เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 27
ตอนที่ 27 ตระกูลจั่วยังไม่มีสิทธิ์จะรู้
จั่วเสียนอวี้ครุ่นคิดเล็กน้อยจากนั้นก็พยักหน้า “ตกลง ฉันได้ยินมาจากเพื่อนว่าทีมงานรายการจะมีการถ่ายทำอาทิตย์หน้า เธอค่อยเข้าไปพร้อมทีมงานก็แล้วกัน
แล้วอย่าได้เคลื่อนไหวอะไรมากเกินไป อย่าลืมกันตัวเองออกมาด้วย”
“รู้น่า ฉันเข้าใจวิธีการในวงการบันเทิงดีอยู่แล้ว” จั่วฉิงหย่าอารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย เธอถึงขนาดเข้าไปกอดแขนของจั่วเสียนอวี้ “จะว่าไปแล้วพี่รอง เมื่อไม่กี่วันก่อนฉันได้พบกับคุณชายสามของตระกูลอวี้ แถมยังได้คุยกับเขาด้วย พี่รู้ไหมว่าเขาพูดถึงซือฝูชิงว่ายังไงบ้าง
เขาบอกว่าไม่คุ้มเลยที่จะคบกับซือฝูชิง ถ้าต่อไปไม่เจอกันอีกจะดีที่สุด”
จั่วเสียนอวี้ไม่แสดงท่าทีใดๆ “คุณชายสามตระกูลอวี้พูดถูกแล้ว”
หากท่านผู้เฒ่าจั่วไม่ได้รับเลี้ยงซือฝูชิง ซือฝูชิงก็จะไม่สามารถเข้าถึงแม้แต่ตระกูลจั่วได้ด้วยซ้ำไป ตระกูลอวี้แห่งซื่อจิ่วยิ่งเหมือนอยู่คนละโลก
แต่แล้วซือฝูชิงก็ยังไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ
“แน่นอนสิ” จั่วฉิงหย่าได้ทีขี่แพะไล่ “อีกอย่างตระกูลอวี้ก็กำลังจะเกี่ยวดองกับทางตระกูลจี้ คุณชายสามตระกูลอวี้กับคุณหนูจี้เป็นคู่รักที่เติบโตด้วยกันมา ซือฝูชิงมีสิทธิ์อะไรไปแทรกกลางระหว่างพวกเขา”
จั่วเสียนอวี้พยักหน้า
ตระกูลอวี้และตระกูลจี้นั้นเหมาะสมกัน
หากตระกูลจั่วต้องการอยู่แถวหน้าในแวดวงสังคมของเมืองซื่อจิ่ว พวกเขาก็จะต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสองตระกูลนี้เอาไว้
“อ้อ จริงสิ คุณชายสามตระกูลอวี้ยังบอกด้วยว่าเขากำลังตามหาหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณอยู่” จั่วฉิงหย่าเอ่ย “พี่รอง เรามาช่วยเขาตามหาอีกแรงดีไหม”
จั่วเสียนอวี้ชะงักไปทันที “หมอเทวดาหัตถ์วิญญาณเหรอ”
“เป็นหมออัจฉริยะที่เก่งมากคนหนึ่ง ฉันเองก็ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย” จั่วฉิงหย่ารู้สึกประดักประเดิด “ถึงยังไงคุณชายสามตระกูลอวี้ก็กำลังตามหาตัวเขามารักษาอาการป่วยของคุณหนูจี้
ฉันคิดว่าถ้าเราโชคดีหาตัวหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณพบ เราก็สามารถใช้เรื่องนี้สานสัมพันธ์กับตระกูลอวี้ได้”
“ฉันจะเก็บไปคิดดู” จั่วเสียนอวี้พยักหน้า “ครั้งนี้เธอทำได้ดีมาก”
เธอผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกช้าๆ
ฟังจากชื่อหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณแล้ว คนผู้นี้ไม่น่าจะมีตัวตนอยู่จริงได้เลย
และเธอก็เพิ่งรู้ตอนนี้เองว่ามีคนอย่างนี้อยู่ในต้าซย่าด้วย
เธอคงต้องเดินทางไปเมืองซื่อจิ่วแล้ว ไม่อย่างนั้นเธอก็คงไม่สามารถเข้าถึงข่าวสารใดๆ ได้เลย
...
ตกกลางคืน
หลังจากที่ซือฝูชิงกินเนื้อผัดพริกไทยดำไปแล้ว เธอก็เปิดฝาหลังของคอมพิวเตอร์และเปลี่ยนชิ้นส่วนบางอย่าง
เธอมักจะชอบใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เธอประกอบเองซึ่งมันทั้งปลอดภัยและรวดเร็ว
แต่เพราะเธอชอบแยกชิ้นส่วนสิ่งของ ทุกครั้งที่ศิษย์พี่ของเธอซื้ออะไรมา พวกเขาก็จะพยายามเอาของไปซ่อนให้ไกลๆ เธอ
ซือฝูชิงคลิกเปิดไอคอนหนึ่งบนหน้าจอคอม
‘คำสั่งสวรรค์’ คือเกมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก
เกมนี้ผสมผสานตำนานตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน ซึ่งไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมในฝั่งตะวันตกเท่านั้น แต่ยังเป็นที่นิยมไปทั่วทั้งต้าซย่าอีกด้วย
เมื่อก่อนเวลาเธอว่างๆ ก็มักจะเข้าไปเล่น
ซือฝูชิงยังไม่ได้เข้าสู่ระบบเกม เธอแค่เปิดโปรแกรมสนทนาขึ้นมาเท่านั้น
เธอคลิกที่อวาตาร์หนึ่งและส่งข้อความทันทีโดยไม่สนใจจุดสีแดงอื่นๆ
NINE : [ฉันมีเรื่องแล้ว โชคชะตาของฉันถูกแย่งชิงไป]
จี : [เกือบสี่ปีแล้ว สุดท้ายเธอยังมีชีวิตอยู่??? ]
จี : [ว่าแต่ใครน่ะ! บอกมาได้เลย สหายจะไปเผาบ้านแล้วทุบมันให้แหลกเอง!]
NINE : [อ๋อ ตายไปแล้วแหละ]
จี : [...เข้าใจแล้ว กรรมตามสนองสินะ สมควรแล้ว แต่ตายไปอย่างนี้สบายไปหน่อยมั้ง น่าจะให้มันได้ลองวิชาลับของฉัน ต้องให้ตายทั้งเป็นถึงจะดี!]
ซือฝูชิงเท้าคางพลางคิดว่าทำไมทุกคนที่เธอรู้จักถึงหงุดหงิดง่ายขนาดนี้
เธอนี่แหละที่นิสัยดีที่สุด เป็นสาวน้อยน่ารักที่ช่างเอาใจใส่
NINE : [ฉันสงสัยว่าคนที่แย่งชิงโชคชะตาของฉันไปไม่ได้มีแค่คนเดียว ฉันอยากให้นายช่วยฉันสืบหน่อย]
จี : [ไม่มีปัญหา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันได้เลย ไม่รู้ว่าปรมาจารย์หยินหยางคนไหนเดินทางสายมาร อย่าให้พ่อจับได้นะ พ่อจะให้มันได้เห็นดีแน่!]
จี : [แต่เดี๋ยวนะ! ใครมันกล้าแย่งชิงโชคชะตาของเธอ! บ้าไปแล้วหรือเปล่า]
NINE : [เรื่องมันยาวน่ะ]
จี : [งั้นรอให้เจอหน้ากันค่อยเล่า ฉันอยากรู้มาตั้งนานแล้วว่าเธอหน้าตาเป็นยังไง จะว่าไปตอนนี้เธอทำอะไรอยู่น่ะ ทำไมหายไปตั้งนานเลย กักตนหรือไง!]
ซือฝูชิงครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะพิมพ์ตอบ
NINE : [ไปเป็นไอดอลกับบอดี้การ์ดพาร์ทไทม์]
จี : [...]
จี : [ฉันว่าเราไม่ล้อเล่นกันดีกว่า]
ซือฝูชิงยักไหล่ด้วยความเสียใจ
น่าเสียดาย เธออุตส่าห์พูดความจริงแล้วนะ
จี : [ช่างมันเถอะ มาเล่นเกมกันดีกว่า ฉันนอนอยู่ในตู้เกมแล้วเนี่ย รีบมาพาฉันบินเลย]
ซือฝูชิงขมวดคิ้วพลางตอบ
NINE : [ตู้เกมและหมวกกันน็อคของฉันพังไปแล้ว เล่นได้แต่คำสั่งสวรรค์เท่านั้น]
คำสั่งสวรรค์เป็นเกมออนไลน์สามมิติที่ต้องใช้แป้นพิมพ์และเมาส์ในการเล่น
ส่วนเกมที่พวกเขากำลังพูดถึงคือเกมโฮโลกราฟิก ซึ่งเชื่อมโยงประสาทและจิตสำนึกเข้ากับเกมโดยตรง แล้วฉายภาพคนทั้งร่างเข้าสู่โลกของเกมทำให้มันสมจริงยิ่งขึ้น
คนธรรมดาทั่วไปจะไม่รู้ว่ามีเกมนี้อยู่ในโลกนี้ด้วย
หากไม่มีตู้แคปซูลเกมและหมวกกันน็อคก็จะไม่สามารถเข้าสู่เกมโฮโลแกรมได้
น่าเสียดายที่ทั้งสองสิ่งนี้น่าจะถูกระเบิดพังไปพร้อมกับเธอแล้ว
อันที่จริงซือฝูชิงก็มีลางสังหรณ์ว่าตัวเองจะต้องตายในสักวันหนึ่งจึงได้เตรียมการหลายอย่างไว้ล่วงหน้า
รวมถึงการล้างข้อมูลทั้งหมดของตัวเธอด้วย
ถ้าคนอื่นได้อุปกรณ์ของเธอไปก็อาจเกิดเรื่องวุ่นวายระดับชาติได้
จี : [ได้ คำสั่งสวรรค์ก็ได้ จะให้เล่นเกมโฮโลแกรมตลอดเวลาร่างกายก็ทนไม่ได้อยู่แล้ว อาทิตย์หน้ามาเปิดดันเจี้ยนพิเศษใหม่ๆ กัน]
จี : [ช่วงนี้ฉันมีธุระยังอยู่ที่ตงซังอยู่เลย อย่างเร็วที่สุดก็สองเดือนถึงจะได้กลับ ไหนๆ คนที่แย่งชิงโชคชะตาของเธอก็ตายไปแล้ว เธอก็ไม่ต้องรีบร้อน ฉันจะส่งยันต์คาถาไปให้เธอก่อน]
ซือฝูชิงส่งที่อยู่หนึ่งกลับไปให้พลางครุ่นคิด
ศาสตร์หยินหยางและธาตุทั้งห้ามีต้นกำเนิดในต้าซย่าและเผยแพร่เข้าสู่ตงซังในปีรัชศกต้าซย่าที่ 704
แต่หลังจากผ่านไปกว่าพันปี ปรมาจารย์หยินหยางของตงซังกลับเหนือกว่าต้าซย่าไปหลายขุม
ตอนนี้เมื่อพูดถึงปรมาจารย์หยินหยาง ทางฝั่งทวีปตะวันตกก็จะรู้จักเพียงตงซังแต่ไม่รู้จักต้าซย่าแล้ว
จี : [ไม่สิ เธอก็รู้เรื่องพลังหยินหยางและธาตุทั้งห้าไม่ใช่เหรอ แล้วจะมาหาฉันทำไม]
NINE : [ฉันเป็นแต่ต่อยตีหรอก ถ้านายถูกองเมียวจิ[footnoteRef:1]ที่ตงซังต่อยเอา ฉันจะช่วยนายอัดมันกลับเอง ส่วนเรื่องอื่นทำไม่เป็น] [1: องเมียวจิ นักพรตผู้ประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ตามวิถีแห่งองเมียว อยู่ในชุดแขนเสื้อยาว สวมหมวกทรงสูง]
จี : [...ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันนึกภาพตอนที่เธอรัวหมัดอย่างบ้าคลั่งออกละ]
ซือฝูชิงดื่มโค้กอึกสุดท้ายลงไปอย่างช้าๆ จากนั้นก็ออกจากโปรแกรมสนทนาไป
…
วันถัดมา
เวลาเก้าโมงครึ่งพิธีฝังศพของท่านผู้เฒ่าจั่วก็เริ่มขึ้น
ตระกูลจั่วเป็นตระกูลมั่งมีในเมืองหลิน ตระกูลอื่นจึงส่งคนมาร่วมงานด้วยเป็นธรรมดา
ซือฝูชิงไม่ได้สวมชุดไว้ทุกข์ใดๆ
เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยแจ็กเก็ตยีนส์
ซึ่งเป็นที่สะดุดตาในหมู่คนรุ่นเยาว์ของตระกูลจั่วมาก
จั่วเสียนอวี้ขมวดคิ้วแต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาและเบนสายตามองไปทางอื่นอย่างเย็นชา
จั่วฉิงหย่าเองก็ไม่ได้สนใจที่จะพูดคุยกับซือฝูชิง เธอลดเสียงลง “พี่รอง เมื่อวานฉันไปถามมาแล้ว ว่ากันว่าครั้งสุดท้ายที่หมอเทวดาหัตถ์วิญญาณปรากฏตัวคือที่จงโจว”
“อืม” จั่วเสียนอวี้พยักหน้า “เดือนหน้าพวกเราลองไปดูที่จงโจวกัน”
“ไม่เหมือนคนบางคนที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณ” จั่วฉิงหย่าแค่นเสียงออกมาอย่างได้ใจ “ยังคิดที่จะเอาตัวเข้าไปอยู่ในแวดวงเมืองซื่อจิ่วอีก ไม่ดูตัวเองบ้างเลยว่าคู่ควรมั้ย”
“หมอเทวดาหัตถ์วิญญาณคือใครเหรอ” ซือฝูชิงเอียงคอเล็กน้อย เธอกอดอกพลางยิ้มเยาะ “ชื่อหลงตัวเองชะมัด”
“หลงตัวเอง?” ไม่ว่าจั่วเสียนอวี้จะรักษาท่าทีเก่งแค่ไหน แต่เธอก็ต้องแค่นเสียงออกมาด้วยอารมณ์โกรธเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ยุ่งเรื่องของตัวไปเถอะ เธอจะไปรู้อะไร เธอรู้เหรอว่าเขาเป็นใคร”