าออกไปนอกหน้าต่างรถ

คุณชายผู้ร่ำรวยสายตาเฉียบแหลมมองเห็นโลโก้รถ “เฮ้! อาเย่า ดูเหมือนว่าจะเป็นรถที่เพิ่งออกใหม่เมื่อไม่กี่วันก่อน ลิมิเต็ดแค่สิบคันเท่านั้นด้วย”

ทันทีที่เขาพูดจบ รถก็หยุดลงกะทันหันตรงหน้าซือฝูชิงและพ่นควันไอเสียใส่เต็มหน้าเขา

หน้าต่างรถด้านหลังลดระดับลง จากนั้นเสียงผู้ชายก็ดังขึ้นราวกับสายลมเอื่อยๆ ภายใต้แสงอาทิตย์

“มา ขึ้นรถเถิด”

devc-a3b5dd88-33025เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 28